โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทุนน้ำมันฯ คาดครึ่งปีหลังราคาน้ำมันขยับขึ้นเล็กน้อย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 16.35 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 09.35 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 14 ก.ค.-กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เผย ครึ่งปีหลังราคาน้ำมันอาจขยับขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเศรษฐกิจหลายประเทศโดยเฉพาะจีนไม่ได้โตเต็มที่ ขณะอุปทานน้ำมันจะเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มโฮเปก (OPEC) และโอเปกพลัส (OPEC+) ล่าสุดกองทุนน้ำมันฯ กลับมาจัดเก็บเงินได้อีกครั้ง หลังสงครามอิสราเอล-อิหร่าน คลี่คลาย คาดสถานะกองทุนฯ จะพลิกกลับมาบวกได้ปลายปี เตรียมชงแผนวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงฉบับใหม่ภายในเดือนนี้

นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยถึงแนวโน้มราคาน้ำมันเชื้อเพลิงช่วงครึ่งปีหลัง ว่า ไตรมาสสุดท้ายของปี ราคาน้ำมันอาจขยับขึ้นเล็กน้อยจากความต้องการใช้ในฤดูหนาวในสหรัฐฯ และยุโรป แต่ขณะเดียวกันก็มีอีก 3 ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบด้วย ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ อุปทานน้ำมันที่จะเพิ่มขึ้นจากมติเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปก (OPEC) และโอเปกพลัส (OPEC+) รวมถึงปัญหาสงคราม ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ดีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ในช่วงที่ผ่านมารวมเป็นเวลา 12 วัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมันดีเซล กองทุนน้ำมันฯ ได้เข้าไปบริหารจัดการผ่านกลไกอัตราเงินกองทุนน้ำมันฯ เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาขายปลีกในประเทศ ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน โดย กบน. ได้มีมติเร่งด่วน จำนวน 5 ครั้งภายในเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์เพื่อลดผลกระทบ โดยเริ่มจากลดอัตราเงินจัดเก็บของกลุ่มน้ำมันดีเซลจากเดิมจัดเก็บอยู่ที่ 2.40 บาทต่อลิตร เป็นการต้องชดเชยอยู่ที่ 0.65 บาทต่อ เพื่อคงราคาขายปลีกไม่ให้เกิน 32 บาทต่อลิตร ทำให้สามารถตรึงราคาหน้าปั๊มน้ำมันไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนในช่วงเวลาสำคัญ ซึ่งส่งผลให้สภาพคล่องของกองทุนน้ำมันฯประเภทน้ำมันดีเซลติดลบ มีรายจ่ายสูงสุดประมาณวันละ 40.75 ล้านบาทต่อวัน แต่เมื่อสถานการณ์สงคราม เริ่มคลี่คลาย ราคาน้ำมันโลกกลับสู่ภาวะปกติ ทำให้กองทุนน้ำมันฯ กลับมาจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ได้อีกครั้ง ปัจจุบันกลุ่มน้ำมันดีเซลมีรายรับประมาณวันละ 57.41 ล้านบาท และกลุ่มน้ำมันเบนซิน มีรายรับประมาณวันละ 96.17 ล้านบาท ขณะที่ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 13 กรกฎาคม 2568 กองทุนน้ำมันฯ ติดลบอยู่ที่ 31,588 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันบวกอยู่ที่ 12,406 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบอยู่ที่ 43,994 ล้านบาท และคาดว่าปลายปีนี้สถนะกองทุนฯ จะพลิกกลับมาเป็นบวกได้อีกครั้ง

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน กับกรณีสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน พบว่ามีความแตกต่างในเชิงผลกระทบ และความยืดเยื้ออย่างชัดเจน ซึ่งกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยเพิ่มวิธีการบริหาร และความรอบคอบในการกำหนดมาตรการบริหารกองทุนน้ำมันฯ ในปัจจุบัน และอนาคต กองทุนน้ำมันจึงเห็นว่า ควรจะต้องมีการทบทวนแผนวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษาด้านต่างๆ ข้อดีข้อเสีย โดยจะเน้นไปที่เรื่องความเหมาะสมของราคาทั้งในส่วนน้ำมัน และ LPG คาดว่าจะเสนอบอร์ด กบน. ได้ในเดือนนี้

กระทรวงพลังงานติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ในทะเลแดง และภูมิภาคอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบด้านราคาพลังงาน กระทรวงพลังงานโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาดูแล ได้แก่ คณะกรรมการเตรียมการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติ (LNG) ซึ่งมี นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เป็นประธาน และมีตน (นายพรชัย จิรกุลไพศาล) ร่วมเป็นกรรมการในชุดนี้ โดยคณะกรรมการดังกล่าวจะทำหน้าที่เตรียมการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อรองรับสถานการณ์พลังงานจากวิกฤตในตะวันออกกลาง และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อย่างรอบด้าน.-517.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...