‘โฆษกศาล’ เตือนอย่าหลงเชื่อ ใครอ้างชื่อผู้พิพากษาวิ่งเต้นคดีความ ลั่นผู้เกี่ยวข้องต้องถูกลงโทษเด็ดขาด
จากกรณี สื่อมวลชนบางสำนัก ลงข่าวการให้สัมภาษณ์และเผยแพร่ข้อมูล ในประเด็นการร้องเรียนเรื่องตรวจสอบการ จับกุมการกักตัวและการปล่อยตัวกลุ่มชาวจีนที่เกี่ยวพันคดี "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" และฉ้อโกงทรัพย์สิน ตามที่ปรากฏเหตุการณ์ไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 20 ม.ค. นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ตามข้อมูลที่มีการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ศาลยุติธรรมขอเรียนว่า หากข้อกล่าวหาดังกล่าวปรากฎว่าเป็นความจริง ผู้ที่เกี่ยวข้องย่อมต้องถูกดำเนินคดีและลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการสอบข้อเท็จจริงของศาลอาญาซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้ว ศาลยุติธรรรมยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จเร็วด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม และจะไม่มีการช่วยเหลือหรือปกป้องบุคคลใดที่กระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมายโดยเด็ดขาด
สำหรับกรณีที่มีการกล่าวอ้าง ถึงความพยายามแทรกแซงหรือเสนอผลประโยชน์ใดๆ ขอเรียนว่า ระบบการพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของศาศาลอาญาเป็นระบบที่มีความเข้มแข็ง สามารถคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของผู้ต้องหาหรือจำเลย ควบดูไปกับการคุ้มครองความปลอดภัยของสังคมได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในคดีขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งศาลอาญาไม่คยอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว และคดีนี้ก็เป็นใปในแนวทางดียวกัน ศาลยุติธรรมตระหนักดีว่าความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนั้น มิได้หมายถึงการใช้อำนาจตามอำเภอใจ แต่ต้องอยู่ภายใต้หลักสุจริต ความรับผิดชอบ และการตรวจสอบถ่วงดุลอย่างเข้มงวด
ตลอดมาศาลยุติธรรมให้ความสำคัญกับการปลูกฝังจิตสำนึก ด้านคุณธรรมและความซื่อสัตย์สุจริตแก่บุคลากรทุกระดับ ตั้งแต่การบรรจุเข้ารับราชการ และในทุกหลักสูตร การอบรม พร้อมทั้งมีระบบตรวจสอบและการลงโทษทางวินัยทีชัดเจน โปร่งไส และไม่ละเว้น เพื่อปกป้อง ความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมและองค์กร อย่างไรก็ดี ศาลยุติธรรมขอเรียนว่า การแอบอ้างชื่อผู้พิพากษาหรือศาลเพื่อแสวงหาประโยชน์ หรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และไม่สามารถก่อให้เกิดผลตามที่ผู้กระทำอ้างได้ดังเช่นกรณีที่ปรากฏ จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อการแอบอ้างในลักษณะดังกล่าว