โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยส่งน้ำมัน-ก๊าซไปกัมพูชาเท่าไหร่?จ่อเสียหายแค่ไหนหลังถูกระงับนำเข้า?

Amarin TV

เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 04.59 น.
ไทยส่งน้ำมัน-ก๊าซไปกัมพูชาเท่าไหร่? จ่อเสียหายแค่ไหนหลังถูกสั่งปิดตลาด?

ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชายังไม่คลี่คลาย แถมล่าสุดยังยกระดับความตึงเครียดขึ้นอีกขั้น เมื่อกัมพูชาประกาศหยุดนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากไทยแบบทันที มีผลตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 22 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป กัมพูชาให้เหตุผลว่า บริษัทพลังงานในประเทศสามารถจัดหาน้ำมันและก๊าซจากแหล่งอื่นได้เพียงพอ ไม่ว่าจะหยุดนำเข้าแค่เดือนเดียวหรือจะนานกว่านั้น ก็เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการจัดจำหน่ายและความมั่นคงพลังงานในประเทศ

แต่มาตรการนี้อาจกลายเป็นปัญหาสำหรับไทย เพราะไทยถือเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ของกัมพูชา ในปี 2567 ไทยส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันดิบให้กัมพูชารวมมูลค่า 54,989.16 ล้านบาทเลยทีเดียว

ในบทความนี้SPOTLIGHT จะพาผู้อ่านไปเจาะลึกตัวเลขการส่งออกน้ำมันและก๊าซไทยไปกัมพูชาแบบละเอียด เพื่อดูให้ชัดว่ามาตรการนี้จะทำให้ไทยและบริษัทพลังงานไทยเสียหายมากแค่ไหนกันแน่

ตัวเลขชี้ชัด: ไทยเสี่ยงสูญเสียรายได้ปีละกว่าห้าหมื่นล้าน หากกัมพูชาหยุดนำเข้าเชื้อเพลิง

ข้อมูลจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภาพรวมการส่งออกเชื้อเพลิงจากไทยไปกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมาอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ล่าสุดที่กัมพูชาประกาศหยุดนำเข้าเชื้อเพลิงจากไทยแบบไม่มีกำหนด

เฉพาะในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 ไทยส่งออกเชื้อเพลิงไปยังกัมพูชารวมมูลค่า 22,255.25 ล้านบาท หรือเฉลี่ยแล้วประมาณ 4,451 ล้านบาทต่อเดือน โดยในจำนวนนี้ น้ำมันสำเร็จรูป เป็นสินค้าหลักที่ทำเงินสูงสุดถึง 20,011.38 ล้านบาท ขณะที่สินค้าอื่น ๆ ที่ส่งออกในช่วงเดียวกัน ได้แก่

  • สินค้าแร่และเชื้อเพลิงอื่น ๆ: 1,904.46 ล้านบาท
  • ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG): 314.05 ล้านบาท
  • ก๊าซธรรมชาติ: 24.97 ล้านบาท
  • น้ำมันดิบ: 0.39 ล้านบาท

นอกจากนี้ เมื่อย้อนดู สถิติปี 2567 ตลอดทั้งปี ไทยส่งออกเชื้อเพลิงไปยังกัมพูชาสูงถึง 54,989.16 ล้านบาท โดยเป็นยอดจาก น้ำมันสำเร็จรูป ถึง 51,027.26 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนหลักของการค้าในหมวดพลังงานระหว่างสองประเทศ ตัวเลขส่งออกในปีดังกล่าวยังแบ่งได้ดังนี้

  • สินค้าแร่และเชื้อเพลิงอื่น ๆ: 3,068.15 ล้านบาท
  • ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG): 855.75 ล้านบาท
  • ก๊าซธรรมชาติ: 37.90 ล้านบาท
  • น้ำมันดิบ: 0.10 ล้านบาท

ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า หากมาตรการหยุดนำเข้าของกัมพูชายังคงดำเนินต่อไปแบบไม่มีกำหนด ไทยอาจต้องเผชิญกับการสูญเสียรายได้จากการส่งออกเชื้อเพลิง ระดับปีละกว่า 5 หมื่นล้านบาท

หากคำนวณจากสถิติเฉลี่ยในปี 2568 ซึ่งไทยทำรายได้เดือนละประมาณ 4,451 ล้านบาท การหยุดส่งออกในช่วงเวลานี้เท่ากับรายได้ที่เคยมี อาจหายไปทันทีโดยไม่สามารถชดเชยได้ในระยะสั้น

นี่จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของตัวเลขที่ลดลง แต่เป็นสัญญาณที่เตือนว่าไทยอาจต้องเตรียมหาทางออกใหม่ในตลาดส่งออกพลังงาน และต้องจับตาว่าความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสองประเทศจะคลี่คลายหรือยกระดับไปสู่ผลกระทบที่กว้างกว่านี้หรือไม่

OR จับตาสถานการณ์ ประเมินผลกระทบต่อธุรกิจอยู่ในวงจำกัด

หนึ่งในธุรกิจไทยที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการหยุดนำเข้าของกัมพูชาคือ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ซึ่งมีเครือข่ายธุรกิจในกัมพูชาขนาดใหญ่ ทั้งสถานีบริการน้ำมัน PTT Station จำนวน 186 แห่ง และร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอน 254 สาขา

OR เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและอยู่ระหว่างพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ เพื่อรับมือ โดยยอมรับว่าประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในเวลานี้ อย่างไรก็ตาม OR เชื่อว่าผลกระทบในภาพรวมจะไม่รุนแรงนัก เนื่องจากบริษัทมีคลังน้ำมันในกัมพูชาหลายแห่ง และยังมีสต็อกเพียงพอสำหรับขายผ่านสถานีบริการในระยะสั้น

โดยแม้กัมพูชาจะเป็นหนึ่งในตลาดต่างประเทศที่ OR ให้ความสำคัญ ภายใต้กลยุทธ์ “บ้านหลังที่สอง” (Second Homebase) ที่ดำเนินการผ่านบริษัท PTT Cambodia Limited (PTTCL) มาตั้งแต่ปี 2538 แต่ในเชิงสัดส่วนรายได้จากกัมพูชายังถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับรายได้ในประเทศไทยที่มีสถานี PTT Station มากกว่า 2,300 แห่ง

นอกจากนี้ OR ยังขยายธุรกิจ Non-oil จากไทยไปกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง เช่น ร้านสะดวกซัก Otteri Wash & Dry ร้านจิฟฟี่ และ 7-Eleven รวมกว่า 71 สาขา ขณะที่กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 ไทยส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปไปยังกัมพูชามูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมโยงทางการค้าระหว่างสองประเทศที่ยังมีน้ำหนักสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงเชิงการเมืองเข้ามากระทบในระยะนี้

ทั้งนี้ จากรายงานประจำปี 2567 แม้จะไม่มีการเปิดเผยตัวเลขรายได้ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ OR จากการทำธุรกิจหรือส่งออกไปยังกัมพูชาโดยตรง แต่ในปัจจุบัน ปตท. มีเครือข่ายบริษัทในกัมพูชาถึง 4 แห่ง ได้แก่

  • PTT (Cambodia) Limited (PTTCL) บริษัทการตลาดน้ำมันและค้าปลีกของ ปตท. ในกัมพูชา OR ถือหุ้น 100%
  • Blue Wealth Land 1 Company Limited (BWL1) บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ปตท. หรือบริษัทในเครือถือหุ้น 49%
  • Blue Wealth Land 2 Company Limited (BWL2) บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ปตท. หรือบริษัทในเครือถือหุ้น 49%
  • Phnom Penh Aviation Fuel Service Co., Ltd. (PPAFS) บริษัทด้านบริการเติมเชื้อเพลิงเครื่องบินในสนามบิน ที่ ปตท. ถือหุ้น 33.33% ในฐานะบริษัทร่วมทุน
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...