โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MOODY: อย่าเป็นตัวเองนักเลย? ถ้ามันจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน นักจิตฯ แนะ เป็นตัวเองอย่างไรให้คนรัก

BrandThink

เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 02.43 น.

จากวลี ‘จงเป็นตัวของตัวเอง’ สู่การช็อตฟีลที่ว่า “ถ้าเป็นตัวเองแล้วมันไม่ดี ลองเป็นคนอื่นบ้างก็ได้นะ”

ก่อนอื่น MOODY ขอย้ำก่อนว่า ทุกคนสามารถเป็นตัวเองได้ แต่การเป็นตัวเองสำหรับบางคนอาจเป็นดาบสองคมที่กลับมาทำร้ายเขา

โดยเฉพาะเมื่อใช้มันเป็นข้ออ้างเพื่อแสดงออกในแบบที่ไม่ใส่ใจผลกระทบต่อคนอื่น หรือยึดมั่นกับตัวตนด้านใดด้านหนึ่งจนปิดกั้นการเติบโตของตัวเองในด้านอื่นๆ ดังนั้นสำหรับบทความนี้ที่อยากชวนให้ทุกคนมองก็คือ

แล้วเราควร ‘เป็นตัวเอง’ อย่างไรดี ถึงจะไม่ทำร้ายทั้งตัวเราและคนรอบข้าง?

บริตต์ แฟรงก์ (Britt Frank) นักจิตบำบัดผู้เขียนหนังสือ ‘The Science of Stuck’ และ ‘Align Your Mind’ ชี้ให้เห็นว่า ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ‘ความเป็นตัวเอง’ มักกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาตัวตนอย่างยืดหยุ่นและมีความรับผิดชอบ เพราะในความเป็นจริงแล้ว เราไม่ได้มี ‘ตัวตน’ เพียงด้านเดียว

แต่ตัวเราเป็นเหมือนระบบนิเวศทางจิตใจที่เต็มไปด้วยตัวละครหลากหลาย ทั้งส่วนที่กล้าแสดงออก และส่วนที่กลัวการตัดสิน ส่วนที่ใส่ใจคนอื่น และส่วนที่เห็นแก่ตัว เพราะฉะนั้น ‘ตัวเรา’ คือการรวมกันของความขัดแย้งเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างตายตัว

การใช้ชีวิตโดยยึดมั่นว่าต้องแสดงความเป็นตัวเองแบบ ‘แท้จริง’ ตลอดเวลา อาจกลายเป็นการปิดกั้นความยืดหยุ่นที่จำเป็นในความสัมพันธ์ และส่งผลต่อการตัดสินใจต่างๆ โดยไม่รู้ตัว เราอาจพูดแรงในวันที่อารมณ์แย่ แล้วอ้างว่า “นี่แหละตัวฉัน” ทั้งที่ในความเป็นจริง มันอาจเป็นเพียงเศษเสี้ยวของเราในภาวะที่เหนื่อยล้า ไม่ใช่แก่นของตัวตนที่แท้จริงก็ได้

สิ่งที่สำคัญกว่า คือการเป็น‘ผู้นำตัวเอง’ ให้ได้ การเป็นผู้นำตัวเองไม่ใช่การบังคับควบคุมทุกความรู้สึก แต่คือการมองเห็นทุกด้านภายในของเรา ทั้งด้านที่โกรธ ด้านที่อ่อนโยน ด้านที่ลังเล และด้านที่มั่นใจ แล้วเลือกอย่างมีสติว่าด้านไหนควรเป็นผู้พูด ด้านไหนควรรับฟังในสถานการณ์นั้นๆ

เราไม่จำเป็นต้องพูดทุกอย่างที่คิด หรือแสดงอารมณ์ทุกอย่างที่รู้สึกทันที เพราะความซื่อสัตย์ที่ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรอง อาจสร้างความเสียหายมากกว่าการสร้างความสัมพันธ์ ในบางครั้ง ความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เราเลือกแสดงออกจึงสำคัญยิ่งกว่าความ ‘ดิบ’ ที่เรียกว่า ‘ความจริงใจ’

แนวทางของบริตต์คือการเปลี่ยนจากการยึดมั่นใน ‘ความแท้จริงเพียงหนึ่งเดียว’ ไปสู่การ ‘สร้างความสอดคล้อง’ ภายใน นั่นหมายถึงการรับฟังเสียงหลากหลายจากตัวเราทุกด้าน เหมือนนั่งประชุมร่วมกับตัวเอง แล้วตัดสินใจด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่แค่ความเคยชินหรืออารมณ์นำ

เมื่อเราเข้าใจว่าการเป็นตัวของตัวเอง ไม่ได้หมายถึงการยึดติดกับด้านใดด้านหนึ่ง แต่คือการมีสติรู้เท่าทันตัวเอง เลือกแสดงออกในแบบที่สอดคล้องกับคุณค่า และไม่ละเลยผลกระทบต่อผู้อื่น เมื่อนั้นเราจะสามารถ ‘เป็นตัวของตัวเอง’ ได้อย่างแท้จริง โดยไม่ต้องทำร้ายใครรวมถึงตัวเราเองด้วยเช่นกัน

หรือพูดง่ายๆ ว่า ‘การเป็นตัวของตัวเอง’ ไม่ได้หมายถึงการแสดงออกด้านใดด้านหนึ่งของตัวเราตลอดเวลา เพราะตัวเราทุกคนล้วนมีหลายมิติ หลายอารมณ์ หลายเวอร์ชันที่อยู่ร่วมกันในใจ

สิ่งที่สำคัญจริงๆ จึงไม่ใช่การยึดติดกับความ ‘แท้จริง’ แบบตายตัว แต่คือการรู้จักฟังตัวเองอย่างลึกซึ้ง และเลือกหยิบ ‘ด้านหนึ่ง’ ของตัวตนเหล่านั้นออกมาใช้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และเคารพต่อทั้งตัวเองและผู้อื่นมากที่สุด

เพราะในโลกที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง การรู้จักปรับตัวอย่างมีจริยธรรม คือความกล้าหาญที่แท้จริงของการเป็นตัวเรา

การเป็นตัวเองที่ดีจึงไม่ใช่การตะโกนว่า “นี่แหละฉัน!” โดยไม่แคร์ใคร แต่คือการกระซิบกับตัวเองว่า

ฉันเข้าใจตัวเอง และฉันจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้ ณ เวลานี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...