โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรยุทธ-ไอ้ควาย และเลเซอร์ไอดี จุดอันตรายของพรรคส้ม

แนวหน้า

เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 17.00 น.

ประเด็นเลเซอร์ไอดีของ พรรคประชาชน หรือ “พรรคส้ม” กลายเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อมีข้อมูลว่า ผู้สมัครสมาชิกพรรคต้องกรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัส 12 หลักหลังบัตร เมื่อนำมารวมกับเลข 13 หลัก ก็สามารถยืนยันตัวตนเจ้าของบัตรได้ครบถ้วน

ใครถือข้อมูลชุดนี้ ก็สามารถใช้ยืนยันตัวตนแทนเจ้าของบัตรได้ในหลายกรณี มันจึงไม่ใช่ข้อมูลธรรมดาแบบชื่อหรือเบอร์โทรศัพท์

คำถามจึงตามมา การสมัครสมาชิกพรรคจำเป็นต้องใช้ข้อมูลละเอียดขนาดนี้หรือไม่ เพราะกฎหมายพรรคการเมืองไม่ได้บังคับ และพรรคอื่นจำนวนมากก็ไม่ได้กำหนดแบบเดียวกัน

กรมการปกครอง อธิบายว่า พรรคสามารถส่งข้อมูล 5 รายการไปตรวจสอบ และกรมการปกครองจะตอบกลับเพียงว่า “ถูกต้อง” หรือ “ไม่ถูกต้อง” เท่านั้น โดยไม่ได้กำหนดให้ต้องเก็บเลเซอร์ไอดีไว้ถาวร

เมื่อไม่ใช่เงื่อนไขจากกรมการปกครอง การจะขอหรือเก็บข้อมูลระดับนี้จึงเป็นการตัดสินใจของพรรคเอง และต้องตอบให้ชัดว่าจำเป็นจริงหรือไม่

พรรคส้มชี้แจงผ่านเพจ “Fact Check-พรรคประชาชน” ซึ่งมีผู้ติดตามไม่ถึง 3,000 คน ยืนยันว่าเลเซอร์ไอดีใช้เพื่อยืนยันตัวตน ไม่มีการเก็บถาวร และอยู่ระหว่างดำเนินการเชื่อมระบบใหม่

สิ่งที่หลายคนตั้งข้อสังเกตไม่ใช่แค่เนื้อหา แต่อยู่ที่ช่องทาง เรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลประชาชนระดับสูง กลับไม่ได้แถลงผ่านเพจหลักของพรรคที่มีผู้ติดตามกว่า 6.8 แสนคน และไม่ได้ออกจากปากแกนนำโดยตรง

เมื่อเรื่องใหญ่ใช้เวทีเล็ก คำถามจึงเกิดเอง ถ้ามั่นใจเต็มที่ เหตุใดไม่ชี้แจงผ่านเพจหลักของพรรคให้ผู้ติดตามเกือบเจ็ดแสนคนรับทราบพร้อมกัน หรือให้แกนนำออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงอย่างเป็นทางการ

การกำหนดระดับข้อมูลเป็นเรื่องของพรรคโดยตรง ช่องทางการสื่อสารจึงยิ่งมีผลต่อความเชื่อมั่น

ในโลกออนไลน์ มีการพูดถึง “Spectre C” ในฐานะระบบจัดการข้อมูลและมอนิเตอร์กระแสที่ถูกพูดควบคู่กับกิจกรรมทางการเมืองของพรรคในช่วงเวลาเดียวกัน ชื่อดังกล่าวจึงถูกโยงเข้ากับประเด็นเลเซอร์ไอดีทันที

แม้ไม่มีหลักฐานว่าฐานข้อมูลสมาชิกเชื่อมกับระบบใดโดยตรง แต่เมื่อข้อมูลบัตรประชาชนครบชุดถูกรวบรวมไว้ในองค์กรทางการเมือง คนย่อมคิดต่อเองว่า ข้อมูลแบบนี้ทำอะไรได้บ้าง

นอกจากการกรอกเลเซอร์ไอดีแล้ว ระบบสมัครสมาชิกยังให้ผู้สมัครถ่ายรูปตัวเองถือบัตรประชาชนส่งเข้าระบบด้วย หากมีการจัดเก็บครบทั้งเลขบัตร เลเซอร์ไอดี และภาพบัตรจริงพร้อมใบหน้าเจ้าของ ข้อมูลที่อยู่ในระบบย่อมมีน้ำหนักมากกว่าการกรอกตัวเลขเพียงอย่างเดียว

บางความเห็นตั้งคำถามว่า ในทางเทคนิค ชุดข้อมูลลักษณะนี้สามารถถูกนำไปสร้างบัญชีเฟซบุ๊กปลอม หรือใช้สนับสนุนปฏิบัติการทางข้อมูลได้หรือไม่ ยังไม่มีหลักฐานว่ามีการทำเช่นนั้น แต่คำถามเกิดจากศักยภาพของข้อมูล เพราะมันยืนยันตัวตนได้ครบ

เมื่อประกอบกับข้อเท็จจริงว่า กรมการปกครองไม่ได้บังคับให้ต้องเก็บ และกฎหมายพรรคไม่ได้กำหนดให้ต้องใช้ ความจำเป็นของการเก็บข้อมูลระดับนี้จึงถูกตั้งคำถามมากขึ้น

ท่ามกลางข้อถกเถียงนี้ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ออกมาปกป้องพรรคอย่างเปิดเผย พร้อมใช้คำว่า “ไอ้ควาย” ใส่ฝ่ายที่ตั้งคำถาม

ท่าทีเช่นนี้ทำให้หลายคนมองว่า หากสนับสนุนพรรคใด ก็ควรประกาศจุดยืนให้ชัด มากกว่าทำเหมือนวางตัวกลางแต่แสดงท่าทีเข้าข้างชัดเจน

ยิ่งเมื่อบุคคลดังกล่าวเคยถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกในคดีของ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสียหายต่อ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ภาพความน่าเชื่อถือจึงถูกนำมาเปรียบเทียบเองโดยธรรมชาติ

เลเซอร์ไอดีกลายเป็นจุดอ่อนไหว เพราะมันแตะข้อมูลส่วนตัวโดยตรง ขณะที่กรมการปกครองไม่ได้กำหนดให้ต้องเก็บ กฎหมายพรรคการเมืองก็ไม่ได้บังคับให้ใช้ และพรรคอื่นไม่ได้ตั้งเงื่อนไขเดียวกัน

เมื่อระดับข้อมูลสูงกว่าปกติ เหตุผลก็ต้องหนักแน่นกว่าปกติ หากคำชี้แจงยังอยู่ในวงจำกัด และคำถามยังไม่ได้รับคำตอบชัดเจน ความสงสัยก็จะยังอยู่

คำถามพื้นฐานจึงยังคงเดิม การขอข้อมูลระดับนี้จำเป็นเพียงใด และระบบดูแลข้อมูลสร้างความมั่นใจได้จริงหรือยัง

ถ้าคำตอบยังไม่ชัด ประเด็นเลเซอร์ไอดีก็จะยังถูกตั้งคำถามต่อไปเอง และอาจกลายเป็นจุดเสี่ยงทางการเมืองของพรรคส้ม โดยไม่ต้องมีใครช่วยจุดไฟเพิ่มอีกเลย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...