โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรุงศรี เปิดกลยุทธ์ JPC Banking ปี 2568 หนุนญี่ปุ่นลงทุนไทย-อาเซียน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 15.02 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 08.02 น.

กรุงศรี เผย กลยุทธ์กลุ่มธุรกิจญี่ปุ่น (JPC Banking) ปี 2568 เร่งขับเคลื่อนการลงทุนจากญี่ปุ่นสู่ประเทศไทยและอาเซียน หนุนการเติบโตเศรษฐกิจภูมิภาค

26 มิถุนายน 2568 นายบุนเซอิ โอคุโบะ ประธานกลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่น (JPC Banking) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีมุ่งสนับสนุนธุรกิจญี่ปุ่นในประเทศไทยให้ก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยพันธกิจในการเป็นธนาคารพันธมิตรที่ไม่เพียงให้การสนับสนุนด้านการเงินเท่านั้น แต่จะต้องสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในทุกมิติทั้งทางธุรกิจและสังคม และด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่ครบวงจร ความเชี่ยวชาญในประเทศ พร้อมด้วยเครือข่ายที่แข็งแกร่งของMUFG เราจึงสามารถนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งของธุรกิจญี่ปุ่น ครอบคลุมถึงพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน จนสามารถครองใจกลุ่มลูกค้าธุรกิจญี่ปุ่นได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นครอบคลุมกว่า 70% ของธุรกิจญี่ปุ่นในประเทศไทย”

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2568 ธนาคารจะมุ่งเน้นการต่อยอดความสำเร็จจากปีก่อน รวมถึงขยายมิติของการเติบโตที่ยั่งยืนให้มากยิ่งขึ้นพร้อมสนับสนุนการลงทุนใหม่จากญี่ปุ่นสู่ประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Co-creating New Core Industries’

โดยกรุงศรีจะร่วมมือกับลูกค้าและภาครัฐในการผลักดันนวัตกรรมและโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมหลักใหม่ที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์เศรษฐกิจในอนาคตของไทย ผ่านกลยุทธ์ 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

1. ขยายความร่วมมือกับภาครัฐ ส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายศักยภาพสูง กรุงศรีติดตามแนวโน้มสำคัญในภาคการเงินและการลงทุนอย่างใกล้ชิด โดยในปี 2567 ได้จัดสัมมนา “Data Center: Opportunities in Thailand” เพื่อส่งเสริมศักยภาพของไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านดาต้าเซนเตอร์

สำหรับปี 2568 กรุงศรีมุ่งเน้นการคว้าโอกาสใหม่ ขับเคลื่อนนวัตกรรม พร้อมขยายบทบาทในอุตสาหกรรมหลักใหม่ที่มีศักยภาพสูง อาทิ ชีวภัณฑ์เพื่อการเกษตร (Bio Green) เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) เทคโนโลยีการผลิตอาหาร (Food Technology) และ การเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต

ทั้งนี้หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ คือ การสานต่อความสำเร็จของงาน Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair เวทีจับคู่ธุรกิจสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนที่มุ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพได้พบปะเจรจาธุรกิจเพื่อต่อยอดการเติบโตในภูมิภาคอาเซียนและญี่ปุ่น

ซึ่งในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของกรุงศรี หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรธุรกิจชั้นนำจาก 7ประเทศในภูมิภาคเอเชียโดยมีสตาร์ทอัพดาวรุ่งจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจกว่า 54 รายเข้าร่วมงาน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่น่าจับตามองอย่างเทคโนโลยี AI ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ และอุตสาหกรรมเกมและแอนิเมชันที่มีศักยภาพในการเป็นซอฟท์พาวเวอร์สำคัญของภูมิภาค สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์

นอกจากนั้นภายในยังนำเสนอเทคโนโลยีด้านการป้องกันภัยพิบัติจากประเทศญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเตรียมพร้อม และการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติในระยะยาว โดยการจัดงานดังกล่าวสามารถสร้างโอกาสในการจับคู่ธุรกิจมากกว่า 400 คู่ภายในวันเดียวและในงานนี้ กรุงศรียังได้ลงนามความร่วมมือกับ Industrial Technology Investment Corporation เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนสตาร์ทอัพจากไต้หวันสู่ตลาดสากลอีกด้วย

2. เสริมสร้างศักยภาพธุรกิจผ่านโซลูชันทางการเงินและนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามกรอบ ESGโดยในปีที่ผ่านมา กรุงศรี ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เงินฝากเพื่อความยั่งยืนเป็นแห่งแรก ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าในหลายอุตสาหกรรมได้แก่ โตโยต้า ลีสซิ่ง เอจีซี วีนิไทย และโซนี่ ดีไวซ์ เทคโนโลยี รวมถึงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสังคมแก่ โตโยต้า ลีสซิ่ง เพื่อช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างเท่าเทียม ทั่วถึง และเป็นธรรม

นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาโซลูชันที่สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและความยั่งยืนด้านอื่น ๆ และในปี 2568 กรุงศรียังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์อย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นกับภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ กระตุ้นความตระหนักรู้ และผลักดันสู่แนวปฏิบัติที่ยั่งยืน

3. ให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมใหม่พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจปัจจุบัน โดยในปีที่ผ่านมา กรุงศรีเดินหน้าขยายบทบาทในอาเซียนผ่านบริการที่ปรึกษาทางธุรกิจ Krungsri ASEAN LINK และประสบความสำเร็จในการเชื่อมโยงธุรกิจไทยกับธนาคารพันธมิตรทั้ง VietinBank ในเวียดนาม Danamon Bank ในอินโดนีเซีย และ Security Bank ในฟิลิปปินส์ ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงเครือข่ายและโซลูชันทางการเงินที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อีกไฮไลต์สำคัญคือการจัดงาน Krungsri ASEAN LINK Forum ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าธุรกิจและผู้ประกอบการกว่า 200 ราย ตอกย้ำศักยภาพของกรุงศรี MUFG และพันธมิตรในการช่วยขยายโอกาสธุรกิจในระดับภูมิภาคทั้งนี้ ในปี 2568 กรุงศรียังคงมุ่งมั่นสู่การเป็น“ธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคอาเซียน” ผ่านโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ และช่วยผลักดันการเติบโตในภูมิภาคอาเซียน

“กรุงศรี จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสนับสนุนธุรกิจญี่ปุ่นและการเติบโตของเศรษฐกิจไทย สานต่อนวัตกรรม เสริมสร้างการเติบโต และยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนความสำเร็จของลูกค้าและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เราพร้อมเดินเคียงข้างเป็นพันธมิตรทางธุรกิจอันดับแรกที่ลูกค้าไว้วางใจ และเป็นแพลตฟอร์มเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...