โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลักลอบปล่อยน้ำเสียลงทะเลพัทยา สะท้อนช่องโหว่การกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม

ไทยโพสต์

อัพเดต 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 5.20 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากกรณีปล่อยน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลลงสู่ทะเลในพื้นที่หาดจอมเทียน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ของบริษัท ไดนามิค กรุ๊ป โปรดักส์ จำกัด ผู้รับจ้างดำเนินโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดจอมเทียน ของเสียสีดำขยายเป็นวงกว้างในทะเล และกลายเป็นต้นเหตุให้น้ำทะเลสกปรก ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล รวมถึงภาพลักษณ์ของเมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกที่ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีคำถามสำคัญถึงปัญหาลักษณะนี้จะจัดการป้องกันอย่างไรก่อนเกิดเหตุที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงจะจักการตามาตรการทางกฎหมายอย่างไร

ความคืบหน้ากรณีการปล่อยน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลลงสู่ชายหาดพัทยา และการดำเนินคดีบริษัท ไดนามิค กรุ๊ป โปรดักส์ จำกัด ผู้รับจ้างดำเนินโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดจอมเทียน กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้มอบหมายกองกฎหมาย และสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 (ชลบุรี) ติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งความร้องทุกข์/กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยาในฐานความผิด เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ดังนี้

(1) การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประกาศกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม บริเวณพื้นที่อำเภอบางละมุง และอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งกำหนดข้อห้ามปล่อยทิ้งของเสียหรือมลพิษลงสู่แหล่งน้ำหรือทะเล เว้นแต่ได้ผ่านการบำบัดตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 44, 45 ประกอบกับมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

(2) การทิ้ง เท หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้สิ่งปฏิกูลลงในทะเลภายในน่านน้ำไทย อันเป็นเหตุให้เกิดการตกตะกอนหรือสกปรก โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าท่า มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 เพิ่มเติม ในประเด็นเกี่ยวกับผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยผู้ก่อเหตุได้รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ซึ่ง คพ.ได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนว่า ผู้ก่อเหตุรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา

ขณะที่กรมประมงดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เพิ่มเติมในฐานความผิด ปล่อย เท ทิ้ง ระบาย หรือทำให้สิ่งใดลงสู่ที่จับสัตว์น้ำในลักษณะที่เป็นอันตรายแก่สัตว์น้ำ และทำให้ที่จับสัตว์น้ำเกิดมลพิษในลักษณะที่เป็นอันตรายแก่สัตว์น้ำ มีอัตราโทษปรับตั้งแต่ 300,000 บาท ถึง 500,000 บาท ตามมาตรา 58 (3) และ (4) ประกอบกับมาตรา 140 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และจะได้ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการเพื่อฟ้องคดีผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย

ทั้งนี้ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 และกองกฎหมาย ยังต้องติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม และติดตามความคืบหน้าของการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเพื่อนำไปสู่การชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทะเลไทย

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษและกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เร่งติดตามตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดกับ บริษัท ไดนามิค กรุ๊ป โปรดักส์ จำกัด ผู้รับจ้างดำเนินโครงการฯ ซึ่งปล่อยน้ำสีดำจำนวนมากลงสู่ทะเลบริเวณ ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา โดยเป็นน้ำเสียสะสมในระบบท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน คนงานได้สูบน้ำดังกล่าวระบายลงทะเลโดยตรง การกระทำดังกล่าวปรากฏหลักฐานว่า มีบุคคลลักลอบปล่อยทิ้งสิ่งปฏิกูล ของเสีย น้ำเสียลงสู่ทะเลบริเวณหาดจอมเทียน เมืองพัทยา พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง กองกฎหมายของ คพ. เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยาเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดฐานลักลอบปล่อยทิ้ง สิ่งปฏิกูล ของเสีย น้ำเสีย ลงสู่ทะเล บริเวณหาดจอมเทียน ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับความเสียหายอร้ายแรง โดยให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

“ จากการติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำในพื้นที่ดังกล่าว ในพารามิเตอร์พื้นฐานคุณภาพน้ำอยู่ในช่วงปกติ ส่วนพารามิเตอร์อื่นๆ ได้แก่ กลุ่มแบคทีเรีย ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน สารอาหาร รวมทั้งโลหะหนัก กำลังรอผลจากห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ คพ. และ ทช.จะติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง การกระทำดังกล่าวทำให้ทรัพยากรธรรมชาติหรือสาธารณสมบัติของแผ่นดินได้รับความเสียหาย ผู้กระทำผิดมีหน้าที่ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐ ตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติ ที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไป ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 “ นายสุรินทร์ กล่าว

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กล่าวว่า คลิปปล่อยน้ำเสียทำทะเลเป็นสีดำที่เผยแพร่ในโซเชียลมาจากฝรั่งต่างชาติที่ทนไม่ได้ แชร์คลิปรถบรรทุกเทน้ำเสียสีดำลงบ่อพักน้ำบนหาดจอมเทียน เมืองพัทยา ซึ่งถูกได้ประกาศให้เป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม โดยมีน้ำเสียสีดำทะลักไหลลงทะเล การดำเนินการดังกล่าวทำในโครงการ "ปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดจอมเทียน" ซึ่งโครงการอยู่ระหว่างการวางระบบท่อระบายน้ำและบ่อพักน้ำเพื่อรองรับปริมาณฝนและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ ต้องจัดการด้วยบทลงโทษตามกฎหมายอย่างจริงจัง ทั้งพ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทยพ.ศ.2535(ฉบับที่14) ถือเป็นกฎหมายหลักที่ควบคุมการกระทำในทะเลโดยตรง บทลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องชดใช้เงินค่าใช้จ่ายในการขจัดมลพิษหรือชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วน พ.ร.บ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ2535 เน้นการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษจากบนบกที่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ

ดร.สนธิ กล่าวด้วยว่า โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดจอมเทียนมีเป้าหมายหลักเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและพัฒนาพื้นที่การท่องเที่ยว ภายใต้นโยบาย Neo Pattaya โดยวางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ยาวกว่า 3,528 เมตร เพื่อรวบรวมน้ำจากพื้นที่สูงและระบายลงสู่ทะเลได้อย่างรวดเร็วโดยครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ โค้งดงตาลไปจนถึงแยกถนนชัยพฤกษ์ ระยะทางรวมประมาณ 3.5-3.7กม.โดยเจ้าของโครงการ คือ เมืองพัทยา ส่วนผู้ก่อสร้าง คือ บริษัท ไดนามิค กรุ๊ป โปรดักส์ จำกัด จากเหตุการณ์นี้จำเป็นต้องมีมาตรการตรวจสอบและเฝ้าระวังโครงการฯ ดังกล่าวอย่างเข้มข้นมากขึ้น

ดร.สนธิ แสดงทัศนะถึงการจัดการสิ่งแวดล้อมของไทยไปไม่ถึงระบบสากล มีการร้องเรียนกันทุกหย่อมหญ้า จุดอ่อนของการจัดการสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยที่ผ่านมามาจากประเทศไทยมีกฎหมายสิ่งแวดล้อมทั้งด้านมลพิษและทรัพยากรธรรมชาติหลายฉบับกระจายไปใน 13 กระทรวงแยกส่วนกันและไม่เคยนำมาบูรณาการร่วมกัน. ต่างคนต่างใช้ ต่างคนต่างทำ เปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนเป้าหมาย ขณะที่การบังคับใช้กฎหมายที่ยังหย่อนยานและขาดประสิทธิภาพจนทำให้ขาดความเชื่อถือจากประชาชน

“ ระบบการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ยังอ่อนแอ ถ้าประชาชนไม่ร้องเรียนให้เป็นประเด็นสาธาร ณะ เนื่องมาจากเดือดร้อนจากการพัฒนาโครงการของรัฐหรือเอกชนแล้ว ส่วนใหญ่หน่วยงานรัฐก็จะไม่รู้หรือรู้ก็ไม่ค่อยใส่ใจ อีกทั้งการสร้างจิตสำนึกแก่ประชาชนไม่ต่อเนื่อง ส่วนใหญ่นิยมจัดเป็นครั้งคราวหรือจัดอีเว้นท์เป็นครั้งคราวแล้วก็เลิกลาไป รวมถึงการยกย่องผู้ประกอบการที่ทำเพื่อสังคมและชุมชนยังมีน้อยเกินไป อย่างมากให้ราง วัลยกย่อง แต่การที่จะส่งเสริมแบบมี Impact สูงยังไม่ค่อยมี เช่น การนำไปใช้เพื่อการลดหย่อนภาษีหรือให้สิทธิพิเศษด้านภาษีเพื่อเป็นแรงจูงใจ เป็นต้น ทุกวันนี้จึงเกิดการทำโชว์ภาครัฐมากกว่าการทำให้เกิดความยั่งยืน

นักวิชาการสิ่งแวดล้อมยังเปรียบเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วสร้างระบบตรวจสอบและถ่วงดุล โดยหน่วยงานอนุญาตจะมีหน้าที่ในการส่งเสริมและดูแลโครงการให้ปฎิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมย่างดีที่สุด แต่หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมจะทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบและลงโทษแทนกรณีที่โครงการทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น US. EPA ของสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

นอกจากนี้ กำหนดให้โครงการที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมต้องทำประกันภัยด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งบริษัทรับประกันภัยจะไปทำหน้าที่กำกับดูแลอย่างดีเพื่อไม่ให้เกิดมลพิษส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน กำหนดให้ทุกโครงการที่ปล่อยมลพิษต้องได้รับใบอนุญาตการปลดปล่อยมลพิษ โดยจะมีการกำหนดว่าแต่ละโครงการสามารถปล่อยมลพิษออกมาได้ กี่ตันต่อปีหรือ กี่กิโลกรัมต่อวันในพื้นที่นั้น หากปล่อยออกมาเกินค่าที่กำหนดจะต้องจ่ายเงินค่าปรับตามที่กฎหมายกำหนด ภาครัฐจะต้องสร้างระบบเครือข่ายประชาชนเฝ้าระวังปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละชุมชน ข้อมูลสารเคมี และการปลดปล่อยมลพิษของโครงการพัฒนาต้องเปิดเผยได้ ไทยต้องผลักดันออกกฎหมายระบบ PRTR

ดร.สนธิย้ำว่าเป้าหมายการจัดการสิ่งแวดล้อมของภาครัฐต้องชัดเจนประกาศแล้วต้องทำจริง เช่น กำหนดเวลาในการงดใช้พลังงานสกปรก การเริ่มใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดโลกร้อน เป็นต้น มีนโยบายและแผนรองรับชัดเจนถึงแม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลก็ตามแต่เป้าหมายต้องไม่เปลี่ยน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...