โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มระยอง ดื่มเบียร์แทนข้าวทุกวัน นาน 1 เดือน สุดท้ายจบชีวิตคาห้องนอน

Thaiger

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 11.41 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 04.41 น. • Thaiger ข่าวไทย

เพจดัง “ท่านเปา” รายงานข่าวสุดสะเทือนใจ พบร่างไร้วิญญาณ ท่ามกลางขวดเบียร์ที่เรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ คาดดื่มแทนข้าวนาน 1 เดือน

นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวอุทาหรณ์สุดสลดที่ถูกแชร์ต่อในโลกโซเชียล เมื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง ท่านเปา ได้รายงานข่าวการเสียชีวิตของชายหนุ่มคนหนึ่งในพื้นที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ซึ่งคาดว่ามีสาเหตุมาจากการดื่มเบียร์แทนการรับประทานอาหารติดต่อกันเป็นเวลานาน

ทางเพจได้เปิดเผยเรื่องราวว่า ชายหนุ่มชาวระยองรายนี้ได้ ดื่มเบียร์แทนข้าวทุกวันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานถึง 1 เดือนเต็ม จนกระทั่งร่างกายรับไม่ไหวและเสียชีวิตลงเพียงลำพังภายในห้องนอนของตนเอง

ภาพจาก : FB/ท่านเปา

ภาพที่น่าสะเทือนใจยิ่งกว่า คือสภาพภายในห้องนอนของผู้เสียชีวิตที่พบ ขวดเบียร์จำนวนมาก ซึ่งคาดว่ามีจำนวนนับร้อยขวด วางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ อยู่บริเวณสองฝั่งของห้อง สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการดื่มอย่างหนักและต่อเนื่องของผู้เสียชีวิตก่อนที่จะสิ้นใจลง

ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป แอดมินเพจท่านเปาก็ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมใต้โพสต์ว่า “ขอเป็นรายงานข่าว อ่านเมนต์อย่างเดียว กลัวคนด่าว่าใจบาป” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนของเรื่องราว และเพื่อเป็นการยืนยันว่าต้องการนำเสนอเพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจเท่านั้น

ภาพจาก : FB/ท่านเปา

ดื่มเบียร์มากเกินไป เสี่ยงภาวะแทรกซ้อน

การดื่มเบียร์ประมาณวันละ 3-5 กระป๋อง (ปริมาณ 330 มล./กระป๋อง) อาจให้พลังงานรวมประมาณ 560-700 kcal ซึ่งดูเหมือนจะเพียงพอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายกำลังเข้าสู่ภาวะ “อดอาหารเชิงคุณภาพ” เนื่องจากได้รับพลังงานจากแอลกอฮอล์ (Ethanol) แต่กลับขาดสารอาหารที่จำเป็นอย่างสิ้นเชิง ทั้งโปรตีน, วิตามิน และแร่ธาตุ

ผลลัพธ์ที่ชัดเจนใน 4 สัปดาห์แรกคือ น้ำหนักที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ใช่การลดไขมัน แต่เป็น การสลายของมวลกล้ามเนื้อและน้ำ เนื่องจากร่างกายไม่ได้รับโปรตีนไปซ่อมแซมและเสริมสร้าง

ร่างกายพังใน 30 วัน เกิดอะไรขึ้นกับอวัยวะสำคัญ

เอทานอลในเบียร์จะเข้าไปยับยั้งการดูดซึมวิตามิน B1 (ไทอามีน) ในลำไส้ ซึ่งเป็นวิตามินสำคัญต่อการทำงานของสมอง หากขาดไปจะเสี่ยงต่อภาวะ Wernicke-Korsakoff Syndrome ที่ทำให้สมองเสียหายถาวร นอกจากนี้ การขาดแร่ธาตุอย่างแมกนีเซียมและสังกะสี จะทำให้ กล้ามเนื้ออ่อนแรง และเกิดอาการชาตามปลายมือ-เท้า

การดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 30 กรัมต่อวัน ติดต่อกันเพียง 4 สัปดาห์ จะทำให้ตับเริ่มสะสมไขมัน (Alcoholic Fatty Liver) และค่าเอนไซม์ตับ (AST-ALT) สูงขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะตับอักเสบ นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังรบกวนการสร้างไกลโคเจน (พลังงานสำรอง) ทำให้เกิดภาวะ “น้ำตาลในเลือดตก” ได้หลังจากการดื่มหลายชั่วโมง

เอทานอลจะยับยั้งกระบวนการสังเคราะห์โปรตีนโดยตรง ทำให้กล้ามเนื้อลีบ, ปวดเมื่อย และร่างกายอ่อนเพลียเหนื่อยง่าย ที่อันตรายไปกว่านั้นคือ การดื่มหนักจะทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานช้าลง ส่งผลให้ ระบบภูมิคุ้มกันตก และเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อต่างๆ โดยเฉพาะการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ผู้ที่ดื่มเบียร์แทนข้าวจะเริ่มมีอาการง่วงซึมและสมาธิสั้น เนื่องจากแอลกอฮอล์รบกวนสารสื่อประสาทเซโรโทนินและ GABA หลังจากนั้นในสัปดาห์ที่ 2-4 จะเริ่มมีอาการ อารมณ์แปรปรวนและซึมเศร้า จากการขาดวิตามินบีและการรบกวนวงจรการนอนหลับ (REM sleep) และเมื่อถึงสัปดาห์ที่ 4 สมองจะเริ่มปรับตัวและต้องการแอลกอฮอล์เพื่อกระตุ้นสารโดปามีน นำไปสู่ การพึ่งพิงแอลกอฮอล์ หรือการติดสุราในที่สุด

นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน เช่น ภาวะขาดน้ำ ที่ทำให้ใจสั่น ความดันแกว่ง, กรดไหลย้อน และ แผลในกระเพาะอาหาร จากการที่แอลกอฮอล์กัดเยื่อบุโดยตรง

ดังนั้น การ “ดื่มเบียร์แทนข้าว 1 เดือน” แม้จะให้พลังงาน แต่ก็พรากคุณค่าทางโภชนาการที่จำเป็นไปทั้งหมด ซึ่งจะจบลงด้วยภาวะขาดวิตามิน, กล้ามเนื้อสลาย, ตับเริ่มพัง, ภูมิคุ้มกันต่ำ, สภาพจิตใจย่ำแย่ และเปิดประตูสู่การติดแอลกอฮอล์ แม้ผลกระทบอาจฟื้นฟูได้หากหยุดเร็ว แต่ก็มีความเสี่ยงร้ายแรงถึงชีวิตหากยังทำต่อเนื่องเกิน 4-6 สัปดาห์

อ่านข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...