โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำรวจไซเบอร์เผย มีคนไทยกว่า 200 ราย เปลี่ยนใจกลับทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลัง 2 ประเทศประกาศหยุดยิง

THE STANDARD

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 08.26 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 08.26 น. • thestandard.co
ตำรวจไซเบอร์เผย มีคนไทยกว่า 200 ราย เปลี่ยนใจกลับทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลัง 2 ประเทศประกาศหยุดยิง

วันนี้ (29 กรกฎาคม) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และสถานการณ์คนไทยที่เกี่ยวข้องกับ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในต่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความร่วมมือจากประชาชนในการสนับสนุนแคมเปญ Truth From Thailand ของกองทัพบก เพื่อเผยแพร่ความจริงสู่สายตาชาวโลกว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงโจมตีประเทศไทยก่อน โดยมีการยิงจรวดใส่พลเรือน โรงพยาบาล และโรงเรียน ซึ่งส่งผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์และเด็กได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

โดย บช.สอท. ยังคงเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น บอสชาวจีน หรือ เจ้าของอาคาร ที่เป็นที่ตั้งของ Scam Center ซึ่งกระจายตัวอยู่ตามแนวชายแดนไทย

พล.ต.ท.ไตรรงค์ เผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ ตนได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และจเรตำรวจแห่งชาติ ให้ลงพื้นที่เพื่อรับตัวคนไทยที่เดินทางกลับจากเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่งจากการคัดกรองพบว่ามีคนไทย 13 ราย ที่มีหมายจับในคดีเกี่ยวกับการหลอกลวงคนไทย และอีก 70 ราย มีการร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีเดียวกัน

ที่น่าตกใจคือ ข้อมูลจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ระบุว่าเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 มีคนไทยกว่า 200 ราย ที่ข้ามแดนไปโดยผิดกฎหมายและไม่มีหลักฐานการออกนอกประเทศ มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย แต่เมื่อข่าวการเจรจาหยุดยิงปรากฏขึ้น คนไทยกลุ่มดังกล่าวกลับเปลี่ยนใจกลับไปทำงานเดิมในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เหลือเพียง 74 รายที่เดินทางกลับเข้ามาจริง

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ชี้ว่านี่เป็น ลางบอกเหตุ ที่แสดงให้เห็นว่าการหลอกลวงคนไทยของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังเปิดเผยถึงบทวิเคราะห์ของนักวิชาการต่างประเทศที่ระบุว่า ส่วนหนึ่งของเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา มีสาเหตุมาจากการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างเข้มข้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศกัมพูชา แม้เหตุปะทะจะหยุดลง แต่สถานการณ์การหลอกลวงยังคงมีอยู่ และตำรวจไซเบอร์จะยังคงเดินหน้าปราบปรามอย่างเข้มข้นต่อไป

หากคุณหรือคนที่คุณรู้จักตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ สามารถแจ้งความได้ที่ www.thaipoliceonline.com หรือโทรสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...