โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

'ศุภชัย' ชำแหละเศรษฐกิจโลก ปี 69 โตหลอกตา แนะไทยคุมวินัยคลังรับมือวิกฤต

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ UNCTAD และสมาคมนักเรียนเก่าฮาร์วาร์ดแห่งประเทศไทย จัดเวทีสัมมนาวิชาการนานาชาติ เพื่อถอดบทเรียนจากรายงาน Trade and Development Report 2025 (TDR 2025) พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองการกำหนดยุทธศาสตร์การค้าของไทย ให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เวทีดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน จากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศ สะท้อนความตื่นตัวต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกที่กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดย ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการ UNCTAD และอดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO)และอดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง“ก้าวข้ามโลกาภิวัตน์: ทบทวนการค้า การเงิน และการพัฒนา ว่า โลกวันนี้อยู่ในช่วงไม่ปกติ ผู้นำประเทศและผู้กำหนดนโยบายต้องรับมือกับความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งการค้า การเงิน เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งหลายเรื่องเกิดขึ้นเร็วและแรงกว่าที่คาดไว้

อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การจบของโลกาภิวัตน์ แต่เป็นการเปลี่ยนทิศ โลกการค้ากำลังปรับตัวจากระบบเปิดเสรีเต็มรูปแบบ ไปสู่โลกที่แต่ละประเทศพยายามลดความเสี่ยง กระจายแหล่งผลิต และเลือกค้าขายกับประเทศที่ไว้ใจได้มากขึ้น

แม้หลายคนมองว่าโลกกำลังแยกเป็นขั้ว แต่ดร.ศุภชัย ชี้ว่า ในอีกมุมหนึ่งโลกกลับเชื่อมต่อกันมากขึ้น โดยเฉพาะผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเศรษฐกิจดิจิทัลทำให้การค้า การบริการ และข้อมูล เชื่อมโยงกันตลอดเวลา ดังนั้นความตกลงการค้าเสรีในอนาคต ไม่ควรพูดแค่เรื่องภาษี แต่ต้องครอบคลุมเรื่องดิจิทัลอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศกำลังพัฒนาไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์

ดร.ศุภชัย เตือนว่า แม้ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจและการค้าโลกจะยังเติบโตได้ แต่ไม่ควรประมาท เพราะการเติบโตนั้นเกิดจากปัจจัยชั่วคราวหลายเรื่อง ทั้งการเร่งนำเข้า-ส่งออกก่อนมาตรการภาษีใหม่ การลงทุนขนาดใหญ่ด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น NVIDIA, Microsoft และ Alphabet รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในบางประเทศอย่างเยอรมนี

ปัจจัยเหล่านี้อาจไม่เกิดซ้ำในปี 2569 ขณะที่ผลของมาตรการกีดกันทางการค้า ภาษี และกฎด้านสิ่งแวดล้อม จะเริ่มส่งผลชัดขึ้น ทำให้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว

สำหรับประเทศไทยมองว่าบทเรียนสำคัญคืออย่าหวังพึ่งเศรษฐกิจโลกอย่างเดียว ไทยต้องสร้างความแข็งแรงจากภายใน ไม่ว่าจะเป็น การกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ผ่านการลงทุนด้านการศึกษาและสาธารณสุข การบริหารการคลังอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ยังมีเงินรับมือวิกฤต การมีนโยบายอุตสาหกรรมที่ชัดเจน โดยเฉพาะเทคโนโลยีและเกษตรสมัยใหม่ และการกระจายตลาดและคู่ค้า ไม่ผูกกับประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป

อีกประเด็นที่รายงาน TDR 2025 เน้นย้ำ คือการค้าโลกในอนาคต ต้องไม่เอื้อเฉพาะบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กและประเทศกำลังพัฒนาได้ขยับขึ้นในห่วงโซ่มูลค่า การค้าไม่ควรวัดแค่ตัวเลขส่งออก แต่ต้องช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ

ทุกวันนี้การเงินเข้ามามีบทบาทในตลาดการค้ามากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าโภคภัณฑ์และอาหาร ซึ่งบางครั้งถูกใช้เป็นเครื่องมือเก็งกำไร จนบิดเบือนราคาและกระทบความมั่นคงทางอาหาร อยากเสนอให้ประเทศในเอเชียใช้กลไกความร่วมมือทางการเงินในภูมิภาคให้มากขึ้น และเสริมบทบาทสถาบันการเงินของตนเอง เพื่อช่วยผู้ส่งออก โดยเฉพาะรายเล็ก ให้รับมือกับความผันผวนได้ดีขึ้น

ดร.ศุภชัย กล่าววทิ้งท้ายว่า โลกอาจไม่กลับไปสู่โลกาภิวัตน์แบบเดิม แต่ยังสามารถก้าวไปสู่ โลกาภิวัตน์ที่เป็นธรรมกว่าเดิม หากการค้าโลกยึดการพัฒนาเป็นศูนย์กลาง สำหรับไทย บทเรียนจาก TDR 2025 คือ ต้องเร่งสร้างความแข็งแรงจากภายใน พร้อมปรับตัวเชิงรุกในเวทีโลก เพื่อยืนหยัดได้ในโลกที่ผันผวน และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในคลื่นการเปลี่ยนแปลงรอบใหม่ของเศรษฐกิจโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...