เป็นนักร้องดีแล้ว
เลือกแบบเดิมก็จะได้แบบเดิม
เนี่ย..คุณเท้งหัวหน้าพรรคประชาชนเขาว่า แต่ผมว่า..เลือกแบบเดิมได้แบบเดิมดีกว่า เลือกแบบใหม่ แต่ได้ “สส.เทา-ดำ” เข้าไปค่อนสภามั้ง?
ก็น่าเห็นใจ ดูเหมือนเวลานี้คนในพรรคประชาชนพูดอะไรก็มีคนคอยแซะคอยกัดให้เป็นเรื่องขบขันเสียมากกว่าจะเอามาเป็นเรื่องเป็นจริง-เป็นจัง!
อย่างกรณีคุณรังสิมันต์ โรม ที่ขึ้นเวทีดีเบตกับคุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นั่นก็เช่นกัน นอกจากกิริยา-พฤติกรรมที่แสดงออกให้เป็นที่ขัดตา-ขัดใจผู้ชมแล้ว
คำพูด.. “ผมถามท่านทูต ท่านคิดยังไงกับคุณอนุทิน ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐอเมริกา” แล้วท่านทูตสีหศักดิ์ตอบ..
“แล้วเราจะปล่อยให้เขาเล่นงานเราตลอดเวลาหรือครับ เราเป็นประเทศที่มีศักดิ์ศรี”
ซึ่งเสมือนหนึ่งยื่นหน้าไปให้ท่านทูตตบผ่านหน้าจอทีวีโดยแท้ แต่ที่เจ็บจี๊ดมากกว่าก็ข้อความที่คุณน็อต-วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ นักแสดง-พิธีกรโพสต์..
“กิริยาส่อภาษา วาจาส่อสกุล” ที่แม้จะผิดไปจากสุภาษิตโบราณ “สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล” แต่ความหมายก็ (น่า) ไม่ต่างกัน..
คือ..การแสดงออกทางการพูด หรือกิริยามารยาทที่จะชี้ให้เห็นถึงพื้นฐานในการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอน ไม่เกี่ยวกับยศถาบรรดาศักดิ์ ความยากดีมีจน
แต่ขึ้นกับการได้รับการอบรมสั่งสอนมาหรือไม่? นั่นแล!
หรือว่าห้วงนี้ พรรคประชาชนจะตกอยู่ในเกณฑ์ “พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก” จึงทำให้คนในพรรคมีแต่เรื่องไม่ดีผุดขึ้นมาให้เห็น-เป็นข่าวไม่เว้นวัน ไม่รู้นะ!
ดูสิ..คุณไอซ์ รักชนก ก็อีกคน กำลังเป็น “ดาวรุ่ง” อยู่แท้ๆ แต่แค่ข้ามคืนกับปากที่ไม่มีหูรูด ทำให้ชื่อเสียงดูจะเสื่อมถอยเอามาก..
“เหตุเภทภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ หลุมยุบกลางกรุง สงครามชายแดน น้ำท่วมหาดใหญ่ เครนถล่มติดต่อกันสองที่ ไฟไหม้สะพานภูมิพล
มีโหราศาสตร์หรือปรมาจารย์ดวงดาวท่านไหนออกมาทำนายทายทักหรือยังว่า เป็นเพราะประเทศนี้ถูกปกครองด้วย ‘กาลกิณี’ หรือเกิดอาเพศด้วยเหตุแห่งกรรม
เนื่องจาก ‘กลั่นแกล้งกลุ่มคนตั้งใจเพื่อบ้านเมืองมากเกินไป’ จนเทวดาเมืองไม่พอใจ จึงพบเจอแต่ความวิบัติ”
นี่นะ “คนรุ่นใหม่” รู้จักใช้คำว่า “กาลกิณี” เสียด้วย แต่ลองอ่านที่ผู้คนเข้าไปคอมเมนต์ดูละกัน..
ตัวกาลกิณีเข้าสิงนางจนหลอน งี้ ประเทศมีนักการเมืองกาลกิณีจึงมีแต่ความวิบัติ งี้ ตัวกาลกิณีน่าจะเป็นตัวน้องน้ำแข็งมากกว่า งี้
ข้าพเจ้าเป็นโหร เห็นแต่ตัวกาลกิณีและพรรคพวกนักการเมืองพรรคหนึ่งที่ใครๆ ก็เห็นพฤติกรรมกาลกิณีเสมอมา ถามทำไม ดูตัวเองนั่น งี้
โอ๊ย..อุตส่าห์สรรหาคำมาหวังจะเฆี่ยนคนอื่นให้เจ็บแสบ แต่ดันย้อนมาแทงตัดขั้วหัวใจตัวเองซะงั้น!
อีแบบนี้ เห็นทีต้องระมัดระวังปากกันให้มาก แค่ชูนโยบายหาเสียงอย่างพรรคการเมืองทั่วไปก็พอแล้ว ไม่ต้องคิดหา “วาทกรรม” สวยหรูให้พรรคตัวเองดูดี..
ในขณะที่ “ของจริง” ข้างใน ไม่ได้วิเศษวิโสอะไร แถมมีแต่ “เทา”!
ครับ..หลังการเลือกตั้งปี 2566 ที่คุณอุ้ย-รวิวรรณ จินดา อดีตนักร้องดัง ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) พรรครวมแผ่นดิน และไม่ได้เป็น สส.
ผม..แทบไม่ได้พบหน้าเจอตากันเลย ได้เห็นหน้า-ได้ฟังเสียงอยู่บ้างก็ทางติ๊กต๊อกในบางคราว แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็ได้รับข้อความทางไลน์..
“เพลงใหม่ ที่เกิดมาจากพลังใจ
เมื่อได้ฟังเพลงใหม่ของ อุ้ย รวิวรรณ จินดา “Caffeine” ไม่ใช่แค่เป็นเพลงใหม่ของ พี่อุ้ย แต่เป็นเหมือนเป็นคำบอกเล่าความรู้สึกดีๆ ที่ส่งหากันมานาน
หลังจากห่างหายจากการออกเพลงใหม่ไปหลายปี พี่อุ้ยเล่าว่า แรงบันดาลใจสำคัญของเพลงนี้มาจากแฟนคลับที่ยังคอยติดตาม รับฟัง และให้กำลังใจเธอเสมอ
โดยเฉพาะเมื่อมาทำช่อง TikTok @smileXstudio และเธอสัญญาว่าปีใหม่นี้จะมีผลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ต้องติดตามกัน
“Caffeine” จึงไม่ใช่แค่ชื่อเพลง แต่เปรียบเหมือนพลังเล็กๆ ที่ทำให้หัวใจตื่น เหมือนพลังงานจากคนฟัง ที่ทำให้ศิลปินยังอยากลุกขึ้นมาสร้างงานเพลงต่อไป
เพลงนี้เพิ่งปล่อยลง YouTube เมื่อวันที่ 14 มกราคม ใครที่เคยเติบโตมากับเสียงเพลงของอุ้ย รวิวรรณ จินดา หรือเป็นหนึ่งในคนที่ยังคอยให้กำลังใจเธออยู่เสมอ
ลองฟังแล้วคุณอาจรู้สึกว่า…พลังจากแฟนเพลง ถูกส่งผ่านในเพลงนี้จริง”
ก็ลองดิคร้าบ..ช้าอยู่ทำไม และฟังจบก็ต้องบอกว่า..
อุ้ยร้องเพลงเถอะนะ อย่าเป็นเลยนักการเมือง!.
สันต์ สะตอแมน