‘วิโรจน์’ ถึง ‘ภูมิธรรม’ บอกยินดีร่วมมือรัฐบาล หารือมาตรการรับมือ พิพาทไทย-กัมพูชา
The Bangkok Insight
อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 01.38 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 01.34 น. • The Bangkok Insight"วิโรจน์" ถึง "ภูมิธรรม" บอกยินดีร่วมมือรัฐบาล หารือมาตรการรับมือ ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ประธานกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ข้อความดังนี้
“เราต้องไม่ให้ในสิ่งที่ฮุนเซ็น และฮุนมาเน็ตต้องการ ถ้ากระทรวงกลาโหม ต้องการให้ กมธ.ทหาร ลงพื้นที่ที่ช่องบกร่วมกัน เพื่อความเป็นเอกภาพ ผมยินดี”
ต้องยอมรับว่าท่าที และมาตรการต่างๆ ที่ฮุนเซ็น และฮุนมาเน็ตทำ ตั้งแต่การร้องเพลงชาติกัมพูชา ที่ปราสาทตาเมือนธม เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เหตุเพลิงไหม้ที่ศาลาตรีมุขเมื่อช่วงต้นเดือน มี.ค. การลักลอบขุดคูเลต ที่เนิน 745 ที่ช่องบกเมื่อวันที่ 18 พ.ค. จนกระทั่งมีเหตุปะทะกันในวันที่ 28 พ.ค.
ท่าทีการสร้างกระแสชาตินิยมเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตน และการท้าทายที่จะเอากรณีข้อพิพาทในเรื่องเขตแดนที่ช่องบก ขึ้นศาลโลก หรือ International Court of Justice (ICJ) ทั้งหมดนี้ย่อมไม่ใช่การนึกไปทำไปแน่ๆ แต่เป็นการดำเนินการที่หวังผลให้เราตอบโต้ หรือตอบสนองอะไรบางอย่าง เพื่อสร้างภาพให้ฝ่ายกัมพูชามีความชอบธรรมในเวทีโลก และมีความได้เปรียบในการเจรจา
ผมคิดว่าประชาชนจำนวนไม่น้อย อาจจะรู้สึกไม่พอใจกับท่าที และการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ล่าช้าของรัฐบาลไทย ต่อกรณีข้อพิพาทระหว่างไทย และกัมพูชา ที่ "ช่องบก" อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ผมยืนยันว่า ประชาชนมีสิทธิที่จะติติงทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน แต่จุดยืนที่ประชาชนคนไทยทุกฝ่ายไม่ว่าจะชอบ หรือไม่ชอบรัฐบาล ต้องมีร่วมกัน ก็คือ "เราจะต้องไม่ให้ในสิ่งที่ฮุนเซ็น และฮุนมาเน็ต ต้องการ"
- เขาต้องการยั่วยุ ท้าทาย ให้เราแตกแยกขาดเอกภาพ และบุ่มบ่ามใช้กำลังโดยไม่จำเป็น เพื่อลดทอนความชอบธรรมของประเทศไทยในเวทีโลก ซึ่งจะทำให้กัมพูชามีความได้เปรียบในการเจรจา ใช่ครับ สิ่งที่เราต้องทำ คือ การอดทนอดกลั้น แต่การอดทนอดกลั้นอย่างไร้ยุทธศาสตร์ ไม่อาจพลิกสถานการณ์ให้เป็นคุณกับเราได้ เราจำเป็นต้องสร้างเงื่อนไขแห่งความชอบธรรม ควบคู่กับการอดทนอดกลั้นด้วย
ผมคิดว่านายกฯ และรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง จำเป็นต้องจัดประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป อย่างเร่งด่วน เพื่อกำหนดเงื่อนไขในการใช้กำลัง เงื่อนไขการตอบโต้ทางเศรษฐกิจ และเงื่อนไขในการตอบโต้ทางการทูต ที่สอดคล้องกับหลักสากลที่ชัดเจน มีการสื่อสารต่อสาธารณะอย่างเข้มแข็ง และถ่ายทอดคำสั่งดังกล่าวไปสู่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความพร้อมในการตอบโต้อย่างได้สัดส่วน มีการลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าประจำการในที่ตั้งตามยุทธวิธี และสื่อสารอย่างชัดเจนว่า เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากัมพูชาจะไม่สร้างเงื่อนไข ที่ทำให้เราจำเป็นต้องใช้อาวุธดังกล่าว
กองทัพ โดยเฉพาะแม่ทัพภาคที่ 2 และกระทรวงการต่างประเทศ รับทราบเงื่อนไขในการปฏิบัติการต่างๆ ร่วมกัน และพร้อมใช้กำลังตามสมควร เมื่อฝ่ายกัมพูชาล้ำเส้นเข้ามาในเงื่อนไขที่เราจำเป็นต้องใช้กำลัง พร้อมที่จะใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ และมาตรการการทูตต่างๆ อาทิเช่น การปิดด่าน การประท้วง หรือการเรียกทูตกลับ เมื่อเข้าเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งหมดนี้จะทำให้รัฐบาล กองทัพ และกระทรวงการต่างประเทศ มีเอกภาพในการตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างเข้มแข็ง และมีความชอบธรรมที่สามารถอธิบายกับนานาอารยประเทศได้
ย้ำนะครับว่า การดำเนินมาตรการตอบโต้ ต่อข้อพิพาทระหว่างประเทศ "ความชอบธรรม" เป็นเรื่องที่สำคัญมาก สำหรับมาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจ เช่นการปิดด่าน ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่เราต้องคำนึงถึงผลกระทบของประชาชนพี่น้องร่วมชาติอย่างรอบคอบ และต้องเตรียมมาตรการชดเชยเยียวยาให้พร้อม ก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการ
2.เขาต้องการให้เรารู้สึกหวาดหวั่นต่อการขึ้นศาลโลก ผมคิดว่านายกฯ ควรเร่งสั่งการให้กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ รวบรวมหลักฐานข้อมูลต่างๆ ทั้งทางประวัติศาสตร์ และทางภูมิศาสตร์ ที่ "ช่องบก" และสื่อสารต่อสาธารณะอย่างชัดเจนว่า "ประเทศไทยของเรา มีความพร้อมที่จะพิสูจน์อำนาจอธิปไตยของเราในพื้นที่ช่องบกในทุกเวทีโลก แต่การแก้ไขที่มีสติปัญญา โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ และผลกระทบของประชาชนทั้งสองประเทศ ควรแก้ไขด้วยการเจรจาอย่างเป็นเหตุเป็นผลผ่านคณะกรรมการเขตแดนร่วม หรือ JBC
การนำข้อพิพาทไปสู่เวทีอื่น ย่อมมีกระบวนการที่ต้องใช้เวลายาวนาน ซึ่งย่อมต้องก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ และบั่นทอนความร่วมมือในภูมิภาคอย่างมหาศาล ซึ่งต้องถามกลับไปยังกัมพูชาว่า พร้อมที่จะแบกกับความทุกข์ยากที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในฝั่ฝงของตนใช่หรือไม่ และเราเชื่อมั่นว่า ผลคำพิพากษาโดยสุทธิแล้ว จะไม่มีทางเป็นคุณกับประเทศใดประเทศหนึ่งอย่างเบ็ดเสร็จ ในทางกลับกันจะส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียนในระยะยาว ซึ่งต้องตั้งคำถามกับกัมพูชาเพิ่มเติมอีกคำถามหนึ่งว่า ยังยืนยันที่แก้ปัญหาอย่างขาดสติปัญญาเช่นนั้น หรือไม่
3.เขาต้องการทำลายความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย และหวังให้ประชาชนคนไทย ทำลายระบอบประชาธิปไตยด้วยน้ำมือของเราเอง เพื่อทำลายความชอบธรรมของประเทศไทยในเวทีโลก ดังนั้นไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด เราจะเห็นด้วยกับการทำรัฐประหารไม่ได้โดยเด็ดขาด แค่มีกระแสสนับสนุนการทำรัฐประหาร ทั้งฮุนเซ็น และฮุนมาเน็ต ก็หัวเราะร่วนชนแก้วไวน์กันแล้ว ขืนทำรัฐประหารขึ้นมาจริงๆ ประเทศไทยมีแต่จะขาดความชอบธรรมในเวทีโลก ยิ่งเข้าทางฝั่งกัมพูชาให้มีความได้เปรียบในการเจรจา
ต้องย้ำว่า "การทำรัฐประหาร" เป็นการทำลายความชอบธรรมของประเทศไทย ด้วยมือของเราเอง นี่คือสิ่งที่ฮุนเซ็น และฮุนมาเน็ตต้องการ
แม้ว่าผมจะเป็นฝ่ายค้าน เป็นคู่แข่งขันทางการเมืองของรัฐบาล แต่ผมจะไม่มีวันที่จะคิด หรือทำอะไรที่ทำให้ฮุนเซ็น และฮุนมาเน็ต ได้ในสิ่งที่เขาต้องการเด็ดขาด
หากรัฐบาล ต้องการขอความเห็นจากสภาผู้แทนราษฎร เพื่อกำหนดมาตรการตอบโต้ และมาตรการรับมือกับสถานการณ์ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นกับกัมพูชาอย่างเป็นเอกภาพ ผมก็พร้อมที่จะให้ข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์แก่รัฐบาล และพร้อมสนับสนุนรัฐบาลตามแนวทางสากลที่ถูกต้องชอบธรรม รับรองว่าผมจะไม่ฉกฉวยเอาโอกาสนี้มาโจมตีทางการเมืองต่อรัฐบาลแน่นอน ซึ่งรัฐบาลสามารถขอเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญได้เลยครับ
และหากกระทรวงกลาโหม ต้องการให้คณะกรรมาธิการการทหาร เข้าร่วมประชุมใดๆ หรือลงพื้นที่ที่ช่องบกร่วมกัน เพื่อความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการคลี่คลายปัญหาข้อพิพาท โดยเอาผลประโยชน์ของชาติ และประชาชนเป็นที่ตั้ง ผมก็ยินดี โดยผมจะทำหนังสือถึงรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ให้รับทราบถึงความปรารถนาดีนี้ ในวันพฤหัสบดีที่ 5 มิ.ย. ที่จะถึงนี้
นายวิโรจน์ ยังยืนยันว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะใช้อำนาจที่ประชาชนมอบให้ ในทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้ทั้งฮุนเซ็น และฮุนมาเน็ต ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ด่วน!! รัฐบาลออกแถลงการณ์กรณีไทย-กัมพูชา ยืนยันปกป้องอธิปไตย แก้ปัญหาด้วยสันติวิธี
- กองทัพบก’ ยันไม่จริง!! หลัง ‘กัมพูชา’ อ้าง ‘ไทย’ ส่งโดรนสอดแนม ลั่นไม่จำเป็น!
- ‘นายกฯ แพทองธาร’ ยิ้มหวาน! ปัดตอบปมร้อนชายแดนไทย-กัมพูชา
ติดตามเราได้ที่