โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตร.ไซเบอร์ หอบสำนวนคลิปเสียงฮุนเซน-นายกฯ 50 หน้า ยื่นอัยการสูงสุด

Amarin TV

เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 06.05 น.
ตำรวจไซเบอร์ หอบสำนวนคลิปเสียงฮุนเซน-นายกฯ 50 หน้า ยื่นอัยการสูงสุดพิจารณาตั้งคณะ หลังผิดความมั่นคงจริง ด้านโฆษกอัยการรับต้องละเอียด

ตำรวจไซเบอร์ หอบสำนวนคลิปเสียงฮุนเซน-นายกฯ 50 หน้า ยื่นอัยการสูงสุดพิจารณาตั้งคณะ หลังผิดความมั่นคงจริง ด้านโฆษกอัยการรับต้องละเอียด

(14 ก.ค. 2568) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 หอบสำนวนคดีคลิปเสียงสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา คุยกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองที่มาแจ้งความไว้ มามอบให้ นายศักดิ์เกษม นิไทรโยค ผู้ตรวจการอัยการและโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ

โดย พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ เฟสบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า "Samdech Hun Sen of Cambodia" ที่มีการโพสต์ข้อความและปล่อยคลิปเสียง พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้นพบว่าผู้ที่ใช้เฟสบุ๊กดังกล่าวอยู่ในประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่นอกราชอาณาจักรไทย โดยตามประมวลกฎหมายอาญา ทางพนักงานสอบสวนจะต้องส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเป็นผู้ดำเนินการต่อไป โดยเอกสารในวันนี้มีประมาณ 50 หน้า ที่เข้าข่ายความผิดมาตรา 116 เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของราชอาณาจักร และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

สำหรับรายละเอียดของ "มาตรา 116" หรือ "มาตรา 116 อาญา" คือหนึ่งในมาตราของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต

1. เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย

2. เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ

3. เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี

โดยขณะนี้ยังเป็นคดีที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักรไทย ซึ่งผลการสืบสวนสอบสวนแอดมินเพจดังกล่าวมีมากกว่า 1 คน แต่ยังไม่สามารถที่จะระบุได้ว่ามีสมเด็จฮุนเซน เป็นแอดมินร่วมด้วยหรือไม่ เนื่องจากรายละเอียดอยู่ในสำนวนคดียังไม่สามารถเปิดเผยได้ ยืนยันไม่ได้เป็นการฟ้องแก้เกี้ยว เป็นการดำเนินการตามหน้าที่เนื่องจากมีผู้ร้อง และการสอบสวนพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ซึ่งมีพฤติการณ์โพสต์ต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหวังผลบางอย่าง

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ยืนยันว่า ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินกระบวนการตามกฎหมายทุกประการ ซึ่งตอนนี้อำนาจการสอบสวนได้โอนไปยังอัยการสูงสุดเป็นที่เรียบร้อย เน้นย้ำว่า นี่ไม่ใช่เป็นการดำเนินคดีแก้เกี้ยว เมื่อมีคนแจ้งความร้องทุกข์ ทางตำรวจก็ต้องดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีหากพบความผิด โดยทางตำรวจไม่มีความกดดันในการทำคดี แต่ยอมรับว่า คดีนี้เป็นคดีที่ละเอียดอ่อน เพราะอาจกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทางตำรวจจึงต้องทำสำนวนคดีอย่างรอบคอบและเป็นไปตามพยานหลักฐานที่มี

ด้านนายศักดิ์เกษมกล่าวว่า สำหรับขั้นตอนตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว หลังจากนี้ทางอัยการสูงสุด จะนำสำนวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ เพื่อลงความเห็นว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักรหรือไม่ หากเห็นว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักรจริง ก็จะมีความเห็นตามและมีคำสั่งตั้งพนักงานอัยการของสำนักงานการสอบสวนเป็นพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อความ โดยต้องดูว่า มีเจตนาประสงค์ให้เกิดผลในราชอาณาจักรตามองค์ประกอบความผิดหรือไม่

หากมีพยานหลักฐานเพียงพอและพบเป็นการกระทำความผิดจริง ก็จะดำเนินการส่งสำนวนกลับไปยังอัยการสูงสุดเพื่อทำความเห็นสั่งฟ้อง หากอัยการสูงสุดมีความเห็นพ้องสั่งฟ้องตาม จึงจะดำเนินการขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับและถึงค่อยประสาน Interpol หรือตำรวจสากล เพื่อออกหมายแดงต่อไป

นายศักดิ์เกษมระบุว่า คดีนี้ในส่วนของอัยการจะดำเนินการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ เพราะยอมรับว่าคดีดังกล่าวมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ไม่กดดันในการทำงาน เพราะทางอัยการดำเนินการตามพยานหลักฐาน

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า จะต้องเชิญ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มาให้ปากคำหรือให้ข้อมูลหรือไม่ นายศักดิ์เกษม กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐานว่ามีเพียงพอหรือไม่ หรือมีความเห็นที่ควรจะต้องเรียกบุคคลในคดีมาให้การเพิ่มเติมหรือไม่ แต่ยอมรับว่า เป็นการดำเนินคดีบุคคลสำคัญในต่างประเทศ ซึ่งต้องยึดตามพยานหลักฐานว่า เพียงพอแจ้งข้อหาความผิดหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่เคยมีการฟ้องดำเนินคดีกับผู้นำต่างประเทศมาก่อน

ทั้งนี้คดีดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการที่จะดำเนินการสอบสวนซึ่งเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ทางรัฐบาลจึงไม่สามารถจะเข้ามายุ่งเกี่ยวหรือแทรกแซงได้ แต่ยอมรับว่า ติดขัดปัญหาในเรื่องของสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ประเทศไทยและกัมพูชาไม่มีสนธิสัญญาดังกล่าวระหว่างกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...