เปิดเส้นทาง “สแกนม่านตา” โยงกลุ่มทุน ยิม เลียก
ในรายงานการสืบสวน MOU กระทรวงดีอี กับ บริษัท Prime Opportunity Fund VCC (สิงคโปร์) วันที่ 27 มี.ค.2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (เลขาธิการพรรคเพื่อไทย) ทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงดีอี กับบริษัท Prime Opportunity Fund VCC จากสิงคโปร์ ในวันนั้น มีภาพถ่าย นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี และนายเบนจามิน เมาเออเบอร์เกอร์
บริษัท Prime Opportunity Fund VCC เป็นกองทุนจากสิงคโปร์ ที่มีความเกี่ยวข้องกับ Mr. Than Kun Chow George หรือ นายจอร์จ แทน (George Tan) ผู้ก่อตั้งกองทุนที่ชื่อว่า Capital Asia Investments (CAI) (สิงคโปร์)
“สแกนม่านตา” กับกลุ่มทุน ยิม เลียก ใครบ้างเป็นพาร์ตเนอร์
เปิดเบื้องหลัง "สแกนม่านตา" แลก World coin โยงธุรกิจสีเทากัมพูชา
Capital Asia Investments Pte. Ltd. (CAI) จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศสิงคโปร์ เมื่อ 6 มิ.ย.2560 ผู้ถือหุ้นกองทุน CAI ได้แก่ Asia Investment Capital Pte. Ltd. นิติบุคคลสัญชาติ สิงคโปร์
กรรมการบริษัท กองทุน CAI ประกอบด้วย
นายเติ้ง เฉา หยาง (Mr.Tang Chow Yang, Eugene) หรือ นายยูจีน แทง
นายเฉิน จวิน จาง (Mr.Tan Kun Chiao George) หรือ นายจอร์จ แทน
เมื่อกลับมาดูข้อมูลของ บริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับ Mr.Than Kun Chow George ในฐานะเป็นกรรมการบริษัท ก็จะพบบริษัทดังนี้
บริษัท ยูนิซัน วัน จำกัด (UNISON ONE) มีผู้ถือหุ้นคือ บริษัท ทีไอดีซี โฮล ดิ้ง (TIDC Holding) 51 % และ กองทุน Prime Opportunity Fund VCC 49 %
บริษัท วชิรคม จำกัด (VACHIRAKOM) มีกองทุน Prime Opportunity Fund VCC ถือหุ้น 99 .99 % อีก 0.1 % คือ นายเมธ สุธีบุตร ซึ่งพบข้อมูลว่า การประชุมผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 3 ต.ค.2568 นายเมธ สุธีบุตร เข้าเป็นผู้ถือหุ้น แทน ยิม เลียก และเข้าไปถือหุ้น ใน บริษัท วีแอล ลายัน และบริษัท วีแอล อมัน แทนจากรายชื่อผู้ถือหุ้นเดิม ในวันประชุมผู้ถือหุ้น วันที่ 5 ส.ค.2568 และทั้ง 2 มีความเกี่ยวข้องกับ ยิม เลียก
บริษัท วีแอล ลายัน (VL LAYAN CO., LTD.) ปัจจุบัน พบข้อมูลว่า ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทแล้ว เป็น บริษัท อีวาร่า พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 6 ก.พ.2563 มีทุนจดทะเบียนเริ่มแรก เพียง 1 ล้านบาท แจ้งเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2563 (1 เดือนหลังจดทะเบียน) เป็น 382 ล้านบาท จากนั้นในเดือนธันวาคม 2563 พบทุนจดทะเบียนเป็น 597 ล้านบาท
รายชื่อผู้ถือหุ้น เดิมตั้งแต่จดทะเบียนเป็นบริษัท ที่มีทุนจดทะเบียนข้ามชาติ คือ ไทย-กัมพูชา มีรายชื่อผู้ถือหุ้น จากบันทึกประชุมผู้ถือหุ้น วันที่ 30 เม.ย.2568 พบชื่อผู้ถือหุ้น 2 ราย สัญชาติไทย คือ วิรินยา ยิมจ์ (ภรรยา ยิม เลียก ) สัดส่วนหุ้น 51 % มูลค่าหุ้น 454 ล้านบาท อีกรายคือ ยิม เลียก สัญชาติกัมพูชา สัดส่วนหุ้น 49 % มูลค่าหุ้น 436 ล้านบาท
แต่ต่อมาพบข้อมูลประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 3 ต.ค.2568 เปลี่ยนผู้ถือหุ้น 1 ราย คือ เปลี่ยนจาก ยิม เลียก จากเดิมมี 49 % เป็น นายเมธ สุธีบุตร ถือสัดส่วนหุ้นเพียง 1 % และเพิ่มสัดส่วนหุ้นให้วิรินยา ยิมจ์ (ภรรยา ยิม เลียก) เป็น 99 % มูลค่าหุ้น 751 ล้านบาท
ประเด็นที่น่าสนใจพบว่า การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ในเดือน ต.ค.2568 เป็นช่วงเวลาที่ตรงกับการเปิดเผยข้อมูล ที่เป็นข่าวเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทุนสแกมเมอร์ และสหรัฐฯ มีคำสั่งยึดทรัพย์เครือข่ายทุนสแกมเมอร์ กัมพูชา (หมายเหตุ วิรินยา ยิมจ์ มีสถานะหย่ากับ ยิม เลียก แล้ว)
บริษัท วีแอล อมัน (VL AMAN CO., LTD.) เป็นบริษัทที่มี ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2563 พบว่า เปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียน 3 ครั้ง คือ วันที่ 28 ส.ค.2563 หรือ 2 เดือนหลังจากจดทะเบียน เพิ่มทุนเป็น 241 ล้านบาท ต่อมา วันที่ 4 ต.ค.2567 เพิ่มอีกท่าตัวเป็น 641 ล้านบาท และ19 พ.ค.2568 เพิ่มทุนอีกเกือบเท่าตัว เป็น 1,141 ล้านบาท
บริษัท วีแอล อมัน ได้เปลี่ยนชื่อ เป็น บริษัท เวอร์เท็กซ์ พร็อบเพอตี้ จำกัด เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2568 โดยมีรายชื่อผู้ถือหุ้นคือ วิรินยา ยิมจ์ (อดีตภรรยา ยิม เลียก) สัดส่วน 99 % มูลค่า 751 ล้านบาท และนายเมธ 1 % แต่ก่อนเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น การประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อ 5 ส.ค.2568 ผู้ถือหุ้น มี 2 ราย คือ วิรินยา ยิมจ์ ถือหุ้นสัดส่วน 51 % มูลค่า 454 ล้านบาท อีกคน คือ ยิม เลียก สัดส่วน 49 % มูลค่า 436 ล้านบาท
สรุปในข้อมูลตรงนี้จะพบว่า บริษัท ยูนิซัน วัน จำกัด (UNISON ONE), บริษัท วชิรคม จำกัด (VACHIRAKOM), Prime Opportunity Fund VCC กองทุนจากสิงคโปร์, กองทุน Capital Asia Investments Pte. Ltd. (CAI), บริษัท ทีไอดีซี โฮล ดิ้ง (TIDC Holding) ก็มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในทางธุรกิจ กับ ยิม เลียก และเบนจามิน เมาเออเบอร์เกอร์ และเครื่องสแกนม่านตา
ในรายงานสืบสวนระบุด้วยว่า Tools For Humanity (TFH) ตัวแทน World coin (WLD) ในไทย จับมือกับ 2 พันธมิตรหลัก ได้แก่ บริษัท ทีไอดีซี (TIDC) และบริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน) (MVP) เปิดเผยข้อมูล และทำความรู้จักกับรายละเอียด บริษัท ทีไอดีซี (TIDC) ใน
“สแกนม่านตา” กับกลุ่มทุน ยิม เลียก ใครบ้างเป็นพาร์ตเนอร์
ไปแล้ว แต่ในตอนนี้จะชี้ให้เห็นความเชื่อมในทางธุรกิจของ บริษัท ทีไอดีซี (TIDC Group Holding) กับ บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (MVP) บริษัท ทีไอดีซี (TIDC Group Holding ) มีบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับกัน กับ บริษัท ทีไอดีซี เวิลด์เวิร์ส จดทะเบียน ด้วยทุน 1 ล้านบาท เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2568 แล้วเพิ่มทุนจดทะเบียน เป็น 2 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2568 มีนายโอภาส เฉิดพันธุ์ ถือหุ้น 99.99 % และ ประพิมพรรณ เลิศสิริสิน เป็นผู้ถือหุ้น 0.1 % แม้รายชื่อผู้ถือหุ้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับ กลุ่มธุรกิจ บริษัท ทีไอดีซี (TIDC Group Holding) และกองทุนจากสิงคโปร์ ชื่อว่า Prime Opportunity Fund VCC (Singapore) แต่พบใช้สถานที่ตั้งบริษัทเดียวกันกับ บริษัท ทีไอดีซี (TIDC) คือ อาคารเกสรทาวเวอร์
บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (MVP) พาร์ตเนอร์ธุรกิจกับ Tools For Humanity (TFH) มีนายโอภาส เฉิดพันธุ์ ซึ่งกรรมการบริษัท ทีไอดีซี เวิล์ดเวิร์ส จำกัด เป็นผู้ถือหุ้น นายโอภาสชี้แจงกับ ดีเอสไอว่า เป็นบริษัทรับจ้างหาสถานที่ วางเครื่องสแกนม่านตาเท่านั้น
แต่มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า บริษัท เอ็ม วิชั่น (MVP) ของนายโอภาส เฉิดพันธุ์ ได้เข้าซื้อหุ้นของ กองทุน CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD. (CAI) จำนวน 45 ล้านหุ้น หรือ 13.34 % เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2568 ส่งผลให้เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กองทุนที่ชื่อว่า Capital Asia Investments (CAI) เป็นกองทุนจาก (สิงคโปร์) มีผู้ร่วมก่อตั้ง คือ นายยูจีน แทง (Eugene Tang) และ นายจอร์จ แทน (George Tan)
กองทุน CAI มีข้อตกลงเรื่องการซื้อขายหุ้น เกี่ยวข้องกับบริษัทพลังงาน (บางจาก) บริษัทสื่อ และบริษัทโฮลดิ้ง อีกหลายแห่ง มีความเกี่ยวพันกับ ยิม เลียก
อ่านข่าว :
ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้องปม "ณัฐพงษ์-อนุทิน" เซ็น MOA