ใจสั่น เหนื่อยง่าย อาจไม่ใช่แค่โรคกำเริบ แต่เพราะฝุ่น PM 2.5
ในช่วงที่ประเทศไทยเผชิญปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กPM 2.5 เกินค่ามาตรฐานต่อเนื่อง แพทย์ออกมาเตือนกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็น โรคไฮเปอร์ไทรอยด์ (Hyperthyroidism) ให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากฝุ่นพิษอาจส่งผลกระทบต่ออาการของโรคโดยตรง
ไฮเปอร์ไทรอยด์เป็นภาวะที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนมากเกินไป ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะ “เผาผลาญสูงผิดปกติ” ส่งผลให้เกิดอาการใจสั่น เหนื่อยง่าย เหงื่อออกมาก มือสั่น นอนไม่หลับ และวิตกกังวล ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถถูกกระตุ้นให้รุนแรงขึ้นได้ เมื่อร่างกายได้รับฝุ่น PM 2.5
แพทย์อธิบายว่า ฝุ่น PM 2.5 สามารถเข้าสู่กระแสเลือด กระตุ้นการอักเสบในร่างกาย และส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นระบบที่ผู้ป่วยไฮเปอร์ไทรอยด์มีความเปราะบางอยู่แล้ว จึงเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตแปรปรวน และภาวะอ่อนเพลียรุนแรง
นอกจากนี้ ฝุ่นพิษยังส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกกระวนกระวาย หงุดหงิด หรือวิตกกังวลมากกว่าปกติ ซึ่งอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอาการทางอารมณ์ ทั้งที่แท้จริงแล้วมีปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง
แพทย์แนะนำให้ผู้ป่วยไฮเปอร์ไทรอยด์หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่ค่าฝุ่นสูง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นชนิด N95 หากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด ใช้เครื่องฟอกอากาศ และรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด หากมีอาการใจสั่น เหนื่อยผิดปกติ หรืออาการกำเริบ ควรรีบพบแพทย์ทันที
ฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้กระทบแค่ระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยเงียบที่ส่งผลต่อผู้ป่วยโรคต่อมไร้ท่ออย่างไฮเปอร์ไทรอยด์ ซึ่งไม่ควรมองข้ามในช่วงวิกฤตฝุ่นพิษ