โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เกมจริง ชิงเดือด ! “พรรคส้ม” ชน “ภูมิใจไทย” ศึกตั้งรัฐบาล วัดพลังหลังเลือกตั้ง

สยามรัฐ

อัพเดต 27 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พรรคประชาชน ยังคงมีกองไฟที่รออยู่ข้างหน้า แม้วันนี้โพลทุกสำนักต่างสะท้อนความเห็นของประชาชน ออกมาในทิศทางที่ไม่แตกต่างกัน ว่าเลือก “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ให้เป็นนายกฯคนใหม่ และเลือก “พรรคประชาชน” ให้เข้าไปบริหารประเทศ ก็ตาม

แต่ดูเหมือนว่า “คะแนนความนิยม” จากโพลแทบทุกสำนักนั้น เป็นกระแสที่อาจชี้นำการตัดสินใจของบรรดาโหวตเตอร์ได้ไม่น้อย แต่ย่อมไม่ใช่ทั้งหมด ในทางตรงกันข้าม ยิ่งผลโพลสะท้อนออกมาว่าพรรคส้ม มาแรงแซงทุกพรรคคู่แข่งมากเท่าใด ยิ่งทำให้“คู่ต่อสู้” นำไปประเมินสถานการณ์ เพื่อวางกลยุทธ์ในห้วงนาทีสุดท้ายเมื่อใกล้วันที่ 8 ก.พ.นี้

จากการประเมินของบรรดากูรูทางการเมือง ตลอดจนโพลหลากหลายสำนัก ย่อมทำให้สมาชิกพรรคตลอดจนผู้สมัครของพรรคส้ม ยังอุ่นใจได้ว่า แม้กระแสวันนี้จะไม่แรงมากเท่ากับเมื่อปี 2566 แต่อย่างน้อย ก็ยังนำคู่แข่ง

ขณะที่คู่ปรับเบอร์หนึ่ง อย่าง “พรรคภูมิใจไทย” เองซึ่งดูเหมือนว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค จะไม่แสดงอาการ “เดือดร้อนใจ”ไปกับผลโพลที่สะท้อนออกมามากนัก เพราะอนุทิน มั่นใจว่า การได้คะแนนเสียง การได้สส.เข้าสภาฯ ชนิดที่เรียกว่าของจริง” นั้น ย่อมแตกต่างไปจากโพลนอกพรรค

อนุทิน ตอบสื่อเมื่อถูกถามถึงกรณีนิด้าโพล ที่คาดการณ์ผลคะแนนการเลือกตั้ง 2569 ระบุว่าพรรคภูมิใจไทยมาอันดับ 1 จะได้ 150 ที่นั่ง นั้นเจ้าตัวบอกอย่างอารมณ์ดีว่า "ต่ำกว่าเป้าหมาย”

และยังอธิบายต่อว่า “ เป้าหมาย ก็ต้องเกิน 150 แต่ผลสำรวจก็เป็นเครื่องมือในการประเมิน ว่า ได้ทำงานระดับไหน ถ้าตรงกับสิ่งที่คิด ก็ไม่ต้องสงสัย และเดินหน้าต่อได้ แต่หากไม่ตรงกับที่คิด ก็ต้องทบทวนแก้ไข”

อนุทิน บอกกับสื่อหลายครั้งว่า การหาเสียงของเขาและพรรคภูมิใจไทยนั้นเป็นไปในลักษณะที่เรียกว่า ออร์แกนนิก คือหาเสียงกับผู้คน ทำพื้นที่มากกว่า และเหนืออื่นใด ยังมั่นใจว่า “3รัฐมนตรี” ที่เปิดตัวนำเสนอต่อประชาชน นั้นโดดเด่นมากพอ ทั้ง “เอกนิติ-ศุภจี-สีหศักดิ์”

สถานการณ์ของพรรคประชาชน วันนี้ต้องเร่งงัดไม้เด็ด ออกมาหาเสียง โดยเฉพาะการดึงเอา “แม่เหล็ก” กลับมาช่วยเท้ง ณัฐพงศ์ ทั้ง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ,ปิยบุตร แสงกนกกุล และธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มาช่วยดึงแต้ม แต่ผลลัพธ์อาจต่างไปจากการเลือกตั้งเมื่อปี2566

อย่างไรก็ดี แม้พรรคประชาชนจะต้องฝ่าด่านพาสส.เข้าสภาฯให้ได้มากที่สุด ตามที่ประกาศกันเอาไว้ที่ 250 ที่นั่งเท่านั้น จึงจะได้เป็น “รัฐบาลของประชาชน” ตามที่หวัง !

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในยามที่กระแสลด และยังเป็นพรรคการเมืองที่หา “พันธมิตร” ได้ยากเย็น กว่าพรรคคู่แข่ง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับพรรคภูมิใจไทย ที่พร้อมจะเปิดรับ “ทุกพรรค” ภายใต้เงื่อนไขที่น้อยที่สุด จน หลายพรรคก็พร้อมจะเข้ามาร่วมรัฐบาล

ด่านหินที่พรรคประชาชน จะต้องฝ่าไปให้ได้ในด่านแรก คือการพาสส.เข้าสภาฯให้ได้มากที่สุด เป็นพรรคอันดับหนึ่งที่ทิ้งห่าง ภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย หลายช่วงตัว แต่อย่าลืมว่า ด่านต่อไปจะอยู่ที่การเลือกจับมือกับใคร เพื่อร่วมกันตั้งรัฐบาล

อย่าลืมว่า หลังการเลือกตั้ง ผ่านพ้นไปแล้ว เมื่อเข้าสู่โหมดของการเคลื่อนไหวเดินสายจัดตั้งรัฐบาล “ตัวแปร” สำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่ “พรรคอันดับ4” เท่านั้น ถ้าหาก คู่แข่ง สีใด สีหนึ่ง ชิงตัดหน้าไปจับมือ “จองตัว” พรรคขนาดเล็ก ที่จะได้เข้าสภาฯ ชิงรวบรวมเสียงข้างมากเอาไว้ในมือ มองข้ามสูตรการยึดชัยชนะด้วยการเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ไปเสียแล้ว !!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...