โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างประเทศที่ 15% ชดเชยโมฆะภาษีก่อนหน้า

ไทยโพสต์

อัพเดต 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 0.11 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โดนัลด์ ทรัมป์อนุมัติขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ เป็น 15% โดยยืนยันคำมั่นสัญญาที่จะรักษาเครื่องมือที่เข้มงวดของเขาไว้ หลังจากที่ศาลสูงตัดสินว่านโยบายดังกล่าวผิดกฎหมาย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา กล่าวสุนทรพจน์ระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำกับผู้ว่าการรัฐต่างๆ ในห้องอีสต์รูมของทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ (Photo by Mandel NGAN / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีคำพิพากษาของศาลสูงสหรัฐที่ชี้ว่าการกำหนดภาษีศุลกากรตอบโต้ในอัตราต่างๆต่อคู่ค้าต่างประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์นั้นเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ประธานาธิบดีสหรัฐจึงได้ประกาศใช้อัตราภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างประเทศล่าสุดที่ 15% เพื่อคงไว้ซึ่งจุดยืนของตนในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ

ทรัมป์กล่าวในแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขาว่า "หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนถึงคำตัดสินที่ต่อต้านอเมริกาอย่างร้ายแรงของศาลสูงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่จำกัดนโยบายภาษีนำเข้าของเผมแล้ว ผมจึงจะปรับเพิ่มภาษีนำเข้าไปสู่ระดับ 15% ตามเกณฑ์ที่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ซึ่งได้รับการตรวจสอบทางกฎหมายแล้วเช่นกัน"

หลังจากที่ศาลมีคำตัดสิน 6 ต่อ 3 เสียง ปฏิเสธอำนาจของประธานาธิบดีในการเรียกเก็บภาษีนำเข้าภายใต้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจปี 1977 ทรัมป์ได้ประกาศภาษีนำเข้าทั่วโลกใหม่ทันทีที่ 10% โดยอ้างช่องทางกฎหมายอื่น

ในขณะเดียวกัน พรรครีพับลิกันก็ได้โจมตีผู้พิพากษาฝ่ายอนุรักษนิยมที่เข้าข้างเสียงข้างมาก โดยประณามความไม่ภักดีของพวกเขาและเรียกพวกเขาว่า "คนโง่" และ "สุนัขรับใช้"

คำตัดสินนี้เป็นเหมือนการตำหนิที่น่าตกใจจากศาลสูงสุดซึ่งส่วนใหญ่เข้าข้างประธานาธิบดีนับตั้งแต่เขากลับมาดำรงตำแหน่ง และถือเป็นความพ่ายแพ้ทางการเมืองครั้งใหญ่ในการยกเลิกนโยบายเศรษฐกิจหลักของทรัมป์ที่ทำให้ระเบียบการค้าโลกปั่นป่วน

การประกาศอัตราภาษีล่าสุดนี้จะยิ่งก่อให้เกิดความไม่แน่นอนมากขึ้นไปอีก ในขณะที่ทรัมป์ยังคงดำเนินสงครามการค้าต่อไป ซึ่งเขาใช้มันเป็นเครื่องมือในการโน้มน้าวและลงโทษประเทศต่างๆ ทั้งมิตรและศัตรู

ความเคลื่อนไหวทันควันของทรัมป์เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการที่ทีมงานของเขาได้กำหนดและเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกอัตราภาษีศุลกากรสำหรับประเทศต่างๆ ที่ส่งสินค้าไปยังสหรัฐอเมริกามาแล้วหลายระดับตลอดปีที่ผ่านมา

หลายประเทศกล่าวว่าพวกเขากำลังศึกษาคำตัดสินของศาลสูงสหรัฐ เช่นเดียวกับการประกาศอัตราภาษีศุลกากรของทรัมป์ในเวลาต่อมา

หนึ่งในนั้นคือประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล ที่เรียกร้องให้โดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิบัติต่อทุกประเทศอย่างเท่าเทียมกัน

"ผมอยากบอกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาว่า เราไม่ต้องการสงครามเย็นครั้งใหม่และเราไม่ต้องการการแทรกแซงในประเทศอื่นใด เราเพียงต้องการให้ทุกประเทศได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน" ลูลากล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะทำภารกิจในกรุงนิวเดลี

ฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีกล่าวว่า เขาจะหารือกับพันธมิตรในยุโรปเพื่อกำหนดจุดยืนที่ชัดเจนและการตอบโต้ร่วมกันต่อสหรัฐ ก่อนที่เขาจะเดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในต้นเดือนมีนาคม

ทางด้านการเมืองภายในประเทศ จอร์ช ชาปิโร ผู้ว่าการรัฐเพนซิลเวเนียจากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่ทรัมป์จะต้องฟังศาลสูง, ยุติภาษีที่สร้างความวุ่นวาย และหยุดทำลายล้างเกษตรกร, เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก และครอบครัวชาวอเมริกัน

ถึงกระนั้น ตามเอกสารข้อเท็จจริงของทำเนียบขาว อัตราภาษีใหม่นี้ตามกฎหมายแล้วเป็นเพียงชั่วคราวและอนุญาตให้ใช้ได้ 150 วัน โดยยังคงมีข้อยกเว้นสำหรับภาคส่วนที่อยู่ภายใต้การสอบสวนแยกต่างหาก รวมถึงอุตสาหกรรมยา และสินค้าที่เข้าสู่สหรัฐฯ ภายใต้ข้อตกลงสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา

ทำเนียบขาวระบุว่า คู่ค้าของสหรัฐฯ ที่บรรลุข้อตกลงภาษีแยกต่างหากกับรัฐบาลทรัมป์ก็จะต้องเผชิญกับภาษีอัตราใหม่นี้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ คำตัดสินของศาลสูงสหรัฐไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาษีเฉพาะภาคส่วนที่ทรัมป์กำหนดแยกต่างหากสำหรับเหล็ก, อลูมิเนียม และสินค้าอื่นๆ อีกหลายรายการ การสอบสวนของรัฐบาลที่ยังคงดำเนินอยู่อาจนำไปสู่การเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมได้ในบางภาคส่วน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...