โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นับถอยหลัง!! มาตรการภาษี ‘ทรัมป์’ ฉุดหุ้นไทยผันผวน ส่อง 5 หุ้นเด่นที่นี่

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 15.09 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 23.55 น. • The Bangkok Insight

"บล.กสิกรไทย" มองหุ้นไทยเดือนมิถุนายนอาจผันผวน หลังใกล้เส้นตายผ่อนปรนภาษี "ทรัมป์" 90 วัน ความไม่แน่นอนทางการค้ายังอยู่ในระดับสูง ส่อง 5 หุ้นเด่นที่นี่

KSecurities ระบุว่า ตลาดฟื้นตัวจากความหวังบนข้อตกลงทางการค้า ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวฟื้นขึ้นแรงในเดือนเมษายน-พฤษภาคมจากความหวังในข้อตกลงทางการค้า หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการผ่อนปรนภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐ เป็นเวลา 90 วัน อีกทั้งสหรัฐ และสหราชอาณาจักรสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าเพื่อลดภาษีศุลกากรตอบโต้ได้สำเร็จ และหลังจากนั้นต่อเนื่องด้วย สหรัฐและจีนก็ได้ตกลงร่วมกันระงับการปรับขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้ระหว่างกันเป็นเวลา 90 วัน

หุ้นไทยเดือนมิถุนายน

ส่งผลให้ดัชนี MSCI ACWI ปรับตัวขึ้น 5.7% ในเดือนพฤษภาคม ขณะที่ดัชนี SET ของไทยปรับตัวอ่อนลง 4.2% ต่ำกว่าตลาดโลก เนื่องจากการประชุมเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐ ถูกเลื่อนออกไปโดยไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจน

ข้อตกลงทางการค้าของไทยยังคงไม่แน่นอน เรามองมีปัจจัยสำคัญ 3 ประเด็นที่ต้องติดตามในเดือนมิถุนายน ได้แก่

  • ความคืบหน้าของข้อตกลงทางการค้า
  • การส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed
  • มาตรการกระตุ้นทางการคลัง ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้เสนอแนวทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจ 5 ด้านให้กับสหรัฐในการเจรจาทางการค้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มภาษีนำเข้า

แม้ว่าการเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนหลังจากการประชุมที่เดิมมีกำหนดในวันที่ 23 เมษายนต้องเลื่อนออกไป แต่เรามองว่าอาจเห็นความคืบหน้าในการเจรจาในเดือนหน้าเนื่องจากใกล้ครบกำหนดสิ้นสุดช่วงผ่อนปรนภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐในวันที่ 9 กรกฎาคม อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่ายังมีความไม่แน่นอนสูงว่าประเทศไทยจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าได้หรือไม่ แต่ไม่ว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้หรือไม่ก็ตาม เราคาดว่าอัตราการขยายตัวของ GDP ไทยจะชะลอลงจากประมาณ 2.5–3.0% ในครึ่งแรกของปี 2568 มาอยู่ที่ 1% หรือต่ำกว่านั้นในช่วงครึ่งปีหลัง จากผลของฐานที่สูงในปีก่อน และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการภาษีของสหรัฐ

หุ้นไทยเดือนมิถุนายน

นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยช่วยพยุงตลาด หลังจากที่ Fed ดำเนินนโยบายในลักษณะรอดูท่าทีตลอดครึ่งแรกของปี 2568 จากสถานการณ์เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงแต่ด้วยแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัว เราเชื่อว่า Fed อาจเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินภายหลังการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อช่วงกลางเดือนมิถุนายนโดยสัญญาณการผ่อนคลายของ Fed น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงตลาด

เป้าหมายดัชนี SET ปี 2568

ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวจากผลของมาตรการภาษีตอบโต้จากสหรัฐ ทำให้มีความจำเป็นมากขึ้นที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาการปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะและดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อประคับประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจ เราเชื่อว่าภายในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมจะเห็นความชัดเจนว่ารัฐบาลจะปรับเพิ่มเพดานหนี้หรือไม่ ภายหลังการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีวาระแรกช่วงปลายเดือนพ.ค.

ตลาดมีแนวโน้มผันผวนตามเส้นตายการผ่อนปรนที่ใกล้เข้ามา เรายังคงเป้าหมายดัชนี SET ปี 2568 ที่ระดับ 1,145 จุด โดยอิงประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาดที่ 88 บาท และ PER ที่ 13 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว -1SD อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าตลาดอาจมีความผันผวนในเดือนมิษายนจากความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้า และเส้นตายการผ่อนปรน 90 วันที่ใกล้เข้ามา ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าได้หรือไม่

หุ้นไทยเดือนมิถุนายน

ส่อง 5 หุ้นเด่น

เราคาดว่า SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,145–1,275 จุด ในเดือนมิษายน โดยหากการเจรจาประสบความสำเร็จ ดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นแตะระดับ 1,275 จุด แต่หากการเจรจาล้มเหลว ดัชนีอาจปรับตัวลงไปยังระดับ 1,145 จุด เราแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นเชิงรับ ควบคู่กับหุ้นที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากความคาดหวังในเชิงบวกของการเจรจาการค้า เช่น GULF, BEM, TIDLOR, PTTGC และ TOP

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...