'รูบิโอ' กดดัน 'อิหร่าน' ก่อนเจรจารอบใหม่ ชี้ต้องหารือขีปนาวุธ หากปฏิเสธ 'เป็นปัญหาใหญ่'
สหรัฐและอิหร่านเตรียมเจรจาทางอ้อมกันอีกครั้งในสวิตเซอร์แลนด์ วันพฤหัสบดี (26 ก.พ.) นี้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำข้อตกลงหลีกเลี่ยงความขัดแย้งครั้งใหม่ และยุติการข่มขู่ที่เกิดขึ้นหลายสัปดาห์
การหารือรอบใหม่ในนครเจนีวา มีขึ้นหลังจากสหรัฐเสริมทัพครั้งใหญ่ในภูมิภาค และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะโจมตีอิหร่านหากไม่บรรลุข้อตกลง
ในการกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศเมื่อวันอังคาร (24 ก.พ.) ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้กล่าวหาอิหร่านว่า “กำลังดำเนินนโยบายด้านนิวเคลียร์ที่ชั่วร้าย”
เขายังอ้างอีกว่าเตหะราน “ได้พัฒนาขีปนาวุธที่สามารถคุกคามยุโรปและฐานทัพของสหรัฐในต่างประเทศ และพวกเขากำลังสร้างขีปนาวุธที่จะสามารถโจมตีสหรัฐได้ในเร็วๆ นี้”
ด้านกระทรวงต่างประเทศอิหร่านเรียกข้อกล่าวอ้างเหล่านี้ว่าเป็น “คำโกหกคำโต”
ตามที่เตหะรานเคยเปิดเผย ขีปนาวุธอิหร่าน มีพิสัยไกลสุดที่ระยะ 2,000 กม. แต่หน่วยงานวิจัยของรัฐสภาสหรัฐคาดว่า อิหร่านมีขีปนาวุธพิสัยไกลสุดราว 3,000 กม. แต่ยังน้อยกว่า 1 ใน 3 ของระยะทางที่มุ่งไปยังสหรัฐ
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เตือนว่า อิหร่านต้องเจรจาโครงการขีปนาวุธด้วย และเรียกการปฏิเสธหารือเรื่องขีปนาวุธว่าเป็น “ปัญหาใหญ่” ก่อนการเจรจารอบใหม่จัดขึ้น
ด้านมาซูด เปเซชเกียน ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวเมื่อวันพุธ (25 ก.พ.) ว่าเขามีมุมมองที่ดีต่อการเจรจา ซึ่งอาจก้าวข้ามสถานการณ์ ที่ ‘ไม่ใช่ทั้งสงครามหรือสันติภาพ’ ไปได้ในที่สุด
ขณะที่อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้นำในการเจรจาฝ่ายอิหร่าน เรียกการเจรจาว่า "โอกาสในประวัติศาสตร์" และเสริมว่า ข้อตกลงอยู่ในระยะที่เอื้อมถึง
ในแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านที่เผยแพร่หลังจากการประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน อารักชีกล่าวว่า ความสำเร็จของการเจรจาของสหรัฐ ขึ้นอยู่กับ “ความจริงจังของอีกฝ่ายและการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมและท่าทีที่ขัดแย้งกัน”
ทั้งนี้ ผู้แทนเจรจาฝ่ายสหรัฐนำโดย สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์