โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผุด‘ฉก.อินเตอร์’ ปราบแก๊งคอลฯ ‘พท.’ฟุ้งคุม‘มท.’

ไทยโพสต์

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 00.14 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 17.01 น.

ผบ.ทสส.เตรียมจัดตั้ง “ฉก.นานาชาติ” ล้างบางแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ดนุพร” ขย่มเชื่อ 3 เดือนข้างหน้าอาชญากรรมจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังเพื่อไทยกุมบังเหียนมหาดไทย

เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2568 พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ผอ.ศอ.ปชด.) ให้สัมภาษณ์ถึงการปราบแก๊งสแกมเมอร์ว่า ขอแบ่งออกเป็น 2 โซน 1.ทางเมียนมา เมื่อเร็วๆ นี้มีการประชุม 3 ฝ่ายอีกครั้งที่เมียนมา โดยกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ส่งผู้แทนไปประชุม และประเทศจีนส่งนายหลิว จงอี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าร่วมการประชุม ส่วนเมียนมาก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเข้าร่วมการประชุมด้วย ทั้งนี้ ได้ข้อสรุปว่าจะดำเนินการเรื่องการจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่อไป เนื่องจากยังมีประชาชนอยู่ในขบวนการคอลเซ็นเตอร์ แม้ปัจจุบันส่งกลับไปแล้วกว่า 8,000 คน โดยคาดการณ์ว่าเป้าเดิมน่าจะมีรวมกันถึง 50,000 คน และโซนตรงข้าม อ.แม่สอด จ.เมียวดี โซนดังกล่าวทางจีนมองไว้ 50,000 คนที่ต้องส่งกลับ ส่วนผู้นำทางเมียนมาที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปัจจุบันหลายบริษัททางเมียนมาใช้กฎหมายบังคับให้ยุติการเป็นบริษัท และมีหมายจับจากต่างประเทศด้วย จึงหวังว่าเขาจะกลับมาร่วมมือในการสร้างเมืองที่ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มากขึ้น

พล.อ.ทรงวิทย์กล่าวต่อว่า เมื่อเมียนมาถูกกดดันจากการตัดไฟ ตัดอินเทอร์เน็ต และตัดน้ำมันมากขึ้น ก็มีการโยกย้าย ซึ่งส่วนหนึ่งจะไปทางตะวันออก โดยทางหน่วยเฉพาะกิจ 88 ก็จะไปดำเนินการภาคตะวันออกมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมามีการออกหมายจับและการขอความร่วมมือในการปราบปราม ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งนานาชาติ ซึ่งกลางเดือน ก.ค.นี้ จะมีการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจนานาชาติในประเทศไทยในการปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ส่วนรายละเอียดทางหน่วยเฉพาะกิจ 88 จะเป็นผู้ชี้แจง

“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องร่วมมือกับต่างชาติและประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเป็นภัยคุกคามของคนทั้งโลก และบุคคลที่อยู่ในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่ได้มีเพียงชาติเดียว โดยทางเมียนมามีกว่า 20 ชาติที่เราสามารถช่วยเหลือออกมาได้ ดังนั้น ประเทศที่ยื่นมือเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คือจีนและเมียนมา ซึ่งหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำร่วมกันได้ เนื่องจากเป็นภัยต่อคนทั้งโลก”

ด้านนายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลดำเนินนโยบายปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติว่า มีแนวโน้มในทางที่ดี ทั้งการดำเนินการออกหมายจับเครือข่าย นายก๊ก อาน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นจุดต่างๆ และสามารถอายัดเงินสด ทรัพย์สินและเอกสารสำคัญ มูลค่ามหาศาล รวมทั้งได้มีการประสานงานกับองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด

“การดำเนินการทั้งหมดนี้เป็นไปตามการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาของรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ที่ฝังตัวอยู่ในพื้นที่ชายแดนเมียนมา และเมื่อมีข้อมูลปรากฏชัดเจนว่ากัมพูชาคือแหล่งของแก๊งอาชญากรรมไซเบอร์ ที่สร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย รัฐบาลจึงได้เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ทันที”

นายดนุพรกล่าวอีกว่า พรรคให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชนในทุกด้าน ไม่เพียงการเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมออนไลน์เท่านั้น ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยกำลังปรับปรุงการทำงานตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนที่รวดเร็วขึ้น โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อเข้าทำงานวันแรกก็ได้สั่งการให้ปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมทันที ทั้งการปราบปรามบ่อนกลางกรุง การปราบปรามผู้มีอิทธิพลและกลุ่มทุนสีเทา รวมไปถึงการปราบยาเสพติด ซึ่งเชื่อว่าจะเห็นผลอย่างชัดเจนในไม่ช้า มั่นใจว่าภายใน 3 เดือนจำนวนการก่ออาชญากรรมต่างๆ จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะปัญหาใหญ่คือยาเสพติด ซึ่ง สส.พรรคเพื่อไทยทุกคนให้ความสำคัญ และพยายามช่วยเหลือแก้ไขปัญหาในทุกด้านมาตลอด

“รัฐบาลจะเดินหน้าอย่างชัดเจนทั้งการจับกุมดำเนินคดี ยึดอายัดทรัพย์ ทำลายเครือข่าย ตัดวงจรฟอกเงินไปพร้อมกันด้วย ซึ่งมั่นใจว่าจะมีประสิทธิผลที่ดีกว่าช่วงที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงมหาดไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพรรคการเมืองอื่นที่ขณะนี้ได้ถอนตัวออกไปเป็นฝ่ายค้าน”

นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า แม้ว่าปัญหาของแก๊งสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ ในบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาหลายจุดจะลดลง แต่ยังคงมีการปฏิบัติการหลอกลวงประชาชนอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายคนต้องสูญเสียทรัพย์สินที่สะสมมาทั้งชีวิตจนต้องเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว หลายคนถึงกับสูญเสียชีวิต ขอฝากรัฐบาลผู้ที่เกี่ยวข้อง และโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เพิ่มมาตรการคุมเข้มในการปราบปรามบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาให้เข้มข้นจริงจังต่อไป

“ได้รับรายงานว่า จากมาตรการของไทย ทำให้บ่อนปอยเปตกว่า 10 จุดในกัมพูชาต้องปิดตัวลงภายในสิ้นเดือนนี้ เพราะไม่มีนักพนันข้ามฝั่งไป ซึ่งนับว่าเป็นมาตรการที่มาถูกทางแล้ว ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทหารที่รักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างเข้มแข็งมาตลอดของรัฐบาล ฝ่ายปกครอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพี่น้องประชาชนร่วมใจสามัคคี จับมือกันแก้ปัญหาทั้งยาเสพติด แก๊งสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ บ่อนการพนัน อบายมุขเหล่านี้ที่ทำลายความมั่นคงของชาติ เชื่อว่าหากดำเนินการมาตรการอย่างต่อเนื่องจะสามารถตัดวงจรเครือข่ายได้อย่างแน่นอน” นายธนกรกล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...