อียูจ่อฟื้นกำแพงภาษี 3 ล้านล้านบาท โต้ “ทรัมป์” รีดภาษีชาติยุโรปบีบเรื่องกรีนแลนด์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ว่าสมาชิก 27 ประเทศของสหภาพยุโรป ( อียู ) จัดการประชุมฉุกเฉิน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางตอบสนอง ต่อการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศเตรียมขึ้นภาษี 10% กับเดนมาร์ก เยอรมนี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สวีเดน ฟินแลนด์ นอร์เวย์ และสหราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. และจะเพิ่มเป็น 25% ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. นี้ เนื่องจากทั้ง 8 ประเทศ "ขัดขวาง" ความต้องการครอบครองกรีนแลนด์ของสหรัฐ ด้วยการส่งทหารเข้าไปซ้อมรบในกรีนแลนด์
ที่ประชุมยังไม่มีมติอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานว่า กำลังมีการพิจารณาฟื้นกำแพงภาษีมูลค่า 93,000 ล้านยูโร ( ราว 3.39 ล้านล้านบาท ) กับสินค้าของสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ สินค้าอุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเคยระงับไว้เมื่อเดือนก.ค.ปีที่แล้ว เนื่องจากทั้งสองฝ่ายเห็นชอบข้อตกลงการค้าร่วมกัน
ทั้งนี้ นายอันโตนิโอ คอสตา ประธานคณะมนตรียุโรป เรียกประชุมอีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่ 22 ม.ค. นี้ ขณะที่นางคาจา คัลลัส ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของอียู เตือนว่าความขัดแย้งนี้จะทำให้ทั้งยุโรปและสหรัฐ "ยากจนลง" และเป็นการเปิดโอกาสให้จีนและรัสเซียฉกฉวยประโยชน์
ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เรียกร้องให้อียูใช้กฎหมายต่อต้านการบีบบังคับ ซึ่งไม่เคยใช้มาก่อน เพื่อตอบโต้ประเทศที่ใช้อำนาจเศรษฐกิจบีบบังคับทางการเมือง
ขณะที่นายกรัฐมนตนีเปโดร ซานเชซ ผู้นำสเปน เตือนว่า หากสหรัฐรุกรานทางทหารกับกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองของเดนมาร์ก จะเป็นการยิ่งเพิ่มความชอบธรรมให้กับรัสเซียในการทำสงครามกับยูเครน และจะถือเป็น "จุดจบ" ขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) ส่วนนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ผู้นำอิตาลี วิจารณ์ว่า สหรัฐ "กำลังทำผิดพลาด".
เครดิตภาพ : AFP