โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตร.ตามรวบมิจฉาชีพหลอกชวนทำภารกิจขายแบรนด์เนม สูญเงินกว่า 4.5 แสนบาท

สวพ.FM91

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผู้บังคับการปฏิบัติการพิเศษ (ผบก.ปพ.) สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (กก.5 บก.ปพ.) นำกำลังจับกุม น.ส.ปอ อายุ 43 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสุรินทร์ที่ จ 538/2568 ลงวันที่ 9 ต.ค.68

ข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และ เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฯ ” ได้บริเวณลานจอดรถสถานีขนส่งแห่งหนึ่ง ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพฯ

พฤติการณ์ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2567 ผู้เสียหายเข้าแอปฯออนไลน์ ไปเจอการโพสต์สินค้าหรูจำนวนมาก และมีข้อความชักชวนให้กดเข้าร่วมกลุ่มไลน์เพื่อดูสินค้าเพิ่มเติม ซึ่งกลุ่มไลน์นี้มีสมาชิกกว่า 1,000 คน ภายในกลุ่มมีการโพสต์ภาพโชว์สลิปเงินโอนจำนวนมาก และมีสมาชิกหลายรายโพสต์ข้อความเชิญชวน อ้างว่าสามารถสร้างรายได้จริงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

จากนั้น มีแอดมินติดต่อผู้เสียหายทางไลน์ส่วนตัว และชักชวนให้ทำงานผ่านเว็บไซต์ โดยอ้างว่าเป็นการกดสั่งสินค้าแบรนด์เนมเพื่อโปรโมตจะได้รับค่าคอมมิชชันตามมูลค่าสินค้า ซึ่งในช่วงแรก

ผู้เสียหายเริ่มทำภารกิจด้วยการโอนเงินจำนวนไม่มากเข้าไปในบัญชีของกลุ่มขบวนการ แต่ต่อมาระบบกลับบังคับให้กดสั่งสินค้าที่มีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้เสียหายต้องการหยุดทำงานและขอถอนเงิน แอดมินแจ้งว่าไม่สามารถหยุดได้ ต้องทำภารกิจให้ครบจำนวน 40 ครั้งก่อน จึงจะถอนเงินได้

ผู้เสียหายจำเป็นต้องทำภารกิจต่อจนครบ 40 ครั้ง จากนั้นก็อ้างว่าต้องจ่ายค่าภาษีต่างประเทศอีก ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงจึงเข้าแจ้งความจนศาลออกหมายจับ น.ส.ปอ ผู้ต้องหารายนี้ที่รับโอนเงินจากผู้เสียหายรวม 15 ครั้งมูลค่า 457,600 บาท

กระทั่งสืบทราบว่า น.ส.ปอ (นามสมมุติ) กำลังเดินออกจากกรุงเทพมหานครฯ เพื่อไปพิษณุโลก เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังจับกุมได้ดังกล่าว

สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพ ว่าตนได้เป็นคนเปิดบัญชีดังกล่าวจริง จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศีขรภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...