ลูกเกิดเดือนไหน? วิจัยเผย "2 เดือนนี้" อนาคตไกล รายได้สูง มีแววเป็นหมอ-CEO มากที่สุด!
วิจัยชี้ชัด! เด็กเกิด "ม.ค.-ก.พ." มีโอกาสรวย เป็นหมอ-CEO สูงที่สุด เพราะอะไร?
เชื่อว่าพ่อแม่หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องการดูฤกษ์ดูยาม หรือการวางแผนมีลูกให้ "ถูกโฉลก" เพื่ออนาคตที่สดใส แต่รู้หรือไม่ว่า ในทางสถิติและวิทยาศาสตร์ มีงานวิจัยที่บ่งชี้ว่า "เดือนเกิด" ส่งผลต่อความสำเร็จในอนาคตของเด็กจริงๆ โดยเฉพาะโอกาสในการประกอบอาชีพรายได้สูงอย่าง "แพทย์" หรือ "ซีอีโอ" (CEO)
จากการศึกษาข้อมูลสำมะโนประชากรโดย สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) พบความเชื่อมโยงที่น่าตกใจว่า เด็กที่เกิดใน "เดือนมกราคม และ เดือนกุมภาพันธ์" มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จและร่ำรวยมากกว่าเดือนอื่นๆ
ทำไมต้อง มกราคม-กุมภาพันธ์? สถิติบอกอะไร?
ผลการวิเคราะห์จาก 19 กลุ่มอาชีพ พบว่าคนเกิดต้นปีครองสัดส่วนในกลุ่มอาชีพรายได้สูงอย่างชัดเจน:
- อาชีพแพทย์ (GP): คนเกิดเดือนมกราคมมีสัดส่วนถึง 10.2% (สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่ 8.3%)
- อาชีพ CEO: ผู้บริหารระดับสูงที่กุมบังเหียนบริษัทใหญ่และมีรายได้มหาศาล ก็มีสัดส่วนของคนเกิดเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์สูงถึง 10% เช่นกัน
ความลับไม่ใช่ดวงดาว แต่อยู่ที่ "ระบบการศึกษา"
เหตุผลที่เด็กต้นปีดูจะได้เปรียบ ไม่ได้มาจากอิทธิพลของดวงดาว แต่มาจาก "ความได้เปรียบทางอายุ" (Relative Age Effect)
ในระบบการศึกษาของอังกฤษ (และหลายประเทศ) การตัดเกณฑ์อายุเข้าเรียนมักทำให้นักเรียนที่เกิดต้นปี กลายเป็น "พี่ใหญ่" ในห้องเรียนที่มีอายุมากกว่าเพื่อนที่เกิดท้ายปีถึง 7-11 เดือน
ความแตกต่างเกือบ 1 ปีในวัยเด็กเล็ก ส่งผลมหาศาลต่อพัฒนาการ:
- ร่างกายโตกว่า: แข็งแรงกว่า เล่นกีฬาเก่งกว่า
- วุฒิภาวะสูงกว่า: มีสมาธิและความเข้าใจมากกว่า
สิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเขาโดดเด่นในสายตาครู มักได้รับเลือกเป็นหัวหน้าห้อง หรือได้รับความไว้วางใจ ซึ่งสร้าง "วงจรความมั่นใจ" (Success Loop) ยิ่งมั่นใจ ยิ่งทำได้ดี ยิ่งมีผลการเรียนดี นำไปสู่โอกาสเข้ามหาวิทยาลัยดังและอาชีพทำเงินในที่สุด
วิทยาศาสตร์เบื้องหลัง: แสงแดดและสมอง
อีกหนึ่งทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า เด็กที่คลอดช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ นั้นหมายความว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ช่วงไตรมาสสุดท้ายใน "ฤดูร้อนหรือฤดูใบไม้ร่วง" ซึ่งเป็นช่วงที่มีแสงแดดมากที่สุด
การที่แม่ได้รับ "วิตามินดี" จากแสงแดดอย่างเพียงพอ ส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการทางสมองและระบบประสาทของทารก ทำให้เด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มจะมีระบบประสาทที่แข็งแรง ต้านทานความเครียดได้ดี และมีความเฉลียวฉลาด ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของอาชีพที่ต้องรับแรงกดดันสูงอย่างแพทย์หรือผู้บริหาร
เดือนเกิดไม่ใช่คำตัดสินชี้ชะตา
แม้สถิติจะชี้ว่าเด็กต้นปีได้เปรียบ แต่เป้าหมายของงานวิจัยนี้ไม่ใช่เพื่อให้พ่อแม่วิตกกังวลหากลูกเกิดเดือนอื่น แต่เพื่อเตือนใจเรื่อง "ความเข้าใจในพัฒนาการ"
หากลูกของคุณเกิดปลายปีและดูช้ากว่าเพื่อน ขอให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องของ "อายุทางชีวภาพ" ไม่ใช่ความไร้ความสามารถ พ่อแม่ไม่ควรกดดัน แต่ควรให้เวลาลูกได้เติบโตตามจังหวะของตัวเอง
สุดท้ายแล้ว เดือนเกิดอาจเป็นเพียงแต้มต่อเล็กๆ ในจุดเริ่มต้น แต่ "ความพยายาม วินัย และการเลี้ยงดูที่ดี" ต่างหาก คือกุญแจสำคัญที่จะตัดสินว่าลูกจะประสบความสำเร็จหรือไม่ในระยะยาว