โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สถานทูตไทยในตะวันออกกลางเตือนคนไทย เตรียมพร้อมถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน

เดลินิวส์

อัพเดต 1 มีนาคม 2569 เวลา 3.27 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สถานทูตไทยในตะวันออกกลางแจ้งเตือนคนไทย เลี่ยงพื้นที่เสี่ยง-เตรียมเอกสารสำคัญถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน ทำตามคำแนะนำหน่วยงานความมั่นคง พร้อมลงทะเบียนกับสถานทูตเพื่อการติดต่อแจ้งเตือน

เมื่อวันที่ 28 ก.พ. สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศภูมิภาคตะวันออกกลาง ทยอยออกประกาศเตือนคนไทยในแต่ละประเทศ เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา กับอิหร่าน ว่า ตามที่ปรากฏข่าวการโจมตีกรุงเตหะราน อิหร่าน โดยอิสราเอล และสหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 ก.พ.2569 และมีการคาดการณ์ว่า ระดับความขัดแย้งอาจจะมีเพิ่มขึ้นจากการตอบโต้ของอิหร่าน และอาจความเป็นไปได้ที่สถานการณ์รุนแรงจะขยายตัวในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยขอให้พลเมืองไทยในตะวันออกกลางเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานความมั่นคงแต่ละประเทศ รวมถึงแนะนำแนวปฏิบัติกรณีเกิดเหตุการณ์โจมตี รวมทั้งการเตรียมความพร้อมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอกสารสำคัญ เพื่อพร้อมปฏิบัติหากสถานการณ์ลุกลามและจำเป็น รวมทั้งการอัพเดตระบบโทรศัพท์มือถือ เพื่อรับการแจ้งเตือนจากทางการ พร้อมขอให้คนไทยลงทะเบียนคนไทยกับสถานทูต และสถานกงสุลใหญ่ไทย เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการติดต่อแจ้งเตือน และเตรียมการดำเนินการในขั้นต่อไป

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน ออกประกาศการปฏิบัติตนสำหรับคนไทยในจอร์แดน ให้คนไทยเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานความมั่นคงของจอร์แดนและอิรัก หากสังเกตเห็นวัตถุต้องสงสัยบนท้องฟ้า ขอให้ออกห่างจากบริเวณหน้าต่าง ชั้นดาดฟ้า และระเบียงบ้าน หากอยู่ระหว่างการขับขี่รถยนต์ ขอให้พยายามจอดรถข้างทางในที่ปลอดภัย และนั่งรอในรถโดยไม่ต้องตื่นตระหนก และหากพบซากของขีปนาวุธที่ตกหล่นบนพื้นดิน รวมถึงขอให้หลีกเลี่ยงจุดเกิดเหตุดังกล่าว และขอให้หลีกเลี่ยงการติดตามและการแชร์ต่อข่าวลือ โดยขอให้ประชาชนติดตามประกาศแจ้งเตือนของทางการจอร์แดนและอิรักเป็นหลัก นอกจากนี้ สำหรับคนไทยในจอร์แดนขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังชายแดนระหว่างจอร์แดนกับอิสราเอล อิรัก ซีเรีย และปาเลสไตน์ สำหรับคนไทยในอิรักขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังชายแดนระหว่างอิรักกับอิหร่าน ทั้งนี้ ในกรณีฉุกเฉินสามารถติดต่อสถานทูตฯ ได้ที่สายด่วน, เฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy in Amman และกลุ่ม Line และ WhatsApp ของสถานเอกอัครราชทูตฯ

ด้านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ แจ้งเตือนให้คนไทยทุกคนในกาตาร์อย่าตื่นตระหนก แต่ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง หาสถานที่ปลอดภัย และติดตามข่าวสารจากทางการกาตาร์อย่างใกล้ชิด ติดตามประกาศจากทางการกาตาร์และสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีรายงานเหตุการณ์ พร้อมขอให้ตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบินการเดินทางกับสายการบินโดยตรง เนื่องจากกาตาร์อาจประกาศปิดน่านฟ้าเป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย และลงทะเบียนคนไทยในกาตาร์เพื่อให้สามารถประสานงานได้อย่างรวดเร็วในกรณีฉุกเฉิน

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน ได้ประกาศเตือนคนไทยในบาห์เรนว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขอความร่วมมือคนไทย มีสติ อย่าตื่นตระหนก อย่าเผยแพร่ข่าวที่ไม่ได้มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และเตรียมอาหารแห้งให้เพียงพอ ตรวจสอบเอกสารประจำตัวให้เป็นปัจจุบัน พร้อมอัพเดตระบบโทรศัพท์มือถือ เพื่อรับการแจ้งเตือนจากทางการบาห์เรน และปฏิบัติตามข้อความแจ้งเตือนจากทางการบาห์เรน ลงทะเบียนคนไทยตาม QR code เพื่อเป็นข้อมูลและเตรียมการดำเนินการในขั้นต่อไป รวมถึงการหลีกเลี่ยงการออกข้างนอกและถนนใหญ่ ให้หลบภายในตัวอาคาร ไม่อยู่ใกล้หน้าต่าง

ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงคูเวต ประเทศคูเวต ออกประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ คูเวต ฉบับที่ 1/2569 เรื่อง สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง แจ้งข้อมูลและคำแนะนำสำหรับคนไทยในคูเวต หลังรัฐบาลคูเวตประกาศปิดน่านฟ้าชั่วคราว โดยไม่มีกำหนดเพื่อเป็นมาตรการป้องกันล่วงหน้าและรักษาความมั่นคงของประเทศภายหลังประเทศในภูมิภาคหลายแห่งเริ่มปิดสนามบินและน่านฟ้าเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานข่าวว่าคูเวตถูกโจมตี แต่โปรดหลีกเลี่ยงการเดินทางนอกที่พักหากไม่จำเป็น โดยเฉพาะบริเวณฐานทัพ สถานที่ราชการ และสถานที่ที่อาจมีความอ่อนไหวทางความมั่นคง และโปรดเตรียมพร้อมด้านอาหาร น้ำ ยาเวชภัณฑ์ เอกสารที่จำเป็นสำหรับการเดินทาง

อีกทั้งขอความร่วมมือไม่ส่งต่อข่าวลือหรือข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน และขอให้ติดตามข่าวสารจากทางการคูเวต และสถานเอกอัครราชทูตฯ ผ่านช่องทางที่เป็นทางการ ทั้งเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม รวมทั้งแนะนำให้คนไทยในคูเวตดาวน์โหลดและลงทะเบียนแอปพลิเคชัน Thai Consular ของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ พร้อมช่องทางขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่หมายเลขฉุกเฉินทันที

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน ขอให้คนไทยในโอมานและเยเมนติดตามข้อมูลข่าวสารท้องถิ่น ระหว่างประเทศ และประกาศทางการจากรัฐบาลโอมานอย่างใกล้ชิด และเตรียมเอกสารสำหรับคนไทยในโอมานให้พร้อม หากมีเหตุต้องอพยพ เพื่อพร้อมปฏิบัติหากสถานการณ์ลุกลามและจำเป็น และขอให้ติดตามประกาศแจ้งเตือน และแนวปฏิบัติต่าง ๆ ของสถานทูตฯ ทั้งทางเฟซบุ๊ก เว็บไซต์ และว็อทส์แอพของสถานเอกอัครราชทูตฯ และเตรียมพร้อมกรณีฉุกเฉินกับคนไทยในเยเมน

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย แจ้งเตือนขอให้คนไทยในซาอุดิอาระเบียและเลบานอน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพิ่มความระมัดระวังในการดำเนินชีวิตประจำวัน หลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง ติดตามข่าวสารจากทางการและสถานทูตฯ งดเว้นการเผยแพร่ข่าวสารที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เตรียมความพร้อมเอกสารและข้อมูลติดต่อฉุกเฉิน ปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด และลงทะเบียนฐานข้อมูลคนไทยในซาอุดีอาระเบียและเลบานอน ซึ่งสถานทูตฯ พร้อมให้ความช่วยเหลือคนไทยในซาอุดีอาระเบียและเลบานอน

ขณะที่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) แจ้งเตือนคนไทยในยูเออีให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอให้พิจารณาอยู่ในอาคาร/ที่พักอาศัย/สถานที่ปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการออกนอกพื้นที่ หากมีเหตุฉุกเฉิน ขอให้ติดต่อ hotline ของสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่ +971 50 211 0345 และขอให้คนไทยที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนคนไทยในยูเออี โปรดลงทะเบียนที่ https://bit.ly/3FWPpnw หรือตาม QR Code ดังภาพ สถานเอกอัครราชทูตฯ จะติดตามสถานการณ์และเรียนพัฒนาการให้ทราบต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...