รู้จักวิธีวางแผนชีวิต-การเงิน "จากไปอย่างใจเบา" ไม่เป็นภาระคนข้างหลัง
เคทีซีเปิดเวทีเสวนา “KTC FIT Talk 22: Because of Love – วางแผน วันนี้ ไม่ทิ้งภาระให้คนข้างหลัง” เพื่อชวนสังคมมอง “ความรักที่จับต้องได้” ผ่านการเตรียมพร้อมล่วงหน้าอย่างมีสติ ช่วยให้ทั้งตัวเราและคนข้างหลังไม่ต้องแบกรับภาระในยามคับขัน โดยเน้นมุมมองการวางแผนชีวิตที่ครอบคลุม ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ความสัมพันธ์ การเตรียมการล่วงหน้าและการจัดเตรียมเอกสารสำคัญในการใช้ชีวิต
เวทีเสวนาครั้งนี้ยังตอกย้ำบทบาทขององค์กรยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแล “คน” แบบองค์รวม (Holistic Employee Care) เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายสู่ Happy & Safety Workplace ที่ทำให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีและทำงานอย่างมีความสุข เพราะเมื่อคนมีชีวิตที่ดี องค์กรก็จะมีพลังในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และบริการที่มีคุณภาพ ส่งต่อความเชื่อมั่นในระยะยาวให้แก่สมาชิกและสังคมโดยรวม
แพทย์หญิงนิษฐา เอื้ออารีมิตร ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาล “คูน” โรงพยาบาลเฉพาะทางด้าน Palliative Care แห่งแรกของไทย กล่าวว่า “การเตรียมใจ” ทำให้ช่วงเปราะบางมีคุณภาพ เริ่มได้ตั้งแต่ยังแข็งแรง เพราะการดูแลแบบประคับประคอง ไม่ได้หมายถึงการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายเพียงเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการดูแลแบบองค์รวมที่เริ่มตั้งแต่ระยะแรกของโรคที่คุกคามชีวิต
โดยมุ่งลดความทุกข์ทรมานทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ พร้อมดูแลครอบครัวควบคู่ไปด้วย ความเจ็บปวดในช่วงเปราะบางไม่ได้เกิดจากโรคเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการไม่ยอมรับและไม่เคยสื่อสารกันมาก่อน ดังนั้น การเตรียมใจจึงสำคัญไม่แพ้การวางแผนด้านกฎหมายหรือการเงิน เพราะการจากไปอย่างสงบต้องเริ่มจากใจที่สงบ
“บทบาทของภาคธุรกิจจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงความรู้และบริการวางแผนล่วงหน้า โดยโรงพยาบาลคูนได้ร่วมกับเคทีซี มอบสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและผลักดันให้การเตรียมตัวล่วงหน้าเกิดขึ้นจริงในสังคมไทย”
นางสาวปิญชาดา ผ่องนพคุณ ผู้ก่อตั้ง Baojai Family “อยู่อย่างเบาใจ จากไปอย่างใจเบา” และนักวางแผนการตายดี (Death Planner) กล่าวว่า แม้สังคมไทยมักมองความตายว่าเป็นเรื่องอัปมงคล แต่แท้จริงแล้ว ‘ความตายคือวัฏจักรธรรมชาติ’ ไม่ต่างจากการเกิด การเจ็บป่วยหรือการแก่ชรา และทุกคนมีสิทธิ์ ‘ตายดี’ ได้ หากเตรียมพร้อมที่เหมาะสม การเตรียมตัวก่อนตาย คือการค่อยๆ ทำความรู้จักกับ ‘เพื่อนคนสุดท้าย’ ที่ชื่อว่าความตาย เพื่อให้เราออกแบบการเดินทางครั้งสุดท้ายได้อย่างใจเบา และไม่เป็นภาระให้คนข้างหลังมากเกินความจำเป็น
การเตรียมตัวมีทั้ง ‘ภายนอก’ (Practical) เช่น การวางแผนดูแลล่วงหน้า (Advance Care Plan) การมอบอำนาจตัดสินใจ เอกสารสำคัญ และ ‘ภายใน’(Emotional) คือการเตรียมใจ วางใจในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ โดย ‘สมุดเบาใจ’ เป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารเจตจำนงกับคนที่รัก เพื่อป้องกันความสับสนและลดความรู้สึกผิดที่ต้อง ‘เดาใจเรา’ หลักสูตร ‘อยู่อย่างเบาใจ จากไปอย่างใจเบา’ เป็นคอร์สทบทวนชีวิตและความตาย (Pre-Death Planning)
สำหรับองค์กรที่อยากดูแลบุคลากรในมิติที่ลึกซึ้งมากขึ้น ซึ่งเคยมีโอกาสจัดให้กับบุคลากรของเคทีซี และมีช่วงหนึ่งที่ผู้เข้าร่วมในคลาสโทรบอกรักคนที่เขารักทันที เพราะตระหนักถึงความจริงว่า ‘ชีวิตมีเวลาจำกัดกว่าที่คิด’ ซึ่งเป็นโมเมนต์ที่สัมผัสหัวใจคนจำนวนมาก
นางคัทรินทร์ ประยุกต์วิทยาฐาน ผู้ป่วยมะเร็งระยะเริ่มต้นที่รักษาหายแล้ว และเจ้าของแบรนด์ ‘ชมภิญญ์’ น้ำมันหอมระเหย แบ่งปันประสบการณ์ในชีวิตว่า “เผชิญสองวิกฤตใหญ่พร้อมกัน ทั้งตรวจพบมะเร็งระยะเริ่มต้น และธุรกิจเครื่องหนังที่เคยทำกำลังล้มลง รวมถึงภาวะซึมเศร้าที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาอย่างใม่ทันตั้งตัว วันที่รู้ว่าป่วย คำถามแรกคือ ถ้าไม่มีเราอยู่ ครอบครัวจะทำอย่างไร?”
ดังนั้น ความเสี่ยงไม่ได้มีแค่เรื่องสุขภาพ แต่รวมถึงรายได้และความต่อเนื่องของชีวิต ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เริ่มแบ่งเงินเป็นหลายตะกร้า ทบทวนกรมธรรม์ประกันอย่างจริงจัง จัดเตรียมระบบชีวิตเพื่อไม่ให้สามีและลูกต้องลำบาก วันนี้ได้เห็นคุณค่าของเวลาและความจริงที่ว่าชีวิตมีจำกัด การเตรียมความพร้อมตั้งแต่ยังแข็งแรง คือของขวัญที่เรามอบให้ตัวเองและคนที่เรารัก บอกรักตัวเองบ่อยๆ ให้อภัยตัวเองบ่อยๆ และบอกรักคนรอบข้างมากขึ้น
นางสุดปรารถนา ดำรงชัยธรรม ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคลและองค์กร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้เคทีซีจะพัฒนาเรื่องเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในระบบการทำงาน แต่เคทีซียังเชื่อว่าความยั่งยืนขององค์กรเริ่มจากการดูแล ‘คน’ อย่างจริงจัง เพราะพนักงานคือ ‘คนในครอบครัว’ ผู้สร้างความเชื่อมั่น (Trust) ให้กับสมาชิกและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพราะไม่สามารถแยก Work กับ Life ออกจากกันได้
ดังนั้น เคทีซีจึงใช้แนวคิด Work–Life Integration ดูแลคนแบบองค์รวม เพื่อให้เขาไม่ต้อง ‘แบก’ ความกังวลไว้ในใจระหว่างทำงาน ในฐานะองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เคทีซีใช้ ‘โครงสร้างเจเนอเรชันของคน’ เป็นเหมือนแดชบอร์ดอนาคตองค์กร เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสในการดูแลคนให้ถูกจุด
“สำหรับความกังวลหลักของคนทำงานมี 3 เรื่อง คือ สุขภาพ การเงิน และเหตุไม่คาดคิด หากสะสมไว้นานจะบั่นทอนทั้งความสุขและประสิทธิภาพงานโดยไม่รู้ตัว เคทีซีจึงออกแบบระบบดูแลพนักงานแบบครบวงจร เช่น การตรวจสุขภาพตามช่วงวัย โปรแกรมดูแลสุขภาพจิตสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจ (Psychological Safety) การโค้ชและ HR Clinic การให้ความรู้ด้านการเงิน ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับวาระสุดท้ายแบบมืออาชีพ ก่อนจะคิดเรื่องไม่ทิ้งภาระให้คนข้างหลัง”
อยากให้ทุกคนคิดว่า ต้องไม่เป็นภาระให้ตัวเองก่อน เมื่อใจไม่ต้องแบกอะไรหนักๆ เขาจะมีพลังและส่งมอบบริการที่ดีขึ้นให้สมาชิกได้อย่างแท้จริง เป้าหมายของเคทีซีคือการเป็น Happy & Safety Workplace ที่คนทำงานรู้สึกว่าเขาไม่ได้สู้ลำพังและพร้อมรับมือกับอนาคตอย่างมั่นใจ