SCBAM มองหุ้นไทยลุ้นแตะ 1,570 หวังปรับเพิ่ม EPS หากรัฐบาลมีเสถียรภาพ นโยบายฟื้นเศรษฐกิจโต 3%
บลจ.ไทยพาณิชย์ คาดหุ้นไทยวิ่งแตะ 1,570 จุด หากรัฐบาลมีเสถียรภาพและ GDP กลับมาโต 3%
วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2569) นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) มองว่า ผลการเลือกตั้งซึ่งพรรคภูมิใจไทย นำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล ชนะการเลือกตั้งแลนด์สไลด์ ทำให้ภาพความหวังในตลาดหุ้นไทยกลับมาอีกครั้ง สะท้อนผ่านดัชนี SET ที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากภาวะ Post Election Rally ซึ่งหุ้นไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 1 เดือนหลังเลือกตั้ง ทำให้ดัชนี SET ปรับขึ้นทะลุ 1,470 จุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกรอบเป้าหมายที่ SCBAM ประเมินไว้ในกรณีฐาน ด้านอัตราการเติบโต ของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) คาดว่าจะเติบโตไม่สูงนัก
ในกรณีดีที่สุด (Best case) หากการจัดตั้งรัฐบาลมีเสถียรภาพ ดำเนินนโยบายที่ดึงดูดนักลงทุน หรือมีการออกนโยบายที่จับต้องได้จริง ซึ่งสามารถฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมาโตที่ระดับศักยภาพ 3% จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย ผลักดันให้ดัชนี SET มีโอกาสปรับขึ้นไปถึง 1,570 จุด ประกอบกับปัจจัย ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 1/2569 ที่หากออกมาดี อาจมีการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียน (EPS) และปรับ P/E เป็น 16 เท่า
ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยขับเคลื่อนด้วยกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) โดย YTD มีเงินไหลเข้าสะสมประมาณ 50,000 ล้านบาท คิดเป็น 0.4% ของมูลค่าตลาด ใกล้เคียงกับปี 2565 ซึ่งตลาดหุ้นไทยเป็น safe haven ทำให้มีกระแสเงินทุนไหล เข้าประมาณ 200,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1% ของมูลค่าตลาด และมี P/E ที่ 16.1 เท่า
สำหรับแนวทางการจัดพอร์ตการลงทุนปี 2569 SCBAM แนะนำการลงทุนในหุ้น, ทองคำ ส่วนตราสารหนี้ให้น้ำหนักลดลงที่ Neutral สำหรับหุ้นไทยปรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น slightly overweight จากเดิมที่ระดับ Neutral ทั้งนี้ต้องจับตามองการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ ของรัฐบาลว่าจะทำได้ตามนโยบายหาเสียงหรือไม่ โดยหุ้นกลุ่มที่น่าสนใจ ยังเป็นกลุ่มธนาคาร และก่อสร้างที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์ จากนโยบายเศรษฐกิจ ของรัฐบาล
อย่างไรก็ตามภาพรวมการลงทุนยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ภาระหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง และระดับมูลค่าตลาดทุนที่ตึงตัว ซึ่งอาจสร้างความผันผวนต่อทิศทางตลาดในระยะต่อไป ภายใต้บริบทนี้ SCBAM มอง 3 ธีมการลงทุนสำคัญต่อจากนี้
ด้าน ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในปี 2569 โดยมองว่า หุ้นไทยมีความหวังมากขึ้น โดยตลาดจะเติบโตเชิงปริมาณมากขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้น คาดว่ากระแสเงินทุนจะเปลี่ยนทิศทางจากหุ้นมูลค่าไปยังหุ้นเติบโต สะท้อนจากราคาหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, AI ที่ปรับดีขึ้นอย่างชัดเจน
ทั้งนี้หากมีการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียน (EPS) ประกอบกับองค์ประกอบเชิงมหภาคอื่นๆ เช่น รัฐบาลมีเสถียรภาพ ดำเนินงานสอดคล้องกับองค์กรอิสระ ทำให้ภาพความเชื่อมั่นเป็นบวกมากขึ้น อาจมีโอกาสเห็นหุ้นไทย Turn around ฟื้นตัวหลังจากภาวะตกต่ำในปีนี้
อย่างไรก็ตามในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ผลตอบแทนของ SET 100 ปรับเพิ่มเป็นสองเท่าของดัชนี SET สะท้อนว่าอานิสงส์จาก Post Election Rally ทำให้นักลงทุนกระจายการซื้อหุ้นทั้งดัชนี ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ที่หุ้นขนาดใหญ่ เริ่มเห็นไดนามิกของตลาดที่ปรับดีขึ้น
สำหรับปัจจัยความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีการค้ารอบใหม่ของสหรัฐฯ หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ถูกศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินว่าใช้อำนาจเกินขอบเขต กฎหมายพระราชบัญญัติอำนาจ ทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ส่งผลให้มาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ถูกยกเลิก
ณรงค์ศักดิ์ มองว่า ไม่ได้มี immediate impact ที่เป็นนัยสำคัญต่อตลาดหุ้นไทย เนื่องจากทั่วโลกได้รับผลกระทบจากอัตราภาษีเดียวกัน ส่วนผลกระทบต่อธุรกิจจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความสามารถในการส่งผ่านต้นทุน
แม้ว่า ‘ทรัมป์’ จะพยายามใช้กฎหมายอื่นมาเป็นเครื่องมือ แต่ต้องได้รับการเห็นชอบจากสภาคองเกรส ซึ่งต้องผ่านกลไกรัฐสภา ทำให้มีโอกาสบังคับใช้กฎหมายต่างๆ ยากขึ้น จากเดิมที่ประธานาธิบดีมีอำนาจลงนามผ่านกฎหมายเอง
3 ธีมลงทุนรับมือ ‘ระเบียบโลกใหม่’
- AI Dominance เทคโนโลยี AI
ที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยห่วงโซ่มูลค่า ขยายจากเซมิคอนดักเตอร์สู่คลาวด์ โครงสร้าง พื้นฐานดิจิทัล และซอฟต์แวร์ ขณะที่อุปทานชิปยังตึงตัวและการลงทุน ของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ ช่วยหนุนการเติบโตของระบบนิเวศ AI
- Asia & Japan Catch-up ตลาดเอเชียและญี่ปุ่นมีศักยภาพโดดเด่นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ นโยบายกระตุ้นอุปสงค์กำไรบริษัทที่เติบโต และระดับมูลค่าหุ้นที่ยังน่าสนใจ รวมถึงแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้าในช่วงดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า
- De-Dollarization
แนวโน้มลดการพึ่งพาเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วยหนุนบทบาทของทองคำและ สินทรัพย์ดิจิทัล โดยธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มการถือครองทองคำต่อเนื่อง ขณะที่สินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความสนใจมากขึ้น สะท้อนความจำเป็น ของการจัดพอร์ตลงทุนที่ยืดหยุ่น เพื่อรับมือความไม่แน่นอน ของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกยุคใหม่