“ยุบสภา”แล้วยังไงต่อ? ไขสงสัยจะเกิดอะไรขึ้นหากนายกฯเลือกเส้นทางนี้
จากกรณีเกิดคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่หลุดออกมา โดยนายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า การพูดถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ในคลิปเสียงนั้น เป็นเพียง“เทคนิค” ที่ต้องการให้สถานการณ์ตึงเครียดสงบลง จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วทั้งสังคมไทย ส่งผลให้มีกระแสการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี "ยุบสภา" เกิดขึ้น
ซึ่งหากมีการยุบสภาเกิดขึ้นจริง? หลังจากนี้การเมืองประเทศไทยจะเป็นอย่างไรกันต่อ จะมีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงอย่างไร? วันนี้เราจะมาเปิดขั้นตอนพร้อมไขข้อสงสัยไปพร้อมๆ กัน
"ยุบสภา" คืออะไร?
กระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎรโดยนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นไปเพื่อคืนอำนาจอธิปไตยให้แก่ประชาชนผ่านการจัดการเลือกตั้งใหม่ โดยมีขั้นตอนสำคัญและกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ ดังนี้
การยุบสภาและคณะรัฐมนตรีรักษาการ
- เริ่มจาก "นายกรัฐมนตรี" ดำเนินการกราบบังคมทูลเพื่อขอพระราชทานพระบรมราชโองการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันจะยังคงดำรงตำแหน่งรักษาการ เพื่อบริหารราชการแผ่นดินเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ อย่างไรก็ตาม อำนาจในการดำเนินการจะถูกจำกัด ไม่สามารถตัดสินใจในเรื่องสำคัญที่อาจก่อให้เกิดภาระผูกพันระยะยาวได้
การกำหนดวันเลือกตั้งและกระบวนการจัดการเลือกตั้ง
- วันเลือกตั้งทั่วไปจะต้องถูกกำหนดขึ้นในพระราชกฤษฎีกายุบสภา โดยอยู่ภายในกรอบเวลา ไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน นับจากวันที่พระราชกฤษฎีกามีผลบังคับใช้
- คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะรับผิดชอบในการประกาศวันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ จัดการเรื่องเขตเลือกตั้ง การรับสมัครผู้สมัคร การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตลอดจนการกำกับดูแลให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและโปร่งใส
- พรรคการเมืองและผู้สมัครจะดำเนินกิจกรรมการหาเสียงตามข้อกำหนดทางกฎหมาย
การประกาศผลการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
- เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้น กกต. จะดำเนินการนับคะแนนและประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
- ต้องมีการรับรองผลการเลือกตั้งเพื่อให้ได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของจำนวน สส. ทั้งหมด ภายใน 60 วัน นับจากวันเลือกตั้ง
- หลังการประกาศผล สส. ครบถ้วน จะมีการเรียกประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก ภายใน 15 วัน เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร
- ขั้นตอนสุดท้ายคือการที่สมาชิกรัฐสภา (สส. และ สว.) จะร่วมกันพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องได้รับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดที่มีอยู่
- เมื่อนายกรัฐมนตรีได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว จะมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ขึ้นเพื่อเข้าบริหารราชการแผ่นดินต่อไป
ทั้งนี้"กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การประกาศยุบสภาจนถึงการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกเพื่อเริ่มต้นการเลือกนายกรัฐมนตรี" จะใช้ระยะเวลาประมาณ 45 วัน (กรณีที่ทุกขั้นตอนดำเนินการเร็วที่สุด) ถึง 135 วัน (กรณีที่ทุกขั้นตอนดำเนินการตามกรอบเวลาสูงสุด) ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านอำนาจเป็นไปอย่างราบรื่น และเพื่อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิในการกำหนดทิศทางการเมืองของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป..