ศึกเดลิเวอรี่เดือด! “หุ้น Alibaba” ร่วง 28% ท่ามกลางสงครามราคา เสี่ยงขาดทุนหนัก 1 แสนล้านดอลล์
หุ้น Alibaba ร่วง 28% ท่ามกลางการแข่งขันด้านบริการส่งอาหารที่รุนแรงขึ้นกับ JD.com และ Meituan นักวิเคราะห์คาดอาจขาดทุนสูงถึง 1 แสนล้านดอลล์ ขณะที่ภาครัฐเริ่มแสดงความกังวลต่อผลกระทบของสงครามคูปอง
วันที่ 11 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.53 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่าหุ้น Alibaba ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงร่วงลงถึง 28% จากจุดสูงสุดเมื่อเดือนมีนาคมจนถึงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเกือบ 2 เท่า ของดัชนีที่ใช้วัดหุ้นเทคโนโลยีจีน ขณะที่คู่แข่งอย่าง JD.com และ Meituan ก็ปรับตัวลงในระดับใกล้เคียงกัน ท่ามกลางกระแสข่าวรายวันเกี่ยวกับความพยายามของรัฐบาลจีนในการควบคุมการแข่งขันที่รุนแรงจนกลายเป็นภาวะที่เรียกว่า“Involution” (การแข่งขันในทางทำลาย)
โบรกเกอร์อย่างน้อย 4 ราย เช่น Goldman Sachs และ HSBC ได้ปรับลดราคาเป้าหมายของ Alibaba ลงเฉลี่ย 8% ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายน เนื่องจากสงครามธุรกิจระลอกใหม่เริ่มทวีความรุนแรง
Luo Jing ผู้อำนวยการฝ่ายลงทุน บริษัท Value Partners Group ในฮ่องกง กล่าวว่า “การแข่งขันรอบนี้อาจลากยาวกว่าที่คาดไว้ …ผู้เล่นในตลาดมีฐานะการเงินแข็งแกร่งกว่ารอบก่อน มีเงินสดมากขึ้น และกระแสเงินสดที่ดีกว่า”
ขณะที่กลยุทธ์ด้านบริการส่งอาหารของ Alibaba ทำให้นักลงทุนเบนความสนใจจากการเติบโตของหุ้นที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายใต้การนำของ DeepSeek ที่เคยทำให้ราคาหุ้น Alibaba พุ่งขึ้นกว่า 80% ในช่วงสองเดือนแรกของปี โดย Alibaba ได้รวมหน่วยธุรกิจส่งอาหารเข้ากับธุรกิจหลัก และเพิ่มเงินสนับสนุนด้านราคาหลังจาก JD.com เข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์
การแข่งขันนี้มีค่าใช้จ่ายมหาศาล โดย Nomura ประเมินว่า Alibaba, Meituan และ JD.com ได้ใช้เงินมากถึง 4 พันล้านดอลลาร์ เพื่อลดราคาสินค้าในไตรมาส 2 เพียงไตรมาสเดียว และมองว่า Alibaba เป็นผู้กำหนดทิศทางและความรุนแรงของสงครามคูปอง
Meituan ประกาศเมื่อวันเสาร์ว่าจะเข้าสู่โหมดรุกกับ Alibaba ขณะที่ JD.com เปิดตัวโครงการจูงใจใหม่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งการดำเนินการที่รุนแรงเช่นนี้ทำให้รัฐบาลวิจารณ์อย่างหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรม รวมถึง สุขภาพของคนขับส่งอาหาร และความปลอดภัยด้านอาหาร
Goldman Sachs คาดว่า Alibaba อาจขาดทุนถึง 41,000 ล้านหยวน หรือราว 5.7 พันล้านดอลลาร์ จากธุรกิจส่งอาหารในช่วง 12 เดือนถึงมิถุนายนปีหน้า คิดเป็น 1 ใน 3 ของกำไรสุทธิในปีบัญชีล่าสุด
Charlene Liu นักวิเคราะห์ของ HSBC ระบุว่า “การลงทุนอย่างหนักในธุรกิจส่งอาหารและซื้อของทันที (insta-shopping) จะกดดันผลประกอบการในระยะสั้นอย่างมีนัยสำคัญ” พร้อมลดราคาเป้าหมายของ Alibaba ลง 15%
ทั้งนี้ EPS (กำไรต่อหุ้น) คาดการณ์ล่วงหน้า 12 เดือนของ Alibaba ลดลงประมาณ 6% ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม ถึงกระนั้นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมีมุมมองเชิงบวก โดยมี 44 คำแนะนำ “ซื้อ” และไม่มีคำแนะนำ “ถือ” หรือ “ขาย” แต่อย่างใด ราคาหุ้นยังถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ โดยมีค่า P/E ต่ำกว่า 11 เท่า
ด้านความเสี่ยงขาขึ้น นักวิเคราะห์ Julia Pan จาก UOB Kay Hian มองว่า รัฐบาลอาจเข้ามาแทรกแซงเพื่อควบคุมการแข่งขันด้านราคาหากสถานการณ์เลวร้ายลง และระบุว่ามูลค่าหุ้นในปัจจุบันต่ำมากจนดึงดูดการเข้าซื้อจากนักลงทุน
หุ้น Alibaba ปรับขึ้นสูงสุด 3.5% ในวันศุกร์ ท่ามกลางกระแสราคาหุ้นที่ฟื้นตัวในตลาดฮ่องกง แต่ความระมัดระวังของนักลงทุนยังคงอยู่ จนกว่าจะมีจุดจบที่ชัดเจนของ การลดราคาอย่างรุนแรง โดยเฉพาะหากสถานการณ์นี้นำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรต่อเนื่อง และจำกัดการลงทุนในธุรกิจ AI ซึ่งถือเป็นความหวังระยะยาวของบริษัท
Nicholas Chui, ผู้จัดการพอร์ตของ Franklin Templeton กล่าวว่า “เราต้องจับตาการแข่งขันด้านราคาที่อาจลุกลามจนบางบริษัทเลือกที่จะยึดครองส่วนแบ่งตลาดโดยยอมแลกกับความสามารถในการทำกำไร …สำหรับนักเลือกหุ้น เราจะเลี่ยงหุ้นประเภทนี้”
อ้างอิง : finance.yahoo.com