โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยคมชู “สเปซ เทค” เปิดตัวแพลตฟอร์มตรวจการเผาไร่อ้อยด้วยดาวเทียม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 02.46 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 09.35 น.

บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านเทคโนโลยีดาวเทียมของไทย ประกาศความสำเร็จครั้งใหม่ในการประยุกต์ใช้ “เทคโนโลยีอวกาศ” (Space Technology) เพื่อสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) และกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดตัว “แพลตฟอร์ม Burn Tracking” ระบบติดตามร่องรอยการเผาไหม้ในไร่อ้อยผ่านดาวเทียมและ AI อย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยลดฝุ่น PM 2.5 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรกรรม

นายปฐมภพ สุวรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แพลตฟอร์มนี้คืออีกก้าวสำคัญในการใช้ Space Tech ของไทยคมให้เกิดประโยชน์เชิงสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการใช้ระบบดาวเทียมตรวจจับจุดความร้อนและร่องรอยการเผาไหม้ในไร่อ้อย ผสานกับการวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน AI ซึ่งสามารถคาดการณ์ผลผลิต ปริมาณอ้อยเข้าโรงงาน และตรวจสอบพื้นที่เผาไหม้ได้แบบเรียลไทม์ในรูปแบบ Dashboard และแผนที่เชิงพื้นที่ (Geospatial Analytics)

เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง Burn Tracking

แพลตฟอร์ม Burn Tracking แสดงผลข้อมูลแบบละเอียด ตั้งแต่ภาพรวมระดับประเทศไปจนถึงตำบล ประกอบด้วยฟีเจอร์หลัก เช่น:

  • Dashboard วิเคราะห์ภาพรวมพื้นที่ปลูกอ้อย จุดความร้อน และพื้นที่เผาไหม้
  • Map แผนที่แบบเชิงลึกเพื่อวิเคราะห์ผลผลิตและการคาดการณ์ปริมาณอ้อย
  • Mini Dashboard เปรียบเทียบข้อมูลรายพื้นที่ในระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล
  • Map Export ส่งออกข้อมูลเป็นไฟล์ PDF หรือ CSV เพื่อการใช้งานต่อ
  • Line Official Account สำหรับแจ้งเตือนจุดความร้อนโดยตรงไปยังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

“เราเชื่อมั่นว่า Space Tech ของไทยคมจะสามารถต่อยอดไปสู่ภาคเกษตรกรรมอื่น ๆ ได้อีกมาก ไม่ใช่เพียงแค่ในไร่อ้อย แต่รวมถึงข้าว ข้าวโพด และพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ เพื่อสร้างโมเดลการเกษตรที่ยั่งยืน ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป”

กำลังหลักของเทคโนโลยีดาวเทียมไทยเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

การเปิดตัว Burn Tracking สะท้อนบทบาทสำคัญของไทยคมในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศของประเทศที่ไม่เพียงแค่มุ่งเน้นด้านการสื่อสาร แต่ยังนำ Space Tech มาปรับใช้กับปัญหาสิ่งแวดล้อมในเชิงลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านดาวเทียมร่วมกับ AI ซึ่งสามารถสนับสนุนภารกิจของภาครัฐในการจัดการมลพิษอย่างครอบคลุมและแม่นยำ

เขา กล่าวว่า ไทยคมพร้อมเป็นพันธมิตรกับหน่วยงานรัฐในการต่อยอดโซลูชัน Space Tech สำหรับภาคเกษตร พลังงาน สิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการภัยพิบัติ ต่อยอดศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านการใช้เทคโนโลยีอวกาศในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

เดินหน้าสู่เกษตรอัจฉริยะ - สู่เป้าหมาย “Bio Hub” ของอาเซียน

ด้านนายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการ สอน. กล่าวว่า การพัฒนาแพลตฟอร์ม Burn Tracking เป็นหนึ่งใน 6 มาตรการของ สอน. ในการลดการเผาอ้อย โดยในฤดูผลิต 2567/2568 ไทยมีอ้อยสดเข้าหีบสูงถึง 85% และลดการเผาอ้อยเหลือเพียง 15% จาก 29% ในปีก่อนหน้า คิดเป็นการลดการเผาอ้อยกว่า 10 ล้านตัน หรือเทียบเท่าการลดการเผาป่ากว่า 1 ล้านไร่ และลดฝุ่น PM 2.5 ได้กว่า 5,000 ตันต่อปี

โดยความร่วมมือนี้นับเป็นครั้งแรกที่เราสามารถควบคุมและติดตามการเผาไหม้ได้อย่างแม่นยำและโปร่งใส ด้วยเทคโนโลยีอวกาศจากไทยคม ซึ่งถือเป็นพันธมิตรหลักในการพัฒนาระบบนี้ให้ตอบโจทย์ทั้งเกษตรกร ภาครัฐ และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีตรวจสอบการเผาอ้อยแล้ว สอน. ยังมีแผนระยะยาวในการยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายสู่เศรษฐกิจชีวภาพ โดยผลักดันการผลิตพลาสติกชีวภาพ และพัฒนาเครือข่าย Center of BioExcellent พร้อมสร้าง Smart Farm ผ่านนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยมีเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางไบโออุตสาหกรรมของอาเซียนภายในปี 2570

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...