โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปักกิ่งขู่ตอบโต้เด็ดขาด! หากชาติพันธมิตรหนุน “ทรัมป์” ลดบทบาท “จีน” จากห่วงโซ่เศรษฐกิจ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 15.29 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 15.29 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานอ้างอิงสำนักข่าวต่างประเทศว่าวันนี้ (8 ก.ค. 68) จีนออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ แสดงความกังวลต่อท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่เตรียมเดินหน้าใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในวงกว้างตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้ โดยเตือนว่าหากสหรัฐฯ ยังยกระดับมาตรการกีดกันทางการค้า จีนจะดำเนินการตอบโต้โดยทันที

ท่าทีแข็งกร้าวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณเตือนประเทศพันธมิตรว่า สหรัฐฯ จะเริ่มต้นใช้มาตรการขึ้นภาษีอย่างครอบคลุมตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม โดยเป็นการรื้อฟื้นมาตรการที่เคยประกาศไว้ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้นมีการเก็บภาษีในวงจำกัดเพียง 10% เพื่อเปิดทางให้มีการเจรจาระหว่างประเทศ

จีนซึ่งเคยถูกขึ้นภาษีนำเข้าในอัตราสูงกว่า 100% ระหว่างช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ได้รับการแจ้งจากสหรัฐฯ ให้เจรจาและหาข้อสรุปภายในเส้นตายวันที่ 12 สิงหาคมนี้ หากไม่สามารถตกลงกันได้ทันเวลา สหรัฐฯ จะเดินหน้าใช้มาตรการใหม่โดยไม่มีข้อยกเว้น

บทบรรณาธิการของ หนังสือพิมพ์ People’s Daily ซึ่งเป็นสื่อกระบอกเสียงอย่างเป็นทางการของรัฐบาลจีน ได้เผยแพร่ความเห็นในนามปากกา “จงเซิง” (Zhong Sheng) ระบุว่า“การเจรจาและความร่วมมือคือทางออกเดียวที่ถูกต้อง” พร้อมกล่าวหารัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ว่าใช้นโยบายภาษีเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งและกดดันจีนอย่างเป็นระบบ

เนื้อหาดังกล่าวสะท้อนถึงความพร้อมของปักกิ่งในการตอบโต้ หากวอชิงตันยังคงเดินหน้าผลักดันมาตรการภาษีรอบใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การปะทะทางเศรษฐกิจในระดับที่รุนแรงกว่าเดิม

ข้อมูลจากสถาบัน Peterson Institute for International Economics ระบุว่า ปัจจุบัน สหรัฐฯ เก็บภาษีเฉลี่ยกับสินค้านำเข้าจากจีนอยู่ที่ 51.1% ขณะที่จีนเก็บภาษีเฉลี่ยกับสินค้าจากสหรัฐฯ ที่ 32.6% โดยทั้งสองประเทศได้ดำเนินมาตรการภาษีต่อกันเกือบครบทุกหมวดสินค้าแล้ว

นอกจากนี้ บทความใน People’s Daily ยังส่งสัญญาณเตือนไปยังประเทศในเอเชียที่เลือกสร้างความร่วมมือทางการค้ากับสหรัฐฯ โดยแลกกับการลดบทบาทของจีนในห่วงโซ่อุปทาน ตัวอย่างที่จีนระบุถึงโดยตรงคือเวียดนาม ซึ่งเพิ่งลงนามข้อตกลงลดภาษีสินค้าที่ส่งผ่านจากจีน เหลือเพียง 20% จากเดิม 46% ขณะที่สินค้าจีนโดยตรงที่ผ่านเวียดนามยังถูกเก็บภาษีสูงถึง 40%

รัฐบาลจีนแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า “คัดค้านอย่างสิ้นเชิง” ต่อพฤติกรรมใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อบทบาทของจีนในภูมิภาค และหากประเทศใดดำเนินการเช่นนั้น จีนจะตอบโต้โดยเด็ดขาดเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของตนเอง

ท่าทีแข็งกร้าวครั้งนี้สะท้อนนโยบายตอบโต้เชิงยุทธศาสตร์ของปักกิ่ง ท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ ในการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานระดับโลก และสร้างพันธมิตรใหม่ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ที่ไม่ต้องพึ่งพาจีนในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...