โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แบงก์จีนลดปล่อยกู้ ‘ดอลลาร์’ ในเอเชีย ดันหยวนผงาดในตลาดสินเชื่อ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 20.14 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 01.30 น.

สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า “ดอลลาร์” กำลังเผชิญกับการสูญเสียส่วนแบ่งในตลาดสินเชื่อแก่ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย โดยที่ “เงินหยวน” ของจีนกำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

จากการศึกษาของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ที่เผยแพร่ในเดือนพ.ค. พบว่าระหว่างไตรมาสแรกของปี 2565 ถึงไตรมาสที่สองของปี 2567 สินเชื่อสกุลดอลลาร์ที่มอบให้แก่เศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชียลดลงถึง 16% สาเหตุหลักมาจากธนาคารจีนหันมาปล่อยสินเชื่อในสกุลเงินหยวนมากขึ้น เนื่องจากมีต้นทุนที่ถูกกว่า และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น

จีนดัน 'หยวน' ในสินเชื่อต่างประเทศ ท้าทายดอลลาร์

ความพยายามของจีนในการดันเงินหยวนในตลาดสินเชื่อข้ามพรมแดน ได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ต้นปี 2565 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย ผลการศึกษาของเฟดชี้ให้เห็นว่า

ในปี 2560 สินเชื่อต่างประเทศที่ธนาคารจีนปล่อยให้กู้ยืมนั้น 65% เป็นสกุลเงินดอลลาร์ แต่สัดส่วนนี้ได้ลดลงอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ต้นปี 2565 และแตะระดับ 50% ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2567 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างชัดเจน

ในทางตรงกันข้าม สำหรับธนาคารที่ไม่ใช่ของจีนสัดส่วนของสินเชื่อข้ามพรมแดนที่อยู่ในรูปสกุลเงินดอลลาร์ยังคง ทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 46% ตลอดช่วงปี 2560 ถึง 2567

ลอรี เดอมาร์โก และ โจชัว วอล์คเกอร์ ผู้เขียนผลการศึกษา ได้ระบุไว้ในรายงานของ Fed ชื่อ "Chinese Banks' Dollar Lending Decline" ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธนาคารจีนได้ปรับเปลี่ยนนโยบายอย่างชัดเจน โดยลดสัดส่วนของสินเชื่อที่ปล่อยเป็นสกุลดอลลาร์ลงอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ธนาคารจากประเทศอื่น ๆ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการให้กู้ยืมสกุลดอลลาร์มากเท่าธนาคารจีน

ขณะเดียวกัน ข้อมูลอย่างเป็นทางการจากจีนเผยว่า สินเชื่อข้ามพรมแดนที่กำหนดสกุลเงินหยวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพุ่งสูงถึงประมาณ 20.4 ล้านล้านหยวน หรือราว 2.84 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าจากปี 2565

จากการศึกษาของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ในปี 2567 พบว่า ณ เดือนกันยายน 2567 ประมาณ 23% ของสินเชื่อต่างประเทศทั้งหมดจากธนาคารจีน พุ่งเป้าไปยังตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการระบาดใหญ่ของโควิด-19 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment - FDI) ของจีน ได้กลายเป็น แรงขับเคลื่อนสำคัญของการให้สินเชื่อข้ามพรมแดน แทนที่การค้า ซึ่งเคยเป็นปัจจัยหลักก่อนเกิดการระบาด

ต้นทุนดอลลาร์แพง หนุนหยวนผงาด

การที่ธนาคารจีนลดการปล่อยกู้ด้วยสกุลเงินดอลลาร์นั้น สอดคล้องกับ “วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น” ของเฟดที่เริ่มต้นขึ้นในเดือนมี.ค. 2565 เพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของเฟดอยู่ในระดับสูงที่ 4.25% ถึง 4.5%

ในทางตรงกันข้าม ธนาคารกลางจีน กลับปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ชั้นดี (Loan Prime Rate) ระยะ 1 ปี ลงอย่างต่อเนื่อง จาก 3.8% ในเดือนม.ค. 2565 เหลือเพียง 3% ในเดือนพ.ค.ปีนี้ ดังนั้นความแตกต่างของดอกเบี้ยนี้ทำให้การกู้ยืมและปล่อยสินเชื่อด้วยเงินหยวนมีต้นทุนที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้จีนลดการพึ่งพิงเงินดอลลาร์ในการปล่อยสินเชื่อข้ามพรมแดน

แม้ว่า จะมีการคาดการณ์กันว่าเฟดจะเริ่มปรับลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ แต่การที่เงินหยวนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างเงียบๆ ในการให้กู้ยืมข้ามประเทศนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจีนในการผลักดันสกุลเงินของตนเอง

นักวิเคราะห์ระบุว่า ความพยายามนี้ยังได้รับแรงหนุนจาก ความเชื่อมั่นทั่วโลกที่ลดลงต่อเงินดอลลาร์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายการค้าที่ผันผวนของรัฐบาลประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...