โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เป็นไปได้ไหมที่จะปลดพนักงานออกจากบริษัทด้วยความปรานี

Khaosod

อัพเดต 08 ม.ค. 2565 เวลา 09.04 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. 2565 เวลา 09.04 น.

หลังจากหัวหน้าชมว่าทำงานดีมาตลอด 2 ปี จู่ ๆ วันหนึ่ง อังเดร ซานโตส ก็โดนไล่ออก

ฝ่ายบุคคลโทรมาแจ้งข่าวนี้โดยบอกว่ามีผลโดยทันที ไม่มีคำอธิบายใด ๆ และเขาก็ไม่สามารถติดต่อหัวหน้าได้

ในตอนนั้น อังเดรมีลูกชายวัย 5 ขวบกับภรรยาซึ่งไม่ได้ทำงาน พวกเขาอาศัยอยู่ที่นครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล

"ผมตัวสั่นไปหมด" อังเดร เล่าให้บีบีซีฟัง "ตอนโทรศัพท์ดัง คุณคิดว่ามันเป็นเรื่องอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เรื่องนี้ ตอนนั้นผมถึงได้ตระหนักว่าไม่มีหรอกที่เขาพูดกันว่า "เราเป็นครอบครัวเดียวกัน" จริง ๆ แล้วคือต่างคนต่างทำเพื่อตัวเอง"

เมื่อมองย้อนกลับไป จริง ๆ แล้วชีวิตอังเดรเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เขากลายมาเป็นอินฟลูเอนเซอร์ในสายอาชีพของตัวเอง แต่ก่อนจะมาถึงจุดนั้นเขาต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้าจากการโดนไล่ออก

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจที่คนคนหนึ่งจะรู้สึกเช่นนี้หลังถูกไล่ออกอย่างไม่สนใจไยดี แต่เรื่องก็ไม่จำเป็นต้องลงเอยเช่นนั้น

ความเป็นมนุษย์

Getty Images

เจมมา เดล อาจารย์จากคณะธุรกิจและกฎหมาย มหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล จอห์น มัวร์ บอกว่า เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าการถูกปลดออกจากงานจะส่งผลร้ายแรงแค่ไหนต่อคนคนหนึ่ง

เธอบอกว่าหัวหน้า "ไม่ควรลืมว่า คนที่ได้รับฟังข่าวนี้เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีครอบครัว มีความรับผิดชอบ และความฝัน"

โจดี กลิคแมน นักเขียนและผู้ก่อตั้งบริษัทให้คำปรึกษา "Great on the Job" เห็นด้วยและเสริมว่าการไล่ออกควรทำด้วยการคำนึงถึงความเป็นมนุษย์ของคนคนนั้นด้วยในระดับหนึ่ง

ไล่ออกอย่างปรานี

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าวิธีไล่คนออกจากงานด้วยความปรานีไม่มีสูตรตายตัว แต่มีองค์ประกอบหลักอยู่ 3 อย่างคือ ความโปร่งใส ความเห็นอกเห็นใจ และแรงสนับสนุน

กลิคแมนบอกว่าไม่ควรแจ้งข่าวนี้โดยที่พนักงานไม่ได้ทันตั้งตัว

หากต้องปลดพนักงานเพราะบริษัทประสบปัญหา หัวหน้าก็ควรบอกที่มาของปัญหาอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา

Getty Images
กลิคแมนบอกว่า วิธีการไล่ออกบอกอะไรหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับวัฒนธรรมการทำงานของบริษัท

กลิคแมน บอกว่า หัวหน้าต้องตระหนักด้วยว่าการถูกปลดออกจากงานเป็นเรื่องยากแค่ไหน และควรจะช่วยแนะนำว่าพนักงานคนนั้นจะผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ไปได้อย่างไร

เดล บอกว่า การช่วยเหลือพนักงานสามารถทำได้หลายอย่าง ตั้งแต่ช่วยดูเรซูเม่ หรือเอกสารประวัติการทำงาน ช่วยเขียนเอกสารอ้างอิงสำหรับสมัครงานใหม่ และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว

ย้อนไปเมื่อปลายปีแล้ว วิชาล การ์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Better.com บริษัทด้านสินเชื่อจำนอง ประกาศไล่พนักงานออกทีเดียว 900 คน ผ่านการประชุมทางซูม

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของหัวหน้าที่ไร้ความเห็นอกเห็นใจต่อพนักงาน ผู้วิจารณ์บนโลกออนไลน์บอกว่าเขา "เยือกเย็น" "แข็งกระด้าง" และ "แย่มาก"

กลิคแมนบอกว่าการไล่คนออกไม่ควรเป็นสิ่งที่พูดกันในที่สาธารณะ เธอบอกว่าการไล่คนออกทีเดียว 900 คนผ่านซูม "รู้สึกได้ว่าเป็นการไม่เห็นอกเห็นใจ ถึงขั้นโหดร้ายเลยด้วยซ้ำเมื่อลองคิดดูว่าเป็นช่วงก่อนวันหยุดคริสต์มาสด้วย"

Getty Images

เมื่อเกิดกระแสข่าววิจารณ์ไปทั่วโลก บริษัทประกาศว่านายการ์กจะพักงานไปสักพัก หลังตัดสินใจผิดพลาดหลายอย่างเรื่องการบริหารจัดการคนในบริษัท

ต่อมาเขาออกมาขอโทษที่ไม่ได้ "แสดงถึงความรู้สึกขอบคุณและให้เกียรติคนที่ได้รับผลกระทบว่าเคยทำอะไรให้ Better มาบ้าง"

กลิคแมนบอกว่า วิธีการไล่ออกบอกอะไรหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับวัฒนธรรมการทำงานของบริษัทนั้น โดยในกรณีของบริษัท Better เธอบอกว่ามีลักษณะ "toxic" หรือบรรยากาศ "เป็นพิษ" ทำร้ายสุขภาพจิตใจของพนักงาน

นอกจากนี้ เดลบอกว่าการกระทำเช่นนี้จะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของบริษัทด้วย เมื่อมีชื่อเสียงไม่ดีก็อาจจะหาพนักงานเก่ง ๆ เข้ามาร่วมงานได้ยากขึ้น และก็ทำให้คนที่ยังทำงานกับบริษัทต่อไปรู้สึกเกรงกลัวด้วย

กลิคแมนบอกว่า เมื่อพนักงานออกจากบริษัทไป พวกเขาเหล่านั้นจะกลายเป็นเหมือน "ทูต" ของบริษัทเก่า หากต้องเจอกับประสบการณ์ที่ไม่ดี พวกเขาก็จะกลายเป็น "ศัตรู" ของบริษัทเก่าไปโดยปริยาย

กลิคแมนบอกว่า บริษัททุกบริษัท "อยากจะเป็นที่รู้จักในฐานะองค์กรที่เชื่อมั่นในพนักงาน เป็นองค์กรที่ลงทุนในตัวพนักงาน และทำสิ่งที่ถูกต้อง"

ไล่ออกแล้วก็ขอให้กลับมาทำงาน

Andre Santos
ตอนที่โดนไล่ออก อังเดรมีลูกชายวัย 5 ขวบกับภรรยาซึ่งไม่ได้ทำงาน พวกเขาอาศัยอยู่ที่นครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล

แน่นอนว่านั่นไม่ใช่ประสบการณ์ที่อังเดรเจอ แต่เขาก็ยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองใจกับบริษัทเก่าแล้ว

เขาเล่าว่างงมากที่หลายสัปดาห์ต่อมา บริษัทโทรมาขอให้เขากลับมาทำงานในตำแหน่งเดิมอีกครั้ง

"พวกเขาบอกว่าเรื่องที่เกิดเป็นความผิดพลาด และอยากให้ผมกลับไป แน่นอนผมบอกว่าไม่ ขณะนั้นผมยังไปสมัครงานที่ต่าง ๆ อยู่ ยังไม่ได้รับการเสนอให้เข้าทำงาน แต่ผมก็อยากจะเสี่ยงมากกว่า"

อังเดรเล่าว่าถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้โดนไล่ออกตอนนั้นก็คงจะลาออกเองในอีกไม่นานเพราะเขาไม่ได้รู้สึกว่าได้รับการต้อนรับเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรและองค์กรก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกกระตือรือล้นที่จะทำงาน

ทุกวันนี้ อังเดรผันตัวมาเป็นผู้ฝึกสอนด้านการขาย โดยสร้างเครือข่ายบนเว็บไซต์หางาน LinkedIn เป็นส่วนใหญ่ จนสามารถเปิดตัวธุรกิจบนช่องทางออนไลน์ได้แล้ว

เขาได้รับสถานะเป็น Top Voice เว็บไซต์ มีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคน โดยโพสต์ของเขามีคนเข้าถึงมากกว่า 100 ล้านครั้ง

"เวลาเรามีงาน มันรู้สึกเหมือนเรามีค่ามากกว่าเดิม คนอยากจะมาเป็นเพื่อนเรา แต่พอถูกไล่ออก เพื่อนบางคนก็หายไป ภาวะขึ้น ๆ ลง ๆ แบบนี้ไม่ดีต่อสุขภาพเรา"

"ผมตระหนักว่าผมต้องลงทุนสร้างเครือข่ายและแบรนด์ของตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะมีมูลค่าเยอะเสมอ ไม่ว่าผมจะมีงานหรือไม่มีงานก็ตาม"

……………

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...