โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Finnomena Mid-Year Investment Outlook 2024: “Tempering Expectation" เมื่อตลาดคืนสมดุล ลงทุนครึ่งปีหลัง ต้องมองอย่างไร?

Finnomena

อัพเดต 18 ก.ค. 2567 เวลา 02.44 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2567 เวลา 10.26 น. • Finnomena Funds

Executive Summary

  • ภาพรวมการลงทุนในครึ่งปีหลัง:โอกาสของเอเชียและตราสารหนี้ ความท้าทายในสหรัฐฯ และยุโรป

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: ตลาดแรงงานยังแข็งแรง แต่ตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวตามเงินเฟ้อ แนะนำถือ AFMOAT-HA และ TISCOAI

  • ตลาดหุ้นยุโรป:เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างช้า ๆ Valuation ยังถูกแต่สถิติชี้หลัง ECB ลดดอกเบี้ยไปต่อยาก แนะนำถือ ONE-EUROEQ

  • ตลาดหุ้นญี่ปุ่น:เงินเยนดิ่งหนัก ทิศทางการใช้นโยบายการเงินเข้มงวดขึ้นชัดเจน แนะนำลดสัดส่วน

  • ตลาดหุ้นจีน:ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง รอ Sentiment ฟื้น แนะนำสะสม B-CHINE-EQ MEGA10CHINA-A และ SCBCHAA

  • ตลาดหุ้นอินเดีย: โครงการ SIPs หนุนตลาดหุ้น เศรษฐกิจแข็งแกร่ง แนะนำลงทุน B-BHARATA

  • ตลาดหุ้นเกาหลีใต้:รับอานิสงค์วัฎจักร Semiconductor นักลงทุนตอบรับเชิงบวกต่อ Value-Up Program แนะนำสะสม SCBKEQTG และ DAOL-KOREAEQ

  • ตลาดหุ้นไทย: การเบิกจ่ายงบภาครัฐฯอาจไม่มีนัยยะต่อเศรษฐกิจ และตลาดหุ้นถูกกดดันจากการเมืองในประเทศ แนะนำหลีกเลี่ยงตลาดหุ้นไทย

  • ตลาดหุ้นเวียดนาม:FDI ยังไหลเข้า ลุ้นเข้าดัชนี Emerging Market ปีหน้า แนะนำลงทุน PRINCIPAL VNEQ-A และ KKP VGF-UI*

  • ตลาดหุ้นเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น:แนะนำสะสมกองทุน UOBSA

  • Thematic Equity

  • หุ้น AI: กระแส AI ยังคงแรงต่อเนื่อง แต่ผู้ได้รับประโยชน์อาจมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำลงทุน TISCOAI และ B-INNOTECH

    • หุ้น Healthcare: รายได้เติบโตต่อเนื่อง แต่ Valuation ยังแพงอยู่ แนะนำสะสม ES-HEALTHCARE (สะสมมูลค่า) หรือ KKP-GHC (จ่ายปันผล)
    • หุ้น Climate Change: เติบโตไปพร้อมกับกระแสรักษ์โลก และความคาดหวังดอกเบี้ยขาลง แนะนำสะสม SCBCLIMATE(A) และ PRINCIPAL GCLEAN-A
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ:Yield สูง โอกาสลงทุนในรอบทศวรรษ แนะนำ UGIS-N และ MUBOND-A และแบบไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินแนะนำ UGISFX-N และ MUBONDUH-A

  • ทองคำ: ธนาคารกลางซื้อต่อ พร้อม ETFs ซื้อเพิ่มจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และ Real Yield ปรับตัวลง แนะนำสะสม KT-GOLDUH-A

  • น้ำมัน: อุปทานสหรัฐฯ คอยจำกัด upside จากราคาน้ำมัน ไม่แนะนำลงทุน เหมาะเพียงเก็งกำไรในกรอบตามรอบ

  • Global REITs: แม้มีแรงบวกจาก Fed ลดดอกเบี้ย แต่การเติบโตต่ำ ระดับปันผลไม่น่าสนใจเทียบกับตราสารหนี้ แนะนำคงสัดส่วน

  • Thai REITs: ฟื้นตัวเฉพาะกลุ่ม ยังไม่สดใส แม้ Valuation เริ่มน่าสนใจ แนะนำคงสัดส่วน

หลังจากที่ Finnomena Funds ออกคำแนะนำ “Finnomena Investment Outlook 2024: มุมมองการลงทุนปี 2024 A Year of Two Halves” ไปในช่วงต้นปี 2024 พร้อมคำแนะนำเชิงบวกต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอาทิ หุ้นสหรัฐฯ หุ้นยุโรป และหุ้นในโซนตลาดเกิดใหม่ โดยเรามองว่าสินทรัพย์เสี่ยงมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีจากความคาดหวังว่าเงินเฟ้อจะชะลอลง ทำให้ธนาคารกลางมีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในอนาคต สำหรับในครึ่งปีหลัง Finnomena Funds ได้ต่อยอดมุมมองการลงทุนมาจากพื้นฐานดังกล่าว และออกเป็นมุมมองการลงทุนชื่อ Finnomena Funds 2024 Mid-Year Outlook: “Tempering Expectation”

ภาพรวมการลงทุนในครึ่งปีหลัง: โอกาสในเอเชียและตราสารหนี้ ความท้าทายในสหรัฐฯ และยุโรป

Source: Finnomena Funds as of 21/06/2024

Finnomena Funds 2024 Mid-Year Outlook “Tempering Expectation”

ในครึ่งปีหลังของปี 2024 Finnomena Funds มีมุมมองเชิงระมัดระวังมากขึ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเรามองว่าการที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นไปมากกว่า 50% ตั้งแต่จบขาลงในปี 2022 เป็นผลมาจากความหวังเรื่องเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อกำลังกลับเข้าสู่กรอบ 2% อย่างช้า ๆ และอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีแนวโน้มปรับตัวลง 1-2 ครั้งในปี 2024 ตลาดจึงมีพื้นที่ให้เล่นบนความคาดหวังน้อยลงและกลับสู่ความเป็นจริงมากขึ้น พร้อมกับตัวเลขเศรษฐกิจหลาย ๆ ตัวที่มีแนวโน้มประกาศออกมาชะลอตัวลงจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจริง นอกจากนี้ยังมีความผันผวนจากการเลือกตั้งในสหรัฐฯ และประเทศในยุโรป

คำแนะนำการลงทุน

  • หุ้นสหรัฐฯ และยุโรป: ปรับลดคำแนะนำเป็น "Hold"เนื่องจากความผันผวนและการชะลอตัวของเศรษฐกิจ
  • หุ้นเอเชีย: ปรับคำแนะนำเป็น "Buy"โดยเฉพาะกลุ่ม Asia X Japan Equity, South Korea, Vietnam, China และ India ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง นำโดยเศรษฐกิจของอินเดีย จีน และเวียดนาม รวมถึงเกาหลีใต้ที่ได้ประโยชน์จากวัฏจักรเซมิคอนดักเตอร์

“A Final Call for High Rates”

Finnomena Funds แนะนำ "Buy"ในหมวด Global Fixed Income โดยมองว่าในช่วงครึ่งปีหลัง ธนาคารกลางทั่วโลกจะเริ่มใช้นโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยที่สูงในปัจจุบันเริ่มปรับลดลงตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จึงเป็น Final Call สุดท้ายที่นักลงทุนมีโอกาสรับทั้ง Capital Gain และ อัตราดอกเบี้ยที่สูงระดับทศวรรษ

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 21/06/2024

ในครึ่งปีที่ผ่านมา ประมาณการ GDP Growth ในหลาย ๆ ประเทศ ที่ถูกรวบรวมโดย Bloomberg Concensus ได้มีการปรับขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา จีน และอินเดีย ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในประเทศเหล่านี้ ในขณะเดียวกันยุโรปได้รับการปรับประมาณการขึ้นเล็กน้อยสำหรับปี 2024 ในฝั่งของประเทศไทย ถูกปรับประมาณการ GDP Growth ลงทั้งในปี 2024 และ 2025 ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวที่ช้าและความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยในภาพรวมความแข็งแกร่งของสหรัฐอเมริกา ยุโรป จีน และอินเดีย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวต่อได้ในครึ่งปีหลัง

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 21/06/2024

ในฝั่งของภาพรวมกำไรตลาดหุ้นโลก ตลาดที่ถูกปรับประมาณการกำไรในระดับสูงที่สุดใน 3 เดือนที่ผ่านมา ได้แก่ ตลาดเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และยุโรป ในขณะที่ตลาดที่มีอัตราการเติบโตของกำไรสูงที่สุด ได้แก่ ตลาดเกาหลีใต้ เวียดนาม และสหรัฐอเมริกา

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 21/06/2024

ในมิติของมูลค่า PE เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับ ดัชนีหุ้นโลก MSCI ACWI ตลาดที่มีระดับมูลค่าถูกที่สุดได้แก่ตลาดหุ้นไทย ยุโรป และจีน

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: ตลาดแรงงานยังแข็งแรง แต่ตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวตามเงินเฟ้อ

Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 21/06/2024

ตัวเลขเงินเฟ้อ Core CPI ของสหรัฐฯ ประกาศออกมาที่ 3.6% ยังอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed แต่ตัวเลขดังกล่าว ถูกขับเคลื่อนด้วยเงินเฟ้อฝั่งภาคบริการที่มีความหนืดอย่าง Shelter Inflation โดยหากหักลบปัจจัยดังกล่าวออก จะเห็นได้ว่าระดับเงินเฟ้อกลับมาทรงตัวอยู่ที่ระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 แล้ว และเราเชื่อว่าเงินเฟ้อฝั่งภาคบริการถึงแม้ยังสูง แต่เงินเฟ้อดังกล่าวจะลดระดับลงเรื่อย ๆ สนันสนุนโดยตัวเลขค่าเช่าบ้านใหม่ที่ประกาศออกมาต่ำลง

US Labour Market

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 21/06/2024

ในฝั่งของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับที่แข็งแรง และได้ประโยชน์จากแรงงานต่างชาติที่เข้ามาอย่างมีนัยตั้งแต่ปี 2020 ทำให้ตัวเลข Nonfarm Payroll ประกาศออกมาแข็งแรง และยังสนันสนุนภาคการบริโภคของสหรัฐฯ ด้วย โดยแรงงานต่างชาติมีบทบาทที่สำคัญและเป็นหนึ่งในกำลังขับเคลื่อนที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ไม่เกิดเศรษฐกิจถดถอยในอนาคต

US: ISM Manufacturing New order and Buying Condition for Large household durables

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 24/06/2024

ในขณะที่ตัวเลข ISM Manufacturing New Orders ซึ่งเป็น หนึ่งในดัชนีที่ชี้นำตัวเลข GDP ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 45.4 สะท้อนความน่าจะเป็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจมีเผชิญกับแรงกดดันและมีโอกาสที่เศรษฐกิจจะหดตัวได้ในอนาคต

Finnomena Fundsปรับคำแนะนำหุ้นสหรัฐเป็น “Hold” แนะนำถือ AFMOAT-HA และ TISCOAIโดยคาดว่าตลาดมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อในระยะสั้น ๆ พร้อมกับมองว่ามีโอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายน 2024 และเหมาะสมจะใช้เป็นโอกาสในการ Take Profit ช่วงดังกล่าว

ตลาดหุ้นยุโรป: เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างช้า ๆ Valuation ยังถูก แต่สถิติชี้หลัง ECB ลดดอกเบี้ยไปต่อยาก

Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 24/06/2024

ตัวเลขเงินเฟ้อ Core HICP ในยุโรปปรับตัวลงมาที่ 1.9% YoY ในเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับเงินเฟ้อในกรอบเป้าหมาย 2% ตามที่ธนาคารกลางยุโรปต้องการแล้ว โดยจากตัวเลขดังกล่าวและแนวโน้มการชะลอตัวต่อในอนาคตทำให้สถานการณ์เงินเฟ้อในยุโรปถูกลดแรงกดดันลงไปอย่างมีนัยยะ

Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 10/06/2024

ภาพเงินเฟ้อที่คลี่คลายทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า ECB มีแนวโน้มที่จะใช้นโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายมากขึ้นในครึ่งปีหลัง โดย Finnomena Funds มองว่าปัจจัยดังกล่าวเป็น หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ตลาดปรับตัวขึ้นไปในครึ่งปีแรกของปี 2024 และหลังจากนี้ตลาดมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวตาม Valuation และ Earnings มากกว่า Sentiment การลดดอกเบี้ยจาก ECB

Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 10/06/2024

โดยจากสถิติที่ผ่านมาการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ECB มักมาพร้อมกับตลาดที่ Sideways โดยในค่าเฉลี่ย ตลาดจะปรับตัวลดลง 7% และไม่ได้ตอบรับเชิงบวกต่อนโยบายการลดดอกเบี้ย

Finnomena Fundsปรับคำแนะนำหุ้นยุโรปเป็น “Hold” แนะนำถือ ONE-EUROEQหลังตลาดรับรู้การลดดอกเบี้ยเต็มที่ ขณะที่ระดับ Valuation ยังถูกเมื่อเทียบกับ MSCI ACWI และเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวต่ออย่างช้า ๆ

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น: เงินเยนดิ่งหนัก ทิศทางการใช้นโยบายการเงินเข้มงวดขึ้นชัดเจน

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 24/06/2024

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ส่งสัญญาณพร้อมแทรกแซงค่าเงินตลอด 24 ชั่วโมง หลังค่าเงินเยนดิ่งหนัก นอกจากนี้ BoJ ยังส่งสัญญาณลดวงเงินซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น และจะเปิดเผยรายละเอียดในเดือนก.ค. โดยก่อนการประชุม BoJ จะเดินหน้าซื้อพันธบัตรในระดับปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ประมาณ 6 ล้านล้านเยน (3.81 หมื่นล้านดอลลาร์) ต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ BoJ จะพยายามสื่อสารให้กระทบน้อยที่สุด แต่ทิศทางการใช้นโยบายการเงินเข้มงวดขึ้นชัดเจน

Japan Inflation

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 24/06/2024

ด้านอัตราเงินเฟ้อญี่ปุ่นเร่งตัวขึ้น สวนทางกับสหรัฐฯ หลังจากสิ้นสุดการอุดหนุนค่าสาธารณูปโภค โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าเงินเฟ้อญี่ปุ่นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.4% ในปี 2024

การซือหุ้นขึ้นในตลาดหุ้นญี่ปุ่น

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 24/06/2024

ญี่ปุ่นเริ่มทำ Corporate Governance Reform ในปี 2015 และปรับปรุงในปี 2023 โดยหนึ่งในมาตรการนั้นจะส่งเสริมให้บริษัทญี่ปุ่นทำการซื้อหุ้นคืน ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นจำเป็นต้องอาศัย Earnings Growth หรือมาตรการใหม่ ๆ เพื่อที่จะทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวต่อขึ้นไปได้

Finnomena Fundsมองว่าความพยายามในการรักษาเสถียรภาพค่าเงิน และความกังวลต่อค่าเงินเยนที่อ่อนค่าอย่างรวดเร็วจะกดดันให้ BoJ ต้องพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในอนาคต ทั้งนี้ ยังคงแนะนำลดสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ตลาดหุ้นจีน: ภาครัฐฯออกมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง รอ sentiment ฟื้น

สรุปมาตรการกระตุ้นสำคัญของจีน

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 24/06/2024

ที่ผ่านมาภาครัฐบาลจีนทยอยออกมาตรการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 5% แต่เม็ดเงินของมาตรการกระตุ้นไม่ได้ใหญ่มากเมื่อเทียบกับมูลค่า GDP ทำให้ตลาดหุ้นตอบรับในช่วงสั้นๆ รวมถึงได้ออกมาตรการเสริมสภาพคล่องสู่ระบบการเงิน และการปฏิรูปตลาด STAR ซึ่งเป็นแหล่งระดมเงินทุนสำหรับหุ้นเทคโนโลยีจีนโดยเฉพาะ

China GDP

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 24/06/2024

ตลาดยังคาด GDP growth ปี 2024 ไว้ต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลที่ 5% สะท้อนว่าตลาดยังไม่เชื่อมั่นต่อเป้าหมายของรัฐบาล หากรัฐบาลจีนสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าว จะเห็นการปรับคาดการณ์ GDP ขึ้น และจะเป็นแรงหนุนต่อตลาดหุ้นจีน

Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 24/06/2024

ความมั่นใจของผู้บริโภคจีนยังไม่ฟื้นตัวกลับมา หลังจากจีนประสบปัญหาทางด้านอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ข้อมูลการสำรวจผูัฝากเงินโดย PBOC บ่งชี้ว่า สัดส่วนผู้ที่จะออมเงินเพิ่มขึ้นยังอยู่ในระดับสูง สวนทางกับสัดส่วนผู้ที่เพิ่มการลงทุนและการบริโภคที่ยังอยู่ในระดับต่ำ

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 24/06/2024

แม้ราคาบ้านในจีนยังปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่เริ่ิมเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น จากราคา Bond ในกลุ่มอสังหาฯ ที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและกำลังเข้าสู่การฟื้นตัว สะท้อนว่าความกังวลเรื่องอสังหาในจีนผ่านตลาดทางการเงินผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

เรายังคงแนะนำเข้าลงทุนกองทุน UOBSGC สำหรับกลุ่มกองทุน Greater China (รวมฮ่องกงและไต้หวัน), SCBMLCAA สำหรับกลุ่มกองทุน All China, MEGA10CHINA-A สำหรับกลุ่มกองทุน H-Shares และ SCBCHAA สำหรับกลุ่มกองทุนหุ้นจีน A-Shares จากความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ 5% รวมถึงการออกมาตรการกระตุ้นเพื่อเสริมสภาพคล่องในระบบการเงิน ขณะที่ความกังวลด้านอสังหาผ่านจุดต่ำสุดแล้ว Valuation ของตลาดหุ้นจีนยังอยู่ในระดับถูกเมื่อเทียบกับหุ้นโลก

ตลาดหุ้นอินเดีย: โครงการ SIPs หนุนตลาดหุ้น เศรษฐกิจแข็งแกร่ง

โครงการ Systematic Investment Plans (SIPs) ที่สนับสนุนให้คนอินเดียเก็บออมเงินเพื่อการเกษียณ และลงทุนกองทุนหุ้นอย่างสม่ำเสมอ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นอินเดีย All-Time High ในช่วงที่ผ่านมา โดยมี Fund Flow จากนักลงทุนรายย่อยในประเทศกว่า 90% มาจากกองทุน SIPs นอกจากนี้ยังมีกองทุน Equity Linked Savings Scheme (ELSS) ซึ่งเป็นกองทุนลดหย่อนภาษีของอินเดีย และมีระยะเวลาลงทุนเพียง 3 ปี จึงสามารถดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนในประเทศได้เช่นกัน ส่งผลให้ตลาดหุ้นอินเดียมีความเป็น Premium Market

Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 24/06/2024

ด้านค่าเงินรูปี (INR) มีเสถียรภาพมากขึ้น หลังจากราคาน้ำมันทรงตัว ส่งผลให้แรงกดดันจากมูลค่าการนำเข้าน้ำมันลดลง ซึ่งเป็นผลดีต่อดุลการค้าของอินเดีย รวมทั้งช่องว่างของอัตราเงินเฟ้อแคบลงเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ทั้งสองปัจจัยดังช่วยเสริมเสถียรภาพทางค่าเงินรูปี (INR)

ถึงแม้ Valuation ของตลาดหุ้นอินเดียอยู่ในระดับแพง โดย P/E (Forward 12-m) อยู่ที่ประมาณ 20.1 เท่า ซึ่งสูงกว่าระดับค่าเฉลี่ย แต่แนวโน้มการเติบโตของ GDP ยังอยู่ในระดับสูง พร้อมการปรับประมาณการกำไรขึ้น ขณะที่ภาคบริโภคยังแข็งแกร่ง และค่าเงินมีเสถียรภาพมากขึ้น Finnomena Fundsยังคงแนะนำลงทุนในหุ้นอินเดีย ผ่านกองทุน B-BHARATA

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้: รับอานิสงค์วัฎจักร Semiconductor นักลงทุนตอบรับเชิงบวกต่อโครง value-up

สรุปมุมมองของบริษัทลงทุนชั้นนำต่อ Value-up program

Source: Finnomena Funds, JPM, Goldman Sachs, Abrdn, Wellington as of 24/06/2024

บริษัทลงทุนชั้นนำค่อนข้างมีมุมมองเชิงบวกต่อโครงการ Value-Up Program ในครั้งนี้ หลังจากมีบทเรียนที่ประสบความสำเร็จจากประเทศญี่ปุ่น ในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติค่อนข้างตอบรับในเชิงบวกสะท้อนจากเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เกาหลีใต้เตรียมจัดทำดัชนี “Korea Value-Up Index” ในเดือนกันยายน 2024 ขณะที่กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งเกาหลีใต้ (The National Pension Service of Korea) และหน่วยงานอื่น เตรียมเปิดตัว ETFs ที่ track กับดัชนีดังกล่าวในไตรมาส 4 ปี 2024 โครงการ Value-up program เป็นโครงการภาคสมัครใจที่ส่งเสริมให้บริษัทเพิ่มมาตรฐานการกำกับดูแล (Governance Standard) การดำเนินธุรกิจที่เป็นธรรม และปรับปรุงการสื่อสารข้อมูลแก่นักลงทุน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่ากิจการ ทั้งนี้บริษัทที่เข้าร่วมโครงการจะได้สิทธิประโยชน์ภาษีและอื่น ๆ

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 24/06/2024

นอกจากนี้เกาหลีใต้เปิดใช้ระบบเทรด FX นอกเวลาทำการ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2024 ทำให้สามารถซื้อขายเงินวอนได้ตั้งแต่เวลา 9:00-2:00 น. จากเดิม 9:00-15:30 น. (GMT+9) เพื่อครอบคลุมเวลาของต่างประเทศ และดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาซื้อขายเงินวอนมากขึ้น

Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 24/06/2024

การส่งออก Semiconductor ของเกาหลีใต้ยังแข็งแกร่งตามอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นของการใช้งานด้าน AI ทั่วโลก ขณะที่ดัชนีการสำรวจธุรกิจกลุ่ม Semiconductor ของเกาหลีเพิ่มขึ้นใน 2Q24 บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดีขึ้นของบริษัทในอุตสาหกรรม Semiconductor

ราคาหุ้น Samsung Electronics และ SK hynix

Source: Finnomena Funds, TradingView as of 24/06/2024

ขณะที่หุ้น Samsung Electronics ซึ่งเป็นหุ้นที่มี Market cap. ใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นเกาหลี มี Catalyst จาก NVDA เตรียมอนุมัติ HBM Chip ของบริษัท ซึ่งจะทำให้ Samsung Electronics ได้ประโยชน์จากกระแส AI มากขึ้น เหมือนหุ้น SK Hynix ที่ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วง 1 ปี ที่ผ่านมา

เรายังคงแนะนำสะสมหุ้นเกาหลี ผ่านกองทุน SCBKEQTGและDAOL-KOREAEQจากอานิสงส์ของการใช้งานด้าน AI และมีปัจจัยกระตุ้นจาก Value-up program

ตลาดหุ้นไทย: แม้มีข่าวดีจากการเบิกจ่ายงบภาครัฐฯ แต่ถูกกดดันจากการเมืองในประเทศ

Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 24/06/2024

งบรายจ่ายภาครัฐฯ 2 เดือนล่าสุดที่สูงขึ้น เป็นเพียงแค่ชดเชยช่วงที่หายไประหว่างการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล และไม่ได้มีนัยยะต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจตลอดทั้งปี 2024

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 24/06/2024

ตลาดหุ้นไทยติดปัญหาเชิงโครงสร้าง และมีหุ้นกลุ่มวัฏจักรอย่างกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีที่กำไรอ่อนแอในช่วงที่ผ่านมา ทำให้กำไรต่อหุ้นของ SET Index ในรอบ 10 ปี ไม่มีการเติบโต ซึ่งส่วนทางกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่มีการเติบโตสูงกว่า

Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 24/06/2024

จากปัญหาในเชิงโครงสร้างดังกล่าวทำให้นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิในตลาดหุ้นและตราสารหนี้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงความกังวลทางการเมืองในประเทศซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ

SET’s Valuation and Earnings revision

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 24/06/2024

Valuation ของตลาดหุ้นไทย อาจจะไม่สามารถกลับไปค่าเฉลี่ยในอดีตได้ หากไม่มีมาตรการกระตุ้นที่เพียงพอ และไม่ใช่เพียงแค่เรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน แต่ต้องช่วยฟื้นฟูการเติบโตของประเทศและกำไรของบริษัทจดทะเบียนเรายังคง แนะนำหลีกเลี่ยงตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นเวียดนาม: FDI ยังไหลเข้า ลุ้นเข้าดัชนี Emerging Market ปีหน้า

Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 21/06/2024

แม้ค่าเงินยังคงอ่อน ซึ่งสร้างความกังวลด้านเสถียรภาพค่าเงินของเวียดนามในช่วงที่ผ่านมา แต่ดุลการค้า (Trade Balance) และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังเป็นบวก ขณะที่ GDP ยังเติบโตในระดับสูง และตลาดหุ้นถูกปรับประมาณการกำไรขึ้นในปี 2025 การอัพเกรดเข้าสู่ตลาด Emerging Market ได้มีการหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการลดข้อจำกัดมากขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่จะลงทุนในหุ้นเวียดนาม โดยภาครัฐยังคงมุ่งมั่นผลักดันเป้าหมายเพื่อทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามได้เข้าสู่ดัชนี Emerging Market ของ FTSE ได้ภายในปี 2025

เรามองว่าตลาดหุ้นเวียดนามยังคงแข็งแกร่ง จากแนวโน้มเศรษฐกิจเวียดนามที่เติบโตระดับสูงในอนาคต โดยในปัจจุบัน Valuation ของตลาดหุ้นเวียดนามอยู่ในระดับที่ค่อนข้างถูก โดยมี 12-month forward P/E อยู่ที่ 11.0 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตFinnomena Fundsแนะนำสะสมในหุ้นเวียดนามผ่านกองทุน PRINCIPAL VNEQ-Aและ KKP VGF-UI*

*ห้ามขายผู้ลงทงทุนรายย่อย กองทุนรวมที่เสนอขายผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน

ตลาดหุ้นเอเชียไม่รวมญี่ปุุ่น: แนะนำสะสมกองทุน UOBSA

แนะนำทยอยสะสมหุ้น Asia ex Japan ผ่านกองทุน UOBSA คัดเลือกหุ้นโดยใช้ AI ช่วยและพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลักๆคือ Fundamental, Macro และ Technical หลังจากนั้น นักวิเคราะห์จะทำการวิเคราะห์เชิงลึกต่อเพื่อคัดเลือกหุ้นเหลือเพียง 50 บริษัท สำหรับนักลงทุนที่มีสถานะการลงทุนในกองทุนหุ้นจีนมากแล้ว แนะนำกองทุน TLFVMR-ASIAX ลงทุนสู่เอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นญี่ปุ่นและจีน) ด้วยการพัฒนากลยุทธ์ร่วมกันระหว่าง บลจ. ทาลิส กับ A.Stotz Investment Research ผ่านแนวคิดการลงทุน FVMR สร้างผลตอบแทนชนะตลาด ภายใต้ความผันผวนที่เหมาะสม

Thematic Investing

AI and Global Tech: กระแส AI ยังคงแรงต่อเนื่อง แต่ผู้ได้รับประโยชน์อาจมีการเปลี่ยนแปลง

ในช่วงที่ผ่านมา กระแสการใช้งาน AI มีการเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการสร้าง Generative AI ของหลายบริษัท ส่งผลให้ความต้องการประมวลผลข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ทำให้ในช่วงปีที่ผ่านมาบริษัทผู้ผลิตชิปและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มีรายได้และกำไรที่เติบโตอย่างมาก จากความต้องการชิปเพื่อสร้าง AI สำหรับการใช้งานในธุรกิจต่าง ๆ

SOX Index’s Valuation and Earnings revision

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 24/06/2024

เรามองว่าหุ้นในกลุ่ม Semiconductor ในปัจจุบันเริ่มมี Upside ที่จำกัด ถึงแม้ความต้องการชิปจะยังคงมีอยู่ แต่ Valuation ของหุ้นกลุ่มนี้อยู่ในระดับที่ค่อนข้างแพง เราจึงมองไปยังบริษัทกลุ่มที่คาดว่าเป็นคลื่นลูกถัดไปที่จะได้ประโยชน์จากกระแส AIซึ่งคือกลุ่ม AI Infrastructure บริษัทกลุ่มนี้เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับการใช้งาน AI ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่เป็นเจ้าของ AI Model อย่าง Meta หรือ Microsoft, บริษัทที่เป็นผู้ให้บริการ Cloud platform อย่าง Amazon หรือ Google, บริษัทที่สร้าง data platform หรือ database สำหรับการเก็บข้อมูล และบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับ Cybersecurity ที่เราคาดว่าจะเติบโตจากความต้องการระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สูงขึ้น เราคาดว่าบริษัทกลุ่มนี้จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์กลุ่มถัดไปจากกระแส AI

Source: Finnomena Funds, Xtrackers as of 24/06/2024

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเติบโตไปพร้อมกับกระแส AI Finnomena Fundsแนะนำลงทุนในสองกองทุน กองทุนแรกคือ TISCOAI ซึ่งลงทุนในกองทุน ETF หลัก Xtrackers Artificial Intelligence and Big Data UCITS ETF มีเป้าหมายทำผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนี Nasdaq Global AI & Big Data Index (NYGBIG) โดยกองทุนดังกล่าวลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับ AI โดยใช้วิธีลงทุนแบบ Forward-looking Approach ค้นหาบริษัทที่มีการจดสิทธิบัตรในเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น Deep Learning, Speech Recognition, Big Data, Cybersecurity และมีการกระจายการลงทุนโดยกำหนดน้ำหนักสูงสุดของหุ้นแต่ละตัวไว้ที่ 4.5% ทำให้มีความเสี่ยงจากการกระจุกตัวที่ต่ำ กองทุนที่สองคือ B-INNOTECHซึ่งลงทุนในกองทุนหลัก Fidelity Funds - Global Technology เป็นกองทุนที่ผู้จัดการกองทุนมีการคัดเลือกหุ้นโดยพิจารณา valuation เป็นหลัก จะไม่เน้นหุ้นที่อยู่ในกระแส AI ในปัจจุบัน แต่จะพยายามค้นหาหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากกระแส AI และเป็นหุ้นที่นักลงทุนส่วนใหญ่มองข้าม

Healthcare: รายได้เติบโตต่อเนื่อง แต่ Valuation ยังแพงอยู่

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 24/06/2024

หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมสุขภาพ (Healthcare) เป็นหุ้นกลุ่มที่มีผลตอบแทนรายปีโดยเฉลี่ยสูงกว่าภาพรวม และหุ้นกลุ่มนี้ได้รับปัจจัยสนับสนุนในระยะยาวจากสังคมผู้สูงอายุ และเทคโนโลยีด้านสุขภาพ ที่ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ยาหรือการรักษาโรคต่าง ๆ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่นหุ้น Eli Lilly (LLY) ที่มีการเปิดตัวยา Mounjaro สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่สอง หรือ Novo Nordisk ที่มีการเปิดตัวยา Ozempic สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานเช่นกัน ราคาหุ้นของสองบริษัทนี้ มีการปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น หลังจากมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ยาใหม่ ซึ่งเราคาดว่าในอนาคต บริษัทเหล่านี้จะยังสามารถพัฒนายาชนิดใหม่ ๆ ออกมาได้ และส่งผลบวกต่อราคาหุ้นกลุ่มนี้ต่อไป

S&P Global healthcare Index’s Valuation and Earnings revision

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 24/06/2024

อย่างไรก็ดี Valuation ของหุ้นกลุ่มนี้อยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของตัวเองในอดีต และยังมีปัจจัยเสี่ยงจากเรื่องความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งสหรัฐฯ ซึ่งทั้งพรรค Democrat และ Republican มีนโยบายทางด้านสุขภาพที่แตกต่างกัน ทำให้การคาดการณ์การเติบโตของหุ้นกลุ่ม Healthcare ในระยะสั้นถึงกลาง ยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยนี้ สำหรับนักลงทุนที่มีเป้าหมายลงทุนระยะสั้น เราจึงไม่แนะนำให้ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Healthcare จากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว แต่ในภาพระยะยาว หุ้นกลุ่มนี้ยังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง สำหรับนักลงทุนที่มีเป้าหมายลงทุนระยะยาว และรับความผันผวนระยะสั้นได้ เราแนะนำให้ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Janus Henderson Global Life Sciences Fund ซึ่งบริหารกองทุนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านชีวเคมีและภูมิคุ้มกัน ที่มีประสบการณ์ในการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Healthcare มานานกว่า 20 ปี โดยนักลงทุนสามารถเลือกลงทุนผ่านกองทุน ES-HEALTHCARE (สะสมมูลค่า) หรือ KKP-GHC (จ่ายปันผล) ซึ่งทั้งสองกองทุนนี้ลงทุนในกองทุนหลักที่ได้กล่าวไปข้างต้น

Climate Change & Clean Energy: เติบโตไปพร้อมกับกระแสรักษ์โลก และความคาดหวังดอกเบี้ยขาลง

Source: Finnomena Funds as of 24/06/2024

เป็นการลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โดยอ้างอิงจากเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ที่แต่ละประเทศมีการลงนามร่วมกันในการประชุม COP21 ในปี 2015 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยมติจากการประชุมดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก การลงทุนในธีม Climate Change จะลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว ยกตัวอย่างเช่นกลุ่ม Clean Energy ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เช่น พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ หรือกลุ่ม Energy Efficiency ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นออกแบบอุปกรณ์หรือวงจรไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานได้มากกว่าอุปกรณ์รุ่นเก่า เป็นต้น กองทุนที่ลงทุนในธีม Climate Change จะลงทุนในหุ้นหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น Technology, Industrial และ Material ทำให้ผลการดำเนินงานของกองทุนแต่ละกองมีความหลากหลายจาก Universe การลงทุนที่กว้าง สำหรับธีมนี้ Finnomena Fundsแนะนำลงทุนในกองทุน SCBCLIMATE(A) ซึ่งลงทุนในกองทุนหลัก Templeton Global Climate Change Fund

Source: Templeton Global Climate Change Fund as of 24/06/2024

กองทุนหลักจะลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่มีส่วนช่วยในการลดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก โดยแบ่งเป็นสองกลุ่มหลัก ได้แก่ Climate Change Solutions หรือบริษัทที่มีส่วนร่วมโดยตรงในเป้าหมาย Climate Change และ Transitioning หรือบริษัทที่มีส่วนช่วยทางอ้อมในเป้าหมายดังกล่าว และกองทุนนี้เป็นกองทุนที่มีผลการดำเนินงานย้อนหลังโดดเด่นเหนือกองทุนอื่นในกลุ่มเดียวกัน

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 24/06/2024

นอกจากนี้ หุ้นในกลุ่ม Clean Energy ที่เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด จะมีปัจจัยเชิงบวกเสริมในช่วงสั้นจากการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยจากข้อมูลในอดีต ถ้าหากอยู่ในช่วงดอกเบี้ยขาลง หุ้นในกลุ่ม Clean Energy จะทำผลตอบแทนได้ดีกว่าภาพรวมหุ้นโลก จากความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะมีการลดดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี 2024 นี้ Finnomena Funds คาดว่าหุ้นกลุ่ม Clean Energy จะได้รับประโยชน์จากปัจจัยดังกล่าว และแนะนำลงทุนผ่านกองทุน PRINCIPAL GCLEAN-Aซึ่งลงทุนในกองทุน ETF หลัก iShares Global Clean Energy UCITS ETF (INRG)

ตราสารหนี้ต่างประเทศ: Yield สูง โอกาสลงทุนในรอบทศวรรษ

Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 24/06/2024

ตราสารหนี้ยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจลงทุนในช่วงที่ Yield สูงในรอบกว่า 10 ปี และมี Upside จาก Yield ที่จะปรับตัวลงในอนาคตเมื่อ Fed ลดดอกเบี้ย

US corporate credit spread

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 24/06/2024

Credit Spread อยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะ High Yield Bond ส่งผลให้การลงทุนใน Corporate bond ไม่น่าสนใจ และต้อง Selective ในรายหลักทรัพย์มากขึ้น

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 24/06/2024

ขณะที่ MBS Spread ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลัง Fed ลด Balance sheet หนุนตราสารหนี้กลุ่ม MBS มีความน่าสนใจลงทุนมากขึ้น

Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 08/07/2024

เรายังคงแนะนำลงทุนในตราสารหนี้โลกคุณภาพดีผ่านกองทุน UGIS-Nและ MUBOND-Aและแบบไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินผ่านกองทุนUGISFX-N และ MUBONDUH-Aโดยที่ผ่านมากองทุนหลักของ UGIS-Nและ UGISFX-Nทำผลงาน Outperform ตราสารหนี้โลก (Global Aggregate Bond) นับตั้งแต่เงินเฟ้อสหรัฐฯทำจุดสูงสุด

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกองทุนหลักของ UGIS-N และ MUBOND-A

Source: Finnomena Funds, PIMCO, JPM Aggregate Bond Fund as of 08/07/2024

ทองคำ: ธนาคารกลางซื้อต่อ พร้อม ETFs ซื้อเพิ่มจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และ Real Yield ปรับตัวลง

Gold spot price vs Gold ETF holding

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 07/07/2024

ราคาทองคำและปริมาณทองคำที่ถือครองโดย ETFs มักมีความสัมพันธ์ที่สอดคล้องกัน อย่างไรในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปริมาณทองคำที่ถือครองโดย ETFs มีแนวโน้มลดลง ในขณะที่ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าทองคำกำลังมีผู้ซื้อที่ แต่ไม่ได้ซื้อผ่าน ETFs

Gold spot price vs US real yield

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 07/07/2024

ในขณะที่ราคาทองคำและ Real Yield หรืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง มักมีความสัมพันธ์ที่แปรผกผันกัน อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นช่วงเดียวกับที่ราคาทองคำขยับสวนทางกับปริมาณทองคำที่ถือครองโดย ETFs ราคาทองคำและ Real Yield ขยับไปในทิศทางเดียวกัน สะท้อนว่าทองคำกำลังมีผู้ซื้อที่ไม่ได้ซื้อเพื่อหวังผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยแต่เป็นการถือครองในลักษณะการกระจายความเสี่ยง

Source: Finnomena Funds, World Gold Council as of 07/07/2024

ปัจจัยดังกล่าวทำให้ Finnomena funds เชื่อว่าธนาคารกลางที่ผ่านมามีบทบาทที่สำคัญในการผลักให้ราคาทองปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัย โดยแบบสำรวจจาก World Gold Council ชี้ว่าธนาคารกลางกว่า 66% ทั่วโลกจะเพิ่มสัดส่วนทองคำสำรองในอีก 5 ปีข้างหน้า และอัตราดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุก ๆ ปี สวนทางกับ ดอลลาร์สำรองที่ธนาคารกลางกว่า 49% ทั่วโลกคาดว่าจะลดลงในอีก 5 ปีข้างหน้า

Source: Finnomena Funds, World Gold Council as of 07/07/2024

มากกว่านั้นแบบสำรวจจาก World Gold Council ระบุว่ามากกว่า 81% ของธนาคารกลางทั่วโลกเชื่อว่าธนาคารกลางอื่นๆ (ยกเว้นตนเอง) มีแนวโน้มจะเพิ่มทองคำสำรองในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดย มีเพียง 3% ที่ระบุว่าตนจะลดทองคำสำรองลง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธนาคารกลางซื้อทองคำเพื่อเพิ่มสินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์ (Strategic Reserve) และมักจะไม่ขายในระยะเวลาสั้นๆ

Finnomena Fundsปรับคำแนะทองคำเป็น “Buy” ผ่านกองทุนKT-GOLDUH-Aโดยคาดว่า Real Yield ที่ีมีแนวโน้มปรับลดลงในอนาคตจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลดีกับ Flow ทองคำในส่วนของนักลงทุนที่ลงทุนผ่าน ETFs ที่มีแรงขายมาก่อนหน้านี้ ทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้ ในขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลกมีแนวโน้มถือครองหรือเพิ่มสัดส่วนเพื่อเป็นสินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์ต่อไป

น้ำมัน: มีแรงหนุนเพียงช่วงสั้น แต่ระยะยาวยังท้าทาย

Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 05/07/2024

EIA ยังคาดว่า Demand ของปิโตรเลียมทั่วโลกสูงกว่า Supply ในช่วงที่เหลือของปี แต่ในปี 2025 Supply จะเริ่มสูงกว่า Demand จากการเพิ่มกำลังการผลิตของสหรัฐฯ และกลุ่ม OPEC+ จะเริ่มผ่อนคลายการลดกำลังการผลิตแบบสมัครใจใน 4Q24

Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 05/07/2024

สหรัฐฯเข้ามาเป็นผู้เล่นสำคัญในฝั่งอุปทาน มีแนวโน้มเพิ่มการผลิตต่อเนื่อง สวนทางกลุ่ม OPEC ที่พยายามรักษาสมดุลตลาดน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำอาจไม่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของกลุ่ม OPEC เหมือนในอดีต

เรามีมุมมองเป็นกลางต่อน้ำมัน โดยช่วงสั้นมีปัจจัยหนุนจากอุปสงค์ตามฤดูกาลในสหรัฐฯช่วง summer และความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของ Fed แต่ยังมีปัจจัยกดดันจากตัวเศรษฐกิจสหรัฐฯสหรัฐฯ (โดยเฉพาะภาคการผลิต) ที่อ่อนแอ ขณะที่ pattern ของราคาน้ำมันในอดีตบ่งชี้ว่าครึ่งปีหลังที่มักปรับตัวลดลง และยังมีแรงกดดันจากอุปทานจากสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว จึงแนะนำหาจังหวะเก็งกำไรช่วงสั้น

Global REITs: Valuation ตึง การเติบโตไม่มี

Global REIT’s dividend per share

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 05/07/2024

แนวโน้มการเติบโตด้านเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ของ Global REITs ต่ำนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นต้นมา ซึ่งส่งผลกระทบในเชิงโครงสร้างต่อบางอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มออฟฟิศที่ได้รับผลกระทบจากการ Work From Home

Global REIT’s Valuation

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 05/07/2024

Valuation ของ Global REITs ตึงตัวมาก และไม่น่าสนใจเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ แต่ยังมี Upside เล็กน้อยหาก Fed ลดดอกเบี้ยลง 2 ครั้ง เรามีมุมมองเป็นกลางต่อ Global REITs โดยแนะนำคงสัดส่วนถือเพื่อกระจายความเสี่ยง

Thai REITs: ฟื้นตัวเฉพาะกลุ่ม ยังไม่สดใส แม้ Valuation เริ่มน่าสนใจ

Source: Finnomena Funds, CPNREIT, IMPACT, LPF, WHART, and FTREIT Annual Report, Bloomberg as of 08/07/2024

อัตราการเช่าของ REITs ไทยตั้งแต่ช่วงโควิดมีการฟื้นเฉพาะตัวในบางกลุ่มเช่น CPNREIT และ LPF ขณะที่ 12-Month Dividend Yield โดยรวมยังคงสูง

*ปีงบประมาณ (Fiscal year) 2025 และ 2026 ** ไม่ได้นับรวมการเพิ่มทุน Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 05/07/2024

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการดำเนินงานฟื้นตัวได้ แต่ไม่สดใส และมีแรงกดดันจากการเพิ่มทุน โดยอัตราการเติบโตของกำไรไม่ได้เติบโตมาก แม้ว่าอัตราการเติบโตของเงินปันผลจะเติบโตก็ตาม

Thai REIT’s Valuation

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 05/07/2024

ด้าน Valuation ในแง่ Dividend Yield Gap ยังดูน่าสนใจ เนื่องจากปรับตัวสูงสุดในรอบ 13 ปี อย่างไรก็ตาม ยังคงมีแรงกดดันจากการเพิ่มทุน และอัตราดอกเบี้ยไทยยังอยู่ที่ระดับ 2.5% โดยโอกาสที่กนง.จะลดอัตราดอกเบี้ยมีไม่มากนัก จึงทำให้มี Upside จากการลดดอกเบี้ยไม่ได้สูงมาก ทาง Finnomena Funds จึงแนะนำ คงสัดส่วน จัดทำโดยบลป.เดฟินิท (Definit) สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)สามารถเข้าถึงรายละเอียดกองทุนต่าง ๆ และ Fund Fact Sheet ได้จาก Link บนชื่อกองทุน คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...