โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

คณิตศาสตร์เลือกตั้ง 69 ไม่ว่าสูตรไหน “เพื่อไทย”ก็ร่วมรัฐบาล

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในห้วงนับถอยหลังโค้งสุดท้ายก่อนเปิดคูหาหย่อนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งทั่วไป วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 “คณิตศาสตร์ทางการเมือง” กลายเป็นหัวใจหลักของการประเมินว่า พรรคใด ค่ายใด จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หรือ ใครจะได้เข้าร่วมรัฐบาลบ้าง?

แทบทุกสำนักวิเคราะห์ คอการเมือง และสำนักโพล ต่างเห็นตรงกันว่า เต็ง 1-3 ของสนามเลือกตั้ง หนีไม่พ้น 3 พรรคใหญ่ 3 ค่าย 3 สี

พรรคประชาชน (ส้ม)

พรรคภูมิใจไทย (น้ำเงิน)

พรรคเพื่อไทย (แดง)

3 ก๊ก 3 สีเร่งเครื่องโค้งท้าย

ตลอด 2 สัปดาห์สุดท้าย เกมการเมืองถูกเร่งเครื่องเต็มพิกัด ทั้งแอร์วอร์ กราวด์วอร์ การดีเบต และการระดมเวทีปราศรัยใหญ่ หวังปั่นกระแสให้เกิด “โมเมนตัม” พลิกเกมในนาทีสุดท้าย

อย่างไรก็ดี เมื่อถอดสมการเชิงตัวเลขออกมา แทบทุกการประเมินตรงกันว่า ไม่มีพรรคใดแตะ 200 เสียงได้

เพดานสูงสุดของแต่ละค่ายอยู่ที่ราว 150 เสียงขึ้นไป ก็ถือว่าสวยงามในบริบทการเมืองปัจจุบัน

ค่ายส้มเจอด่านบ้านใหญ่

พรรคประชาชน ถูกประเมินว่าจะทำคะแนน สส.บัญชีรายชื่อ ได้ดี มีลุ้นอันดับ 1 แต่ สส.เขต ต้องเผชิญโจทย์หิน คือ การเจาะฐาน “บ้านใหญ่” ที่ฝังรากลึกทั่วประเทศ

แม้พยายามปรับภาพลักษณ์ ลดเพดานนโยบายสุดโต่ง (ม.112) และส่งสัญญาณประนีประนอมมากขึ้น แต่เงื่อนไขทางอำนาจยังทำให้โอกาสตั้งรัฐบาลของ “ค่ายส้ม” ไม่ง่าย และไม่เปิดกว้างเท่าที่หวัง

ค่ายน้ำเงินหวังขึ้นแท่นเบอร์ 1

พรรคภูมิใจไทย วางหมากชัด ใช้ยุทธศาสตร์ “ดูดพลังบ้านใหญ่” ทั่วประเทศ หวังยกระดับจากพรรคตัวแปร เป็น หัวขบวนฝ่ายอนุรักษนิยม
เป้าหมายคือขึ้นเป็นอันดับ 1 หรืออย่างน้อยอันดับ 2 เพื่อถือดุลอำนาจต่อรองจัดตั้งรัฐบาล และเก้าอี้กระทรวงเกรดเอ หากจำนวน ส.ส.ทะลุเป้า

ค่ายแดงเดิมพันทวงแชมป์

พรรคเพื่อไทย กำลังเผชิญภารกิจไม่ง่าย หลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งเป็นครั้งแรกในปี 2566 นับแต่ยุคไทยรักไทยปี 2544 ยุทธศาสตร์สำคัญคือ

- ล็อกเป้า สส.เกรดเอ

- ดึง สส.เกรดบี-ซี เข้าสภาให้มากที่สุด

- ตั้งธงคว้าแชมป์สส.ภาคอีสาน และภาคเหนือ

ขณะเดียวกัน ยังต้องกอบโกยคะแนน “บัญชีรายชื่อ” ให้ได้มากที่สุด เพื่อรักษาสถานะ “แกนนำจัดตั้งรัฐบาล”

การดัน “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคลงสนามเต็มรูปแบบ ทั้งเวทีดีเบต โซเชียล และ เวทีปราศรัยใหญ่ โดยประเดิมรุกหนักที่ “นครราชสีมา” ซึ่งมีสส.ถึง 16 ที่นั่ง ถือเป็นหมากสำคัญของ “ค่ายแดง” ในโค้งสุดท้าย

หลัง 8 ก.พ.เริ่มเกมตั้งรัฐบาล

ทุกการประเมินชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า หลังวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ จะเกิด “รัฐบาล 2 ก๊ก” โดยอีก 1 ก๊กถอยไปเป็นฝ่ายค้าน

ปัจจัยสำคัญที่ยังถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องคือ บทบาทของ “รัฐพันลึก” ซึ่งยังคงเป็นตัวแปรชี้ขาดสูงในดีลจัดตั้งรัฐบาล

แหล่งข่าวในวงการเมืองระบุว่า คีย์แมน“ค่ายแดง” ได้เช็ค “ทิศทางลม” ไว้ล่วงหน้าแล้ว โอกาสที่เพื่อไทยจะได้เป็นรัฐบาล ไม่ว่าจะในฐานะแกนนำ หรือ พรรคร่วมหลัก ยังมีสูง

สูตร“แดง-น้ำเงิน”ยังไม่ตาย

ไม่ว่าผลเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร หาก“เพื่อไทย”ได้ สส. ไม่ต่ำกว่า 100 เสียง และอยู่อันดับ 1-3 โอกาสเข้าสู่ “ขั้วรัฐบาล” ยังเปิดกว้าง
พันธมิตรที่ถูกจับตา ได้แก่

พรรคภูมิใจไทย

พรรคกล้าธรรม

โดยเฉพาะสูตร “แดง-น้ำเงิน” ที่ยังไม่ถูกตัดทิ้ง

อย่างไรก็ตาม การจับมือกันของ 2 ค่ายใหญ่ ยังมีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องเคลียร์ ได้แก่

1.คดีฮั้ว ส.ว. และคดีเขากระโดง

2.คดีมาตรา 112 และคดีที่เกี่ยวพันกับ “ทักษิณ ชินวัตร”

3.คดีในชั้น ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้องกับปีกค่ายแดง ทั้งคลิปเสียง ตั๋ว PN การโอนหุ้น และ คดีภาษีชินคอร์ป

ทั้งหมดคือ “ชนักทางการเมือง” ที่ผู้นำจิตวิญญาณของ 2 ค่ายต้องจัดการให้ลงตัว

แม้ผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่เมื่อกาง “สมการอำนาจ” ทั้งหมดออกมา ชื่อของ“พรรคเพื่อไทย” ยังอยู่ในทุกสูตรการจัดตั้งรัฐบาล

ไม่ว่าผลจะจบที่อันดับ 1, 2 หรือ 3

“ค่ายแดง”ยังคงเป็นตัวแปรชี้ขาดอำนาจหลังหย่อนบัตรเลือกตั้ง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…
+++++

เปิดเงื่อนไขร่วมรัฐบาล 7 พรรค

หัวหน้าพรรคการเมืองและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จาก 7 พรรคการเมือง ได้แสดงเงื่อนไขการร่วม หรือ ไม่ร่วมรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนการเลือกตั้ง ในเวที NATION ELECTION 2569 กับการดีเบตหัวข้อ “จุดเปลี่ยนประเทศไทย” เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 259 ดังนี้

พรรคประชาชน โดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

ยืนยันไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม และจะไม่โหวตสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย แต่หากพรรคประชาชนมีจำนวน สส. เข้มแข็งเพียงพอที่จะกำหนดทิศทางรัฐบาลและการคัดเลือกคณะรัฐมนตรี เงื่อนไขการร่วมรัฐบาลยังคงเปิดกว้าง

พรรคเพื่อไทย โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

พรรคเพื่อไทยไม่ต้องการร่วมงานกับผู้ที่มีพฤติกรรมทุจริต โดยสิ่งสำคัญคือ การรับฟังเสียงประชาชน และการทำงานร่วมกับพรรคที่สามารถผลักดันนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อนำประเทศเดินหน้า ลดความขัดแย้ง และยืนหยัดในประชาคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี

พรรคประชาธิปัตย์ โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ไม่ร่วมกับการเมืองที่มีการทุจริตแบบทุนเทา การสร้างความแตกแยกในสังคม หรือการถูกครอบงำโดยผู้ที่ไม่ควรมีอำนาจทางการเมือง โดยมองว่าเงื่อนไขดังกล่าวเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

พรรครวมไทยสร้างชาติ โดย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี

ไม่มีประเด็นการแบ่งขั้วซ้าย–ขวา แต่เน้นการต่อสู้กับทุนพลังงาน เพื่อลดค่าไฟฟ้าและส่งเสริมพลังงานสะอาด โดยไม่ตั้งเงื่อนไขใดที่นำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมือง

พรรคประชาชาติ โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

ไม่ร่วมรัฐบาลกับผู้ทุจริต นักค้ายาเสพติด หรือผู้ใช้อำนาจโดยมิชอบ พร้อมประกาศยอมเป็นฝ่ายค้าน หากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดสันติภาพอย่างแท้จริง

พรรคไทยสร้างไทย โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

ประกาศเจตจำนงชัดเจนในการสร้างการเมืองสุจริต ซึ่งระบุไว้ในข้อบังคับพรรค โดยจะไม่ร่วมรัฐบาลกับผู้ทุจริต พร้อมเสนอให้ทุกพรรคการเมืองร่วมให้คำมั่นต่อประชาชนว่า จะไม่โกง และจะปราบโกงอย่างจริงจังให้เป็นวาระแห่งชาติ

พรรคโอกาสใหม่ โดย นายจตุพร บุรุษพัฒน์

ไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่ “ก้าวล่วงสถาบัน” อย่างเด็ดขาด ส่วนพรรคอื่น หากผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างถูกต้องและโปร่งใส พรรคโอกาสใหม่พร้อมพิจารณาร่วมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...