โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตีโจทย์ MK ส่ง “โบนัส สุกี้” ลงสนามราคาถูก ปังไม่ปังยังไม่แน่แต่หุ้นพุ่ง แล้ว8.05%- 14%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 14.26 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 07.26 น.

MK Restaurant Group เปิดตัวแบรนด์ใหม่ "โบนัส สุกี้" เจาะตลาดบุฟเฟต์สุกี้ราคาประหยัด เริ่มต้น 219 บาท หวังชิงส่วนแบ่งจาก "สุกี้ตี๋น้อย" และ "ลัคกี้สุกี้" การเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นกลยุทธ์ "Fighting Brand" หลังชิมลางโปรบุพเฟ่ต์ที่ทำยอดขายถล่มทลายไปก่อนหน้านี้ และเพียง 2 วันหลังมีข่าวราคาหุ้น M ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 8.05% และบางช่วงพุ่งขึ้นกว่า 14% ในช่วงเช้าของวันที่ 14 ก.ค.68 แล้ว

ในขณะที่ตลาดร้านอาหารสุกี้บุฟเฟต์ราคาประหยัดกำลังร้อนระอุอย่างต่อเนื่องจากการเติบโตของแบรนด์ดาวรุ่งอย่าง"สุกี้ตี๋น้อย" และ"ลัคกี้สุกี้" ล่าสุด MK Restaurant Group ผู้เล่นเจ้าตลาดที่ครองส่วนแบ่งกว่า 60% ของตลาดสุกี้มูลค่า 2.3 หมื่นล้านบาท ได้ตัดสินใจส่ง "โบนัส สุกี้" (BONUS SUKI) แบรนด์ใหม่ภายใต้บริษัท คุ้มคุ้ม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ลงสู่สนามรบนี้อย่างเป็นทางการ ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 219 บาท (สุทธิประมาณ 276 บาท รวมเครื่องดื่มและ VAT) พร้อมเปิดสาขาแรกที่โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สระบุรี ในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้

ทำไม MK ต้องเปิด "โบนัส สุกี้"?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดสุกี้บุฟเฟต์ราคาประหยัดเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีสุกี้ตี๋น้อยเป็นผู้บุกเบิกที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายและเมนูที่หลากหลาย ทำให้สามารถดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่มองหาความคุ้มค่าได้อย่างมหาศาล ในปี 2567 สุกี้ตี๋น้อยมีรายได้สูงถึง 7.08 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1.17 พันล้านบาท ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากปีก่อนหน้า

ในขณะที่ MK ซึ่งเป็นเจ้าตลาดสุกี้ดั้งเดิมมานาน ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านราคาและส่วนแบ่งการตลาดที่ลดลง โดยมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 60% ของตลาดสุกี้มูลค่า 2.3 หมื่นล้านบาท

การที่สุกี้ตี๋น้อยมีกำไรต่อสาขาที่สูงกว่า MK อย่างมีนัยสำคัญ (สุกี้ตี๋น้อย 14 ล้านบาท/สาขา เทียบกับ MK 3.9 ล้านบาท/สาขา) แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของโมเดลธุรกิจในตลาดราคาประหยัด ทำให้ MK ไม่สามารถนิ่งนอนใจได้อีกต่อไป การเปิดโบนัส สุกี้ (ภายใต้ บริษัท คุ้มคุ้ม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ MK) จึงเป็นกลยุทธ์ "Fighting Brand" ที่ชัดเจน เพื่อเข้าสู้ในตลาดนี้โดยตรง โดยมีราคาเริ่มต้นบุฟเฟต์ 219 บาท (รวมเครื่องดื่มรีฟิลและ VAT ประมาณ 276 บาท) ซึ่งเป็นราคาใกล้เคียงกับสุกี้ตี๋น้อย

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ MK ได้เคยทดลองทำโปรโมชั่นบุฟเฟต์ในแบรนด์ MK หลักมาแล้วก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะแคมเปญบุฟเฟต์ราคา 299 บาท ที่สร้างกระแสตอบรับอย่างล้นหลามและส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทว่าก็เผชิญกับประเด็นด้านการบริการและความพร้อมของวัตถุดิบบ้าง การเปิดแบรนด์ใหม่ "โบนัส สุกี้" จึงถูกมองว่าเป็นการตอบโจทย์ความท้าทายในตลาดและสร้างความยืดหยุ่นในการทำกลยุทธ์ราคาได้ดียิ่งขึ้น

ผลกระทบต่อ MK และภาพลักษณ์แบรนด์

  • การขยายฐานลูกค้าและส่วนแบ่งการตลาด: การมีโบนัส สุกี้ ช่วยให้ MK สามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่ไม่เคยเป็นลูกค้าหลักของ MK มาก่อน เนื่องจากราคาที่สูงกว่า แบรนด์ใหม่นี้จะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดโดยรวมของกลุ่ม MK ในตลาดสุกี้บุฟเฟต์ และเป็นการสร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่ต้องการความคุ้มค่า
  • การรักษาภาพลักษณ์แบรนด์หลัก (MK): นี่คือประโยชน์สำคัญของกลยุทธ์ Fighting Brand เพราะ MK สามารถคงภาพลักษณ์ความเป็นร้านสุกี้คุณภาพสูงสำหรับครอบครัว การบริการที่เป็นเลิศ และมาตรฐานที่เชื่อถือได้ไว้ได้ โดยไม่ต้องลดราคาหรือลดคุณภาพของแบรนด์หลักเพื่อสู้กับคู่แข่งราคาถูก การนำเสนอ "ความคุ้มค่า" ผ่านแบรนด์ใหม่จึงเป็นวิธีที่ฉลาดกว่าการลดทอนคุณค่าของแบรนด์เดิม
  • ความเสี่ยงของการ "กินตลาด" (Cannibalization): แม้จะมีกลุ่มเป้าหมายต่างกัน แต่ก็มีความเสี่ยงที่ลูกค้าเดิมบางส่วนของ MK อาจหันไปใช้บริการโบนัส สุกี้ แทน เนื่องจากราคาที่ถูกกว่า โดยเฉพาะหากโบนัส สุกี้ สามารถรักษาคุณภาพอาหารและบริการได้ในระดับที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม MK ได้ทดลองโมเดลบุฟเฟต์ราคา 299 บาทในบางสาขาของ MK Restaurant มาก่อน ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาพฤติกรรมลูกค้าก่อนเปิดตัวแบรนด์ใหม่
  • การบริหารจัดการและความท้าทายด้านต้นทุน: การบริหารจัดการสองแบรนด์ที่มีโมเดลธุรกิจและโครงสร้างต้นทุนที่แตกต่างกันย่อมมีความซับซ้อน โบนัส สุกี้จะต้องเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาระดับกำไรในราคาที่ต่ำ และอาจต้องมีการปรับกลยุทธ์การจัดซื้อวัตถุดิบและระบบปฏิบัติการให้เหมาะสมกับรูปแบบร้านบุฟเฟต์ราคาเข้าถึงง่าย

ผลกระทบต่อตลาดสุกี้โดยรวม

  • สงครามราคาที่ดุเดือดยิ่งขึ้น: การเข้ามาของโบนัส สุกี้ จะทำให้การแข่งขันในตลาดสุกี้บุฟเฟต์ราคาประหยัดร้อนแรงขึ้นไปอีกทันทีหลังการเปิดตัว มีรายงานว่าสุกี้ตี๋น้อยตอบโต้ด้วยการจัดโปรโมชั่นลด 50% เหลือ 117 บาทต่อคน (รวม VAT และเครื่องดื่ม) ในบางสาขา เพื่อรับมือกับการเปิดตัวของโบนัส สุกี้ นี่แสดงให้เห็นว่าการแข่งขันด้านราคายังคงเป็นเครื่องมือหลักในการดึงดูดลูกค้า
  • ผู้บริโภคได้ประโยชน์สูงสุด: การแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคอย่างเห็นได้ชัด เพราะมีทางเลือกของร้านสุกี้บุฟเฟต์ที่หลากหลายและคุ้มค่ามากขึ้น ผู้ประกอบการแต่ละรายจะต้องงัดกลยุทธ์ทั้งด้านราคา คุณภาพ เมนู และบริการ เพื่อดึงดูดและรักษาลูกค้าไว้
  • การแบ่งกลุ่มตลาดที่ชัดเจน: ตลาดสุกี้จะถูกแบ่งกลุ่มที่ชัดเจนยิ่งขึ้นระหว่างตลาดพรีเมียม (MK และร้านสุกี้ระดับบนอื่นๆ) และตลาดแมส ("โบนัส สุกี้", สุกี้ตี๋น้อย, ลัคกี้สุกี้) ซึ่งอาจทำให้แต่ละกลุ่มมุ่งเน้นการพัฒนาและสร้างสรรค์สินค้าบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้าเป้าหมายของตนเองได้ดียิ่งขึ้น
  • ความท้าทายสำหรับผู้เล่นรายเล็ก: ผู้เล่นรายเล็กในตลาดสุกี้บุฟเฟต์ที่ไม่มีเงินทุนและศักยภาพในการแข่งขันด้านราคาและเครือข่ายอาจต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจ และอาจต้องปรับตัวอย่างหนักหรือออกจากตลาดไปในที่สุด

หุ้น MK (M) พุ่งทันทีรับข่าวเปิดแบรนด์ลูก

อย่างไรก็ดีหลังข่าวการเปิดตัวโบนัส สุกี้ เพียง 2 วัน ราคาหุ้นของบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M ได้รับการตอบรับเชิงบวกอย่างรวดเร็วจากตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยราคาหุ้น M ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 8.05% มาอยู่ที่ระดับ 18.80 บาท ในช่วงเช้า และบางช่วงพุ่งขึ้นกว่า 14% ไปแตะที่ 19.90 บาท

การเปิดตัว "โบนัส สุกี้" ของ MK เป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่จำเป็นในการรักษาความเป็นผู้นำในตลาดสุกี้โดยรวม และเข้าสู่ตลาดราคาประหยัดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แม้จะมีความเสี่ยงในเรื่องของการกินตลาดและการบริหารจัดการ แต่หาก MK สามารถรักษาคุณภาพและสร้างความแตกต่างให้กับ "โบนัส สุกี้" ได้ ก็จะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจในระยะยาว และสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับสมรภูมิสุกี้บุฟเฟต์ในประเทศไทยอย่างแน่นอน ผู้บริโภคจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการแข่งขันในครั้งนี้

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...