โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ว่าที่ทูตสหรัฐฯ" ส่งสัญญาณถึง "ไทย" ขัดแย้ง "กัมพูชา" ไม่เกิดประโยชน์ ซ้ำยังฉุดสัมพันธ์ "วอชิงตัน"

สยามรัฐ

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 02.26 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 02.26 น.

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.68 ฌอน โอนีล ผู้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ได้กล่าวต่อวุฒิสภาสหรัฐฯ เมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) ว่า หากได้รับตำแหน่งทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เขาจะแจ้งกับรัฐบาลไทยว่า ปัญหาขัดแย้งต่าง ๆ อย่าง เหตุปะทะกันที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ได้ช่วยอะไรประชาชนคนไทย และยังไม่เป็นผลดีกับความเป็นพันธมิตรระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ด้วย

ว่าที่ทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ได้มีถ้อยแถลงดังกล่าว ในระหว่างการพิจารณาเพื่อยืนยันคุณสมบัติในวุฒิสภา โดยฌอน โอนีล เป็นนักการทูตมืออาชีพที่เคยมาประจำการในไทยแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งในไทยเขาเคยดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่ประจำเชียงใหม่

ฌอน โอนีล ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เขาจะทำ เพื่อให้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชากลายเป็นข้อตกลงสันติภาพระยะยาวว่า "ผมคิดว่าอย่างแรกที่ผมจะทำคือ ชี้ให้ไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในเอเชียที่เป็นพันธมิตรสนธิสัญญาของเรา เห็นว่าสงครามหรือความขัดแย้งแบบนี้ ไม่ได้ช่วยอะไรประชาชนเลยแม้แต่น้อย" และเสริมว่า "สิ่งนี้ไม่ช่วยให้ความเป็นพันธมิตรของเราแข็งแกร่งขึ้นเลย ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่ประเทศของเราทั้งสองกำลังเผชิญอยู่ด้วยซ้ำ มีแต่จะสูญเสียชีวิตและทรัพยากรไปเปล่า ๆ โดยไม่เกิดประโยชน์"

นอกจากประเด็นกัมพูชาแล้ว ฌอน โอนีล ยังกล่าวถึงประเด็นเมียนมาด้วยว่า ไทยไม่ควรให้การยอมรับรัฐบาลทหารในเมียนมา พร้อมย้ำจุดยืนของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ไม่สนับสนุนให้กองทัพเมียนมาจัดการเลือกตั้งตบตาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้

ฌอน โอนีล กล่าวว่า "ถ้าได้รับการยืนยันตำแหน่งแล้ว ผมจะผลักดันให้ไทยไม่รับรองการเลือกตั้งที่ไม่มีประชาชนเข้าร่วมเกินกว่า 50% ของทั้งประเทศ ในขณะที่ผู้นำฝ่ายค้านส่วนใหญ่ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...