โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ก.อุตฯลงพื้นที่เหมืองทองอัครา หลังยุติข้อพิพาท ย้ำเหมืองต้องโตสมดุลศก. – สิ่งแวดล้อม

เดลินิวส์

อัพเดต 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.50 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เหมืองทองอัครา ย้ำเหมืองต้องโตบนสมดุลเศรษฐกิจ–สังคม–สิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันเหมืองแร่ไทยสู่การพัฒนายั่งยืน ด้านอัคราได้โชว์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านโครงการ “อิฐบล็อกหางแร่”

นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ นายนันทวุธ หิมะมาน ผู้อำนวยการสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขต 5 พิษณุโลก และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) (อัครา) ณ เหมืองแร่ทองคำชาตรี จังหวัดพิจิตร เพื่อติดตามการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในพื้นที่จริง และให้แนวทางการบริหารจัดการที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีนางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และนายวิศิษฐ์ เบญจพิทักษ์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนและผู้แทนส่วนราชการในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

นายธนกร เปิดเผยระหว่างการตรวจเยี่ยยมว่า ได้ย้ำถึงการก้าวข้ามความขัดแย้งภายหลังการยุติข้อพิพาทด้วยดี พร้อมมอบหมายให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ดำเนินงานตามนโยบายที่ปรับบทบาทจาก “ผู้กำกับดูแล” สู่การเป็น “ผู้บริหารจัดการทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์” โดยตระหนักถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในฐานะอุตสาหกรรมต้นน้ำที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากแร่เป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า และโซลาร์เซลล์

ทั้งนี้ระบุว่า อุตสาหกรรมเหมืองแร่ไทยต้องเติบโตภายใต้กฎหมายที่เข้มแข็งและเป็นธรรม ยึดหลักความสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจกับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยกระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการที่ดำเนินงานอย่างถูกต้องและโปร่งใส เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินงานของอัคราว่าสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศรวมกว่า 7.7 พันล้านบาทต่อปี สร้างการจ้างงานกว่า 1,000 ตำแหน่ง ซึ่งเกือบร้อยละ 90 เป็นคนในพื้นที่สามจังหวัดรอบเหมือง และแม้อัคราจะเป็นผู้ผลิตทองคำรายเดียวของประเทศ แต่สามารถสร้างรายได้กลับคืนสู่รัฐในรูปแบบค่าภาคหลวงติดอันดับ 1 ใน 5 ของกลุ่มอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทั้งหมด โดยตั้งแต่กลับมาเปิดดำเนินการในเดือนมีนาคม 2566 จนถึงสิ้นเดือนมกราคม 2569 บริษัทฯ ได้ชำระค่าภาคหลวงแร่แล้วประมาณ 2,900 ล้านบาท สะท้อนบทบาทของอุตสาหกรรมทองคำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ อัคราได้โชว์นวัตกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านโครงการ “อิฐบล็อกหางแร่” ซึ่งร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาหางแร่ให้เป็นวัสดุก่อสร้างคุณภาพสูง เปลี่ยนจากของเหลือทิ้งให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ (Waste-to-Wealth) เพื่อสร้างงานและรายได้เสริมแก่ชุมชน พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้แสดงความมั่นใจในมาตรฐานสิ่งแวดล้อมด้วยการนำปลาที่เลี้ยงในบ่อเหมืองที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ซึ่งมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าปลอดภัย มาปรุงเป็นเมนูอาหารรับรองคณะ เพื่อยืนยันถึงความพร้อมในพัฒนาให้เป็นแหล่งน้ำเพื่อประโยชน์ของชุมชนในอนาคต

ในระหว่างการลงพื้นที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะได้รับชมการแสดงดนตรีจากเยาวชนในโครงการ “อัคราสานฝัน ปันปัญญา” พร้อมพบปะพนักงานหญิงผู้ปฏิบัติหน้าที่ขับรถบรรทุกสินแร่ขนาดใหญ่ โดยได้ขึ้นไปทดลองนั่งภายในรถ รวมถึงพบปะกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทฯ รวมถึงเครื่องเงินในพื้นที่ ซึ่งอัครามีแผนส่งเสริมการใช้โลหะเงินที่ได้จากกระบวนการผลิตของเหมืองทองคำชาตรี มาเป็นวัตถุดิบในการสร้างสรรค์งานหัตถกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพยากรและสร้างอาชีพเสริมให้กับชุมชนต่อไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวชื่นชม กพร. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลหลัก ตลอดจนบริษัทฯ ที่ดำเนินงานภายใต้ระบบมาตรฐานสากล ISO และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และการบริหารจัดการอย่างมีความรับผิดชอบ ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

ในโอกาสนี้ นายเชิดศักดิ์ ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานถึงสถานประกอบการจริง ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นว่าภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มแข็งและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อุตสาหกรรมเหมืองแร่ของไทยจะสามารถพัฒนาไปอย่างโปร่งใสและยั่งยืนในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...