โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ประภัตร’ ปราศรัยใหญ่สุพรรณฯ แจงร่วมภูมิใจไทย หวังเป็นรัฐบาลแก้ปัญหาปากท้องประชาชน

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 3.45 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ประภัตร" เปิดใจเวทีปราศรัยใหญ่เมืองสุพรรณ แจงร่วมภูมิใจไทยเพราะต้องการเป็นรัฐบาล แก้ปัญหาปากท้องประชาชน ขอบคุณ "เนวิน-อนุทิน" ชวนร่วมทัพสีน้ำเงิน ชี้หากไม่ตัดสินใจ เลือกตั้งปี 2569 อาจได้ สส.ไม่ถึง 10 เสียง ขณะที่ "ศุภจี" อ้อนเป็นลูกสาวสุพรรณอาสาดันราคาข้าว

2 กุมภาพันธ์ 2569 - เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทยสุพรรณบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.หมาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส. สส.สุพรรณบุรี ทั้ง 5 เขต ประกอบด้วย นายสรชัด สุจิตต์ ผู้สมัคร สส. เขต 1 นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ผู้สมัคร สส. เขต 2 นายนพดล มาตรศรี ผู้สมัคร สส. เขต 3 นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ผู้สมัคร สส. เขต 4 และนายประภัตร โพธสุธน ผู้สมัคร สส. เขต 5

โดยนายอนุทิน นายวราวุธ และผู้สมัครสส.ทั้ง 5 เขต ได้เดินเท้าไปยัง ลานอเนกประสงค์ สำนักงานเทศบาลต.ท่าระหัด อ.เมืองสุพรรณบุรี เพื่อขึ้นเวทีปราศรัย โดยมีประชาชนมารอรับฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมาก ตลอดเส้นทางนายอนุทิน ได้เดินทักท้ายประชาชนที่มารอรับฟังการปราศรัย ซึ่งประชาชนต่างให้การต้อนรับเป็นอย่างดีเข้าไปขอถ่ายภาพกับนายอนุทินกันอย่างคึกคัก

เวลา 18.30 น. นายประภัตร โพธสุธน ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 5 พรรคภูมิใจไทย ขึ้นปราศรัยบนเวทีใหญ่จังหวัดสุพรรณบุรี ระบุว่า วันนี้ถือเป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของจังหวัดสุพรรณบุรี เพราะสิ่งที่ประชาชนรอคอยคือการรวมพลังของคนสุพรรณบุรี เพื่อเดินไปด้วยกันในฐานะคนสุพรรณบุรี โดยขอให้สนับสนุนหมายเลข 37

นายประภัตร กล่าวว่า ประเด็นที่ชาวสุพรรณบุรีสงสัยและตั้งคำถามมากที่สุด คือเหตุผลในการย้ายพรรค ซึ่งตนยอมรับว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนสุพรรณบุรีทุกคน ขอให้ลองย้อนกลับไปเมื่อปี 2518–2519 กว่า 50 ปีก่อน ในยุคของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ขณะนั้นสุพรรณบุรีแทบไม่มีไฟฟ้า ไม่มีถนน ไม่มีน้ำประปา แต่หลังจากมีผู้แทนจากพรรคชาติไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา บ้านเมืองก็พัฒนาอย่างต่อเนื่องมากว่า 50 ปี

“วันนี้หากเราต้องการให้บ้านเมืองดีกว่านี้ จำเป็นต้องมีนายกรัฐมนตรีชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งประชาชนได้เห็นฝีมือการทำงานมาแล้ว” นายประภัตร กล่าว

นายประภัตร กล่าวต่อว่า ตนเป็นนักการเมืองที่ทำงานคู่บุญกับนายบรรหารมากว่า 50 ปี โดยย้อนเหตุการณ์ในปี 2562 หลังการรัฐประหาร พรรคชาติไทยพัฒนาแทบไม่เหลืออะไร มีเพียง 2 หลาน คือ น.ส.กาญจนา ศิลปอาชา และนายวราวุธ ศิลปอาชา และอีกหนึ่งอาคือตนเอง ทุกคนไม่แน่ใจว่าจะเดินต่ออย่างไร

“นาทีสุดท้าย เราทั้งสามคนไปหาคุณแม่แจ่มใส ศิลปอาชา ทุกคนร้องไห้ ท่านบอกว่าพ่อบรรหารสร้างพรรคไว้ คนสุพรรณรักพรรค ก็ต้องรักษาพรรคไว้ แม่จึงให้ 2 หลาน 1 อา เดินหน้าต่อ จนพรรคชาติไทยพัฒนาได้ สส. 10 เสียง และได้ร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเวลา 4 ปี”

นายประภัตร กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งปี 2566 พรรคชาติไทยพัฒนาได้ สส. 10 เสียง พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ นายทักษิณ ชินวัตร จะติดต่อประสานให้ไปร่วมงานก็ตาม กระทั่งปี 2568 มีการยุบสภา ทำให้สถานการณ์ของพรรคชาติไทยพัฒนาเปลี่ยนไปอย่างมาก

“ผู้แทนราษฎรต้องทำงานกับรัฐบาล ต้องมีงบประมาณดูแลประชาชน หากเลือกตั้งครั้งนี้เราได้ไม่ถึง 10 เสียง ก็จะไม่มีใครเชิญร่วมรัฐบาล พี่น้องประชาชนต้องเห็นใจเรา เราจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกพรรคภูมิใจไทย”

นายประภัตร กล่าวด้วยว่า ต้องขอบคุณนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่โทรศัพท์มาพูดคุยและนัดรับประทานอาหารร่วมกัน รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ให้เกียรติชักชวน ถือเป็นการให้เกียรติ พร้อมย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคใหญ่ มีศักยภาพเป็นรัฐบาล และมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีชัดเจน

“เราต้องการมากกว่านโยบาย คือ 1. เรื่องปากท้องประชาชน 2. ราคาข้าว วันนี้ข้าวราคา 5,000 บาทต่อตันอยู่ไม่ได้ แต่ภายใน 3 เดือน หลังได้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ราคาข้าวขึ้นเป็น 7,500 บาทต่อตัน และเป้าหมายของเราคือ ข้าวต้องถึงตันละ 10,000 บาท” นายประภัตร กล่าว

ขณะที่นางศุภจี ปราศรัยว่า ตนมาสุพรรณบ่อยแต่วันนี้ขอฝากตัวเป็นลูกสาวสุพรรณบุรี ตนขอเข้ามาอาสาหัวใจของสุพรรณบุรีในเรื่องของเกษตรกรรม ปกติรับน้ำขังได้แค่ 4 เดือน ตอนนี้ท่วมขังนานกว่านั้นตนได้ไปขอให้นายกฯช่วย เพราะถ้าน้ำไม่ออกประชาชนปลูกข้าวไม่ได้ตนจะไปขายได้อย่างไร ขอเข้ามาช่วยตรงนี้ ราคาข้าวตอนที่ตนเข้ามาตกต่ำมาก พอเข้ามาก็ช่วยพะยงราคาให้มาที่ 7,500 บาท ขอเวลามากกว่านี้อีกจะทำให้ดีกว่านี้ เราของเวลาดึงราคาขึ้นไปอีกพอเก็บเกี่ยวจะได้ราคามากกว่านี้ไปอีก ตนกับนายอนุทิน ได้ช่วยกันขายข้าวไปที่จีน 5 แสนตันและไปช่วยขายที่สิงคโปร์ได้อีก 1 แสนตัน

วันนี้มีการแข่งขันสูงแต่เราต้องหาช่วงหาโอกาสใหม่ตนจะช่วยหาช่องทางระบายเพื่อให้ข้าวราคาสูงขึ้น รวมไปถึงอ้อยเราจะหากลไกพยุงราคาให้สูงขึ้นขอโอกาสเข้ามาดูเรื่องราคาสินค้าการเกษตร และเราจะดูแลคุณภาพชีวิต จะมีพยาบาลชุมชนให้ครบทุกหมู่บ้านดูแลคนสูงสัยและผู้ต้องการความช่วยเหลือ นอกจากนี้เราจะลดค่าไฟให้เหลือ 3 บาทต่อหน่วยใน 200 หน่วยแรก และจะเอาที่ของรัฐที่ราชพัสดุมาทำแหน่งพักพิงให้ผู้สูงวัยหรือผู้ต้องการดูแลเป็นพิเศษให้เราได้ทำอะไรได้เต็มไม้เต็มมือ และจะพัฒนาเรื่องการศึกษาทั้งการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาอาชีพ ที่สำคัญในเรื่องคนละครึ่งพลัสเป็นนโยบายที่เราจะเดินหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...