โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

GGC ผนึก THAICOM–TGO ใช้ดาวเทียม–AI ประเมินคาร์บอนเครดิตสวนปาล์ม

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 05.05 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 05.05 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ร่วมกับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THAICOM และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อดำเนินโครงการ “การพัฒนาคาร์บอนเครดิตจากการปลูกปาล์มอย่างยั่งยืน” โดยได้ร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้และแนวทางการนำระบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบพื้นที่สวนปาล์ม

พร้อมทั้งประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอนจากสวนปาล์ม เพื่อนำไปขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตในโครงการการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในการพัฒนาสู่ธุรกิจและสังคมคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืน และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมันของประเทศไทย

นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยการนำระบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบพื้นที่สวนปาล์ม และประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอนจากสวนปาล์ม เพื่อนำไปสู่การขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตในโครงการการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย

โดย GGC จะเป็นผู้พัฒนาโครงการ โดยนำฐานข้อมูลในการพัฒนาคาร์บอนเครดิตมาใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาเป็นโมเดลการประเมินการกักเก็บคาร์บอน และขอรับรองตามแนวทางการพิจารณารับรองวิธีการประเมินการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้โดยเทคโนโลยีการสำรวจระยะไกล (Remote Sensing) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) สำหรับสวนปาล์ม สำหรับตรวจประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอนจากสวนปาล์มตามมาตรฐานที่ TGO กำหนด

สำหรับการลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่าง 3 ภาคีในครั้งนี้ จะช่วยเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญและบทบาทของแต่ละหน่วยงานให้ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การกำหนดแนวทางและมาตรฐานการพัฒนาคาร์บอนเครดิต ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการตรวจสอบและประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ GGC ในการต่อยอดการพัฒนาโครงการสู่การปฏิบัติจริง เพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน และยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลและผลการประเมินตามแนวทางมาตรฐานของประเทศไทย

ขณะเดียวกัน ยังเอื้อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในภาพรวม ผ่านการส่งเสริมการทำเกษตรและอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และสร้างโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ GGC ยังได้รับความร่วมมือจาก GIZ ในฐานะพันธมิตรที่ช่วยขับเคลื่อนโครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Sustainable Palm Oil Production and Procurement Project for Climate Mitigation and Adaptation: SPOPP CLIMA) มาให้คำแนะนำต่อแผนดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดการสวนปาล์มน้ำมัน และอำนวยความสะดวกในการประสานงานกลุ่มเกษตรกรเป้าหมายในโครงการฯ

ทั้งนี้ ความยั่งยืนถือเป็นสิ่งที่มีความท้าทายและเป็นบริบทที่มีความสำคัญทั่วโลก ซึ่งไม่ได้เป็นหน้าที่ขององค์กรใดองค์กรหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการบูรณาการร่วมกันโดยอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วน ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ในการดำเนินการด้านความยั่งยืนควบคู่กับธุรกิจอย่างบูรณาการ เพื่อให้เกิดการพัฒนาสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มศักยภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรภายในประเทศ

นายปฐมภพ สุวรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ ไทยคม เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงพลังของทุกภาคส่วนในการนำเทคโนโลยีอวกาศ (Space Technology) เข้ามายกระดับมาตรฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ไทยคมได้นำข้อมูลจากดาวเทียม มาวิเคราะห์ร่วมกับเทคโนโลยี AI และ ML มาพัฒนาเป็นแพลตฟอร์ม CarbonWatch ซึ่งได้รับการรับรองจาก อบก. รายแรกในไทย และเราภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีการศึกษาและต่อยอดแพลตฟอร์มนี้ มาสู่ภาคการเกษตรในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ภายใต้การร่วมมือกันในครั้งนี้ เพื่อช่วยให้การตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกและการประเมินการกักเก็บคาร์บอนมีความแม่นยำ โปร่งใส และเป็นไปตามมาตรฐานสากล และมุ่งหวังให้โมเดลของโครงการนี้เป็นต้นแบบให้กับพืชเกษตรอื่นๆ ในอนาคตต่อไป

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO เปิดเผยว่า องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมและรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์และคาร์บอนเครดิต ซึ่ง อบก. ได้พัฒนามาตรฐานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) หรือโครงการ T-VER ที่ถือว่าเป็นมาตรฐานการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย อบก. มีความยินดีที่จะให้การสนับสนุนด้านเทคนิควิชาการในการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก และติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกตามแนวทางที่ อบก. กำหนดไว้

เพื่อให้พัฒนาเทคโนโลยีสำรวจระยะไกล (Remote Sensing) ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับใช้ประเมินคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดระยะเวลาและต้นทุนในการตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนของพื้นที่ป่าไม้ เพื่อนำไปสู่การซื้อขายคาร์บอนเครดิตภายใต้โครงการ T-VER ที่มีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือในระดับสากล

ภายใต้กรอบความร่วมมือของทั้ง 3 ภาคีดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดผลในเชิงปฏิบัติและขยายการมีส่วนร่วมจากภาคเกษตรกรรมอย่างเป็นรูปธรรม GGC จึงได้ลงนามความร่วมมือเพิ่มเติมกับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ ได้แก่ กลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนจำนวน 6 กลุ่ม ประกอบด้วย

กลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน เอเจ เสริมสร้างปาล์มน้ำมันยั่งยืน

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสานฝันเพหลาพัฒนาเศรษฐกิจ

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันภัทร

กลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันทับทิม & ไชโย

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตปาล์มน้ำมัน RSPO พังงา

กลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนตรังน้ำมันปาล์ม

ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงเจตจำนงในการนำพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมโครงการกับ GGC รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรในการพัฒนาคาร์บอนเครดิตในพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันอย่างเป็นรูปธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...