โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

'ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์' เปิดสูตรรอด SC Asset เจาะยุคภูเขาน้ำแข็งอสังหาฯ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 31 ก.ค. 2568 เวลา 00.47 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 23.06 น.

ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญแรงกระแทกจากทุกทิศทาง ทั้งยอดขายที่หดตัว หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูง และบรรยากาศการใช้จ่ายที่ชะลอตัว บรรดาผู้ประกอบการจำนวนมากต่างอยู่ในภาวะชะงักงัน กลยุทธ์เดิมๆ ไม่อาจใช้ได้ผลในยุคที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ

ในห้วงวิกฤตเช่นนี้นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแห่งบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กลับเลือกจะเดินหน้าฝ่ากระแสเผชิญหน้ากับ “ภูเขานํ้าแข็งแห่งอสังหาฯ” ที่ประกอบด้วย 3 ยอดแหลมคือ เศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูง และซัพพลายล้นตลาด ถือเป็นบททดสอบสำคัญที่ต้องด้วยการวางแนวทางใหม่ที่ชัดเจน

โดยใช้ทั้งความเชื่อมั่น (Believe) กันชนทางการเงิน (Buffer) และการผสมผสานธุรกิจอย่างมีกลยุทธ์ (Blend) หรือ 3B ซึ่งไม่ใช่แค่เครื่องมือบริหารธุรกิจ แต่เป็นปรัชญาในการขับเคลื่อนองค์กรให้ เพื่อพาองค์กรฝ่าวิกฤต และเติบโตอย่างยั่งยืนในวันที่สถานการณ์เปลี่ยนเร็วเกินความคาดหมาย

ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์

แนวคิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากการวิเคราะห์เชิงตัวเลข แต่เกิดจากประสบการณ์ตรงของเขาและทีมงานที่ต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังโควิด-19 ที่ทุกความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ

“เราพบว่าการมีแค่แผนธุรกิจแบบเดิม ๆ ไม่เพียงพออีกต่อไป เราจึงต้องออกแบบพอร์ตใหม่ที่ไม่เพียงตอบโจทย์วันนี้ แต่ต้องยืดหยุ่นและรองรับอนาคต”

นายณัฐพงศ์เล่าว่า 3B ไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ แต่เป็นกรอบความคิดที่ SC ใช้ในการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ทุกด้าน ทั้งด้านการลงทุน การเลือกทำเล การสร้างแบรนด์ และการบริหารความเสี่ยง 3B จึงเป็นเหมือนสิ่งที่ SC ยึดถือไว้ตลอด เพื่อปรับตัวในแต่ละจังหวะของเศรษฐกิจ

“เราวางแผนเผชิญวิกฤตนี้ด้วย 3 เครื่องยนต์ ได้แก่ Engine 1 คือ ธุรกิจที่สร้างกำไร อาทิ บ้านแนวราบและคอนโดมีเนียม ซึ่งจะสร้างรายได้และผลตอบแทนหลักในระยะสั้น Engine 2 คือ ธุรกิจที่สร้างการเติบโต ได้แก่ รายได้ประจำจากอสังหาฯ ให้เช่า เช่น คลังสินค้า โรงแรม ออฟฟิศ และ Engine 3 ธุรกิจอนาคต เช่น Wellness หรือ Data Center ซึ่งยังอยู่ระหว่างศึกษาและวางแผนลงทุน”

สามเครื่องยนต์นี้เป็นกลยุทธ์เชิงพอร์ตภายใต้แนวคิด Blend ที่มุ่งกระจายธุรกิจให้หลากหลาย ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเพียงเซ็กเมนต์เดียว โดยเฉพาะในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่สามารถคาดเดาได้เหมือนอดีต การมีพอร์ตที่ผสมผสานทั้งธุรกิจที่สร้างกำไรทันที (Engine 1) รายได้ประจำระยะกลาง (Engine 2) และธุรกิจอนาคต (Engine 3) จึงเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่รอด

อีกหนึ่งความน่าสนใจคือใน 3 เครื่องยนต์ขับเคลื่อนธุรกิจ (3 Engines) ที่ SC วางไว้อย่างชัดเจนนี้ กลับกลายเป็นโครงสร้างเชิงปฏิบัติที่สะท้อนการนำ 3B มาใช้จริงอย่างเห็นได้ชัด โดย Engine 1 คือผลลัพธ์จาก Believe ในแบรนด์และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ SC ในด้านต่างๆ ที่แปรสภาพเป็นยอดขายและกำไร Engine 2 คือ Buffer ที่สร้างรายได้ประจำอย่างมั่นคง แม้ในวันที่ยอดขายชะลอตัว ขณะที่ Engine 3 คือตัวแทนของ Blend ซึ่งหมายถึงการผสมผสานแนวคิดและการลงทุนในเทรนด์ใหม่ ๆ เพื่อสร้างอนาคต

ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2568 SC ตั้งเป้าให้สัดส่วนกำไรจาก Engine 1 อยู่ที่ 85% และ Engine 2 อยู่ที่ 15% พร้อมเป้าหมายระยะยาวใน 5 ปีข้างหน้าที่จะปรับสัดส่วนเป็น 75% ต่อ 25% ตามลำดับ ส่วนในด้านเงินลงทุนในอนาคตจะมีการกระจาย 70% ไปที่ Engine 1, 25% ไปที่ Engine 2 และอีก 5% ลงทุนใน Engine 3

นอกจากนี้ นายณัฐพงศ์ ยังเปิดเผยว่า ภาวะตลาดแนวราบยังมีการแข่งขันด้านราคาสูง โดยเฉพาะในช่วงปี 2566-2567 ที่มีซัพพลายล้นตลาด ทำให้ผู้ประกอบการเร่งระบายสต๊อกเพื่อรักษาสภาพคล่อง ก่อให้เกิดสงครามราคาที่รุนแรงในบางพื้นที่ บ้านระดับราคาไม่เกิน 20 ล้านบาทกลายเป็นสมรภูมิที่ผู้เล่นต่างต้องหั่นราคาจนอัตรากำไรขั้นต้น (GP) เหลือเพียง 25-28%

ในอีกด้าน ตลาดบ้านระดับไฮเอนด์กลับสะท้อนภาพที่ต่างออกไป ลูกค้ากลุ่มนี้แม้จะเริ่มหันมาใช้สินเชื่อมากขึ้นแทนเงินสด แต่ยังคงมีกำลังซื้อและความมั่นใจสูง โดยเฉพาะโครงการที่ออกแบบตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และมีแบรนด์น่าเชื่อถือ GP ของบ้านกลุ่มนี้ยังรักษาไว้ได้มากกว่า 30%

“ลูกค้ากลุ่มนี้จะไม่มองหาแค่บ้าน แต่เขามองหาประสบการณ์ชีวิตแบบครบวงจร ถ้าทำให้เขาเชื่อมั่นได้ เขาพร้อมจะซื้อทันที”

ปัจจุบัน ผู้บริโภคเปลี่ยนจากใช้เงินสดไปพึ่งการกู้มากขึ้น แม้แต่ลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์ก็เริ่มปรับพฤติกรรมเช่นกัน ทำให้แนวโน้มดอกเบี้ยขาลงและการผ่อนคลายมาตรการ LTV ถูกคาดหวังว่าจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการซื้อในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่นโยบาย

ซื้อหนี้จากประชาชนยังอยู่ระหว่างการรอดูรายละเอียด ซึ่งนายณัฐพงศ์ยังประเมินว่า ภาพรวมจะชัดเจนขึ้นในช่วงสองไตรมาสสุดท้ายของปี ทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจ การเมือง นโยบายรัฐที่ออกผล รวมถึงผลกระทบจากการเจรจาภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ ก็อาจมีผลต่อทิศทางการลงทุนในภูมิภาคและบรรยากาศเศรษฐกิจโดยรวม

สำหรับเป้าหมายทั้งปี 2568 SC วางเป้าพัฒนาโครงการรวม 115 โครงการ แบ่งเป็นแนวราบ 96 โครงการ มูลค่า 94,500 ล้านบาท และโครงการสร้างรายได้ประจำอีก 19 โครงการ โดยในช่วงครึ่งปีแรกใช้งบลงทุนไปแล้ว 20% จากงบรวมทั้งปี 7,000 ล้านบาท หากผลประกอบการครึ่งปีหลังเป็นไปตามเป้า จะเดินหน้าลงทุนเพิ่มเติมโดยเน้นกระจายความเสี่ยงระหว่าง 3 Engine

ในส่วนของ Engine 2 หรือธุรกิจรายได้ประจำ SC มีคลังสินค้าให้เช่ากว่า 100,000 ตร.ม. และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 150,000 ตร.ม. ภายในสิ้นปี โดยมีลูกค้าครอบคลุมทั้งโลจิสติกส์ โรงงาน และดาต้าเซ็นเตอร์ พื้นที่เช่า ณ ปัจจุบันเต็ม 100% สะท้อนความต้องการสูงของตลาด นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดโรงแรมใหม่ 2 แห่งในสุขุมวิทและพัทยา รวมจำนวนห้องพักรวม 895 ห้อง เพื่อรองรับการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว

ส่วน Engine 3 ธุรกิจอนาคต SC อยู่ระหว่างศึกษาการพัฒนาโครงการ Wellness ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตในไทยในระยะยาว โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับศักยภาพด้านการแพทย์ในประเทศไทย เพื่อวางรากฐานระยะยาวให้กับบริษัทในอนาคต

ทั้งนี้ SC ยํ้าเป้าหมายการเติบโตแบบมั่นคงและยั่งยืน ผ่านการบริหารความเสี่ยงแบบรอบด้าน ทั้งด้านตลาด แหล่งทุน และพันธมิตร โดยปัจจุบันมีการร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติอย่างสมํ่าเสมอ เช่น การร่วมทุนกับ Tokyu, Syntec และพันธมิตรอื่นๆ รวมแล้วกว่า 10 โครงการ และอยู่ระหว่างเจรจาอีก 4-5 โครงการในอนาคต เพื่อเสริมแกร่งในทุกพอร์ตธุรกิจ

“ตลาดอสังหาฯ ในวันนี้เหมือนเป็นช่วงคัดเลือกตัวจริง ใครผ่านไปได้คือคนที่แข็งแรงจริง มีแบรนด์ที่คนเชื่อมั่น มี Buffer ที่ดี และมีการ Blend ที่รอบด้าน” นายณัฐพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย

หน้า 20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 45 ฉบับที่ 4,118 วันที่ 31 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...