โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘คิง เพาเวอร์’ ขอยกเลิกดิวตี้ฟรีภูมิภาค อ้าง ‘7 สถานการณ์รุมเร้า’ มือตก-ขาดทุน ติงรัฐไร้มาตรการเชิงรุกดึง นทท.

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 19.13 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 18.31 น.

‘คิง เพาเวอร์’ ทำหนังสือถึง AOT ขอยกเลิกสัญญาดิวตี้ฟรีภูมิภาค อ้าง ‘7 สถานการณ์รุมเร้า’ มือตก-ขาดทุน ติงรัฐไร้มาตรการเชิงรุกดึงนักท่องเที่ยว

รายงานข่าวจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “AOT” เปิดเผยว่า ช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2568 ทาง AOT ได้รับหนังสือจาก บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 เรื่อง ขอหารือแนวทางในการพิจารณายกเลิกสัญญาอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ส่งถึงกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ของ AOT โดยอ้างถึงสัญญาอนุญาตใประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต , เชียงใหม่ และหาดใหญ่ สัญญาเลขที่ ทอท. DF-1-02/2562 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 และบันทึกข้อตกลงแก้ไขเพิ่มเติมต่อท้ายสัญญาอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต , เชียงใหม่ และหาดใหญ่ สัญญาเลขที่ ทอท. DF-1-02/2562 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 แก้ไขครั้งที่ 1 ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 และบันทึกข้อตกลงแก้ไขเพิ่มเติมต่อท้ายสัญญาอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต , เชียงใหม่ และหาดใหญ่ สัญญาเลขที่ ทอท. DF-1-02/2562 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 แก้ไขครั้งที่ 2 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2565 นั้น มีรายละเอียดดังนี้

ตามสัญญาฯ และบันทึกฯ ที่อ้างถึง บริษัท คิง เพาเวอร์ คิวตี้ฟรี จำกัด (บริษัท คิง เพาเวอร์) ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ จากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “ทอท.” นับตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาดม 2576 นั้น

บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ขอเรียนว่า การได้มาซึ่งสัญญานั้น มาจากการเข้าร่วมการยื่นข้อเสนอทางเทคนิคและข้อเสนอค่าตอบแทน ตามเอกสารการขึ้นข้อเสนอการดำเนินงานเลขที่ 5/2562 เรื่อง งานให้สิทธิประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ โดยบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ได้รับการคัดเลือกจาก ทอท.ให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ซึ่งค่าตอบแทนที่ ทอท. เรียกเก็บอยู่นั้นสูงกว่าค่าตอบแทนที่บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ เสนอในการยื่นประมูล

ต่อมา เมื่อเกิดสถานการณ์ Covid-19 ทอท. ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการคำนวณค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำเป็นค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำต่อผู้โดยสาร (Sharing Per Head) จำนวน 127.30 บาท โดยเรียกเก็บจากผู้โดยสารขาออก, ผู้โดยสารผ่าน และผู้โดยสารขาเข้า

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์ Covid-19 จะคลี่คลายลง แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์ที่บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ไม่คาดคิด และก่อให้เกิดผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าปลอดอากรของบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ อันเป็นเหตุดวิสัย ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์สงครามในหลายภูมิภาคที่ยืดเชื้อ และยังไม่ยุติ, เหตุการณ์สงครามทางการค้า และการกีดกันทางการค้า โดยเฉพาะการใช้กำแพงภาษีมาเป็นเครื่องมือ , เหตุการณ์การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ที่ทำให้อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศชะลอตัวลง หรือ เหตุการณ์ภายในประเทศไทยที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวชาวจีน และทำให้จำนวนผู้โดยสารชาวจีน ซึ่งเป็นผู้โดยสารที่มีกำลังซื้อสูงสุดลดน้อยลงเป็นจำนวนมาก จนเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องหยิบยกขึ้นมา เป็นประเด็นหลักที่ต้องได้รับการแก้ไข

เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ต่างส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการบริโภค, กำลังซื้อ และทำให้ผู้บริโภคเลือกที่จะประหยัด และจับจ่ายซื้อสินค้าน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น และส่งผลทำให้ยอดขายโดยเฉลี่ยต่อผู้โดยสาร (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผู้บริโภคทั่วโลก) ลดลงทั้งในทางตรง (การที่ผู้โดยสารทั่วไปไม่มั่นใจในการบริโภคและเลือกที่จะซื้อสินค้าน้อยลงไม่ขยายตัวตามที่ควรจะเป็น) และทางอ้อม (การที่สัดส่วนผู้โดยสารชาวจีนที่มีกำลังซื้อสูงสุดลดลงเป็นจำนวนมาก)

ต่อมาเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2567 กรมศุลกากรมีหนังสือถึงบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ เพื่อขอความร่วมร่วมมือจากบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ให้หยุดดำเนินการร้านค้าปลอดอากรขาเข้า ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป โดยระบุเหตุผลว่า เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของภาครัฐ ซึ่งบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ จำเป็นต้องให้ความร่วมมือ และปฏิบัติตามโดยไม่มีทางเลือกอื่นใด การที่จะต้องหยุดประกอบการร้านค้าปลอดอากรขาเข้าดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อการประกอบการของบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ และแตกต่างจากเจตนาของเงื่อนไขการประมูลโครงการดังกล่าว รวมถึงไม่สอดคล้องกับสิทธิในการประกอบการ ตามสัญญาอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ได้รับผลกระทบต่อการประกอบการอันเป็นเหตุสุดวิสัย และไม่ได้เกิดจากการกระทำ และความผิดของบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ แต่ประการใดเลย นอกเหนือจากที่ ทอท. ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือต่อบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ จากผลกระทบดังกล่าวแต่ประการใดแล้ว ทอท. กลับใช้วิธีคำนวณจำนวนเงินค่าตอบแทนที่ลดลงจากการหายไปของร้านค้านค้าปลอดอากรขาเข้าอย่างไม่เป็นธรรม โดยการใช้วิธีคำนวณค่าตอบแทนที่ลดลงจากสัดส่วนของจำนวนพื้นที่ของร้านค้านค้าปลอดอากรขาเข้างนั้น (ทอท. เป็นผู้กำหนดจำนวนพื้นที่ร้านค้าปลอดอากรขาเข้าในTOR)

ทั้งที่ ก่อนหน้านี้ ทอท. ใช้วิธีการเรียกเก็บค่าตอบแทนโดยการเก็บค่าตอบแทนแทนเฉลื่อต่อผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นผู้โดยสารขาออก ผู้โดยสารผ่าน และผู้ใดยสารขาเข้า ในอัตราเท่า ๆ กัน ดังนั้น เมื่อจำเป็นต้องยุติการประกอบการของร้านค้าปลอดอากรขาเข้า ทอท.จึงควรนำค่าตอบแทนเฉลี่ยต่อผู้โดยสารในอัตราที่เคยเรียกเก็บก่อนหน้านี้ (127.30 บาท ต่อผู้โดยสารรวม) มาคำนวณจากจำนวนผู้โดยสารที่อยู่ในพื้นที่ที่ยังสามารถประกอบกิจการได้ อันได้แก่ ผู้โดยสารขาออกและผู้โดยสารผ่านเท่านั้น

ดังนั้น การที่ ทอท. ใช้แนวทางในการคำนวณค่าตอบแทนที่ปรับลดลงจากสัดส่วนของพื้นที่ของร้านค้าปลอดอากรขาเพียงอย่างเดียว จึงเป็นการพิจารณาที่ไม่เป็นธรรม และคำนึงถึงประโยชน์ของ ทอท.เพียงฝ่ายเดียว และเป็นการเอาปรียบผู้ประกอบการเป็นอย่างยิ่ง

บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ขอเรียนว่า นับตั้งแต่บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ได้เริ่มประกอบกิจการตามสัญญาเป็นต้นมา ได้เกิดสถานการณ์ต่างๆ มากมาย ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัย และไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยไม่ได้เกิดจากการกระทำและความผิดของบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ แต่ประการใดเลย เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ส่งผลทั้งในทางตรง และทางอ้อม เป็นผลให้บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ไม่สามารถประกอบการและปฏิบัติตามสัญญาที่ได้ตกลงไว้ อีกทั้งยังส่งผลให้บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ต้องประสบกับภาวะการขาดทุนมาโดยตลอด โดยจำแนกเหตุการณ์ต่างๆเป็นข้อๆ ได้ดังนี้

1. การหยุดดำเนินการร้านค้าปลอดอากรขาเข้า จากนโยบายภาครัฐ

ความจำเป็นในการให้ความร่วมมือกับกรมศุลกากร เพื่อให้เป็นตามนโยบายของภาครัฐ โดยการหยุดดำเนินการร้านค้าปลอดอากรขาเข้า ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นมา เป็นเหตุให้บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ได้รับผลกระทบต่อการประกอบการ อันมิได้มาจากการกระทำ และความผิดของบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ นอกจากนี้ บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ยังได้รับผลกระทบจากวิธีคำนวนวณจำนวนเงินค่าตอบแทนที่ลดลงจากการหยุดประกอบกิจการร้านค้าปลอดอากรขาเข้าอย่างไม่เป็นธรรม เนื่องจาก ทอท. คำนวณค่าตอบแทน โดยการปรับค่าตอบแทนลงตามสัดส่วนพื้นที่ร้านค้าปลอดอากรขาเข้าที่หยุดดำเนินการ ซึ่งแตกต่างจากการเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำต่อผู้โดยสารก่อนหน้านี้ที่ใช้วิธีจัดเก็บในอัตรา 127.30 บาท ต่อผู้โดยสารขาออก.ผู้โดยสารผ่าน และผู้โดยสารขาเข้าในอัตราเท่า ๆ กัน

ดังนั้น เมื่อการประกอบการของร้านค้าปลอดอากรขาเข้าจำเป็นต้องยุติลง ทอท. ควรจัดเก็บค่าตอบแทนขั้นต่ำต่อผู้โดยสารในอัตราเดิม โดยคำนวณจากจำนวนผู้โดยสารขาออก และผู้โดยสารสารผ่าน ซึ่งเป็นผู้โดยสารที่อยู่ภายในพื้นที่ที่บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ยังสามารถประกอบกิจการได้เท่านั้น

บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ขอเรียนว่าความจำเป็นต้องหยุดประกอบการร้านค้าปลอดอากรขาเข้านั้น มิได้เกิดจากการกระทำ และความผิดของบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ อีกทั้งยังส่งผลทำให้การประกอบการแตกต่างจากเจตนาของ TOR และสัญญาฯ อย่างมีนัยสำคัญ บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ คือ ผู้ได้รับผลกระทบ และ ทอท. ในฐานะคู่ค้าและคู่สัญญามาเป็นเวลานาน และในฐานะที่ ทอท. เป็นเจ้าของสถานที่ ทอท. ควรเข้ามาให้ความช่วยเหลือเยียวยาเพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว เพื่อที่บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ สามารถประคองธุรกิจได้ และย่อมส่งผลดีต่อ ทอท. ในคราวเดียวกัน

แต่ ทอท. กลับใช้วิธีคำนวณค่าตอบแทนที่ลดลงตามสัดส่วนของขนาดพื้นที่ร้านค้าปลอดอากรขาเข้าเพียงอย่างเดียว โดยมิได้คำนึงถึงผล กระทบทางธุรกิจ, ยอดขายที่ลดลง และผลกระทบต่อสัญญาและการประกอบการที่มิได้เป็นไปตามความตั้งใจของบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ เมื่อครั้งเข้าร่วมประมูลโครงการฯ และมิได้เป็นไปตามเจตนาของสัญญาที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามไว้ร่วมกัน

2. การลดภาษีสินค้าประเภทไวน์อันส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายภายในร้านค้าปลอดอากร

ตามที่มีประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากร ตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่ 7) ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 โดยยกเว้นอากรสินค้าไวน์ที่ระบุ ในประกาศฯ (จากเดิมที่อัตราอากรอยู่ที่ร้อยละ 60) ส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายสินค้าประเภทนี้ เนื่องจากความแตกต่างของราคาจำหน่ายของไวน์ในร้านค้าปลอดอากร และในร้านค้าภายในประเทศลดน้อยลงมาก จนมาอยู่ในระดับที่ใกล้เดียงกัน ทำให้ผู้โดยสารไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องซื้อสินค้าประเภทไวน์จากร้านค้าปลอดอากร รวมถึงก่อให้เกิดความไม่มั่นใจต่อราคาจำหน่ายของสินค้าปลอดอากรในประเภทอื่นๆ ตามมา และส่งผลต่อการตัดสินใจในการซื้อสินค้าปลอดอากร โดยการตรวจสอบราคาจำหน่ายกับสินค้าภายในประเทศ เพื่อให้เกิดความมั่นใจก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ผลกระทบดังกล่าวเกิดขึ้นโดยมิได้เกิดจากการกระทำ หรือ ความผิดของบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ แต่ประการใด และ ทอท. ก็มิได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือแก่บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าวเช่นเคย

3. การขอคืนพื้นที่ประกอบกิจการของ ทอท.

การที่ทอท. ขอคืนพื้นที่ประกอบกิจการบางส่วนของบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ (เนื้อที่ประมาณ 491.220 คารางเมตร)นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป ซึ่ง ทอท. ใช้วิธีคำนวณจำนวนเงินค่าตอบแทนที่ต้องชำระไห้แก่ พอท.ที่ปรับลดลงโดยการคำนวณตามสัดส่วนของจำนวนพื้นพื้นที่ของร้านค้าปลอดอากรที่ ทอท. ขอคืน โดยมิได้คำนึงถึงผลกระทบต่อการประกอบการของบริษัทคิง เพาเวอร์ ฯ หรือ ผลกระทบต่อยอดจำหน่ายสินค้าจากการที่พื้นที่จำหน่ายสินค้าลดลง ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าวมิได้เกิดจากการกระทำ หรือ ความผิดของบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ แต่อย่างใด

ดังนั้น การคำนวณค่าตอบแทนที่คำนึงถึงถึงถึงเฉพาะจำนวนพื้นที่ที่ลคลง โดยไม่ได้มองถึงยอดรายได้ที่ลดลงตามพื้นที่ที่หายไป จึงไม่มีความเป็นธรรมต่อบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ทั้งนี้ บริษัทคิง เพาเวอร์ ฯ ขอเรียนว่าถึงแม้ ทอท. จะเห็นว่าการขอคืนพื้นที่ดังกล่าวทำให้ต้นทุนคำตอบแทนลดลงแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากการขอคืนพื้นพื้นที่ย่อมทำให้ยอดจำหน่ายของพื้นที่นั้นหายไป และเมื่อยอดจําหน่ายของพื้นที่นั้นหายไป ย่อมทำให้ยอดจำหน่ายโดยรวมลดลง ส่งผลให้ตันทุนอื่นๆ จะมีอัตราต่อยอดจำหน่ายคงหลือสูงขึ้น และทำให้ผลประกอบการกลับย่ำแย่ลง แต่ ทอท. กลับพิจารณาเพียงมิติเดียว โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบด้านอื่นของบริษัท ซึ่งมิติเดียวที่ทอท.พิจารณานั้นคือ มิติที่ต้องส่งผลกระทบต่อรายได้ของทอท.น้อยที่สุด ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ เลย

4. การขาดมาตรการเชิงรุกของภาครัฐในการบริหารจัดการความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวส่งผลให้การลดลงของนักท่องเที่ยวชาวจีน

จากสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศจีน และนโยบายของรัฐบาลจีนที่ส่งเสริมให้ชาวจีนท่องเที่ยวภายในประเทศจีนเป็นหลัก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งมีศักยภาพในการจับจ่ายใช้สอยสูงสุดลดลดน้อยลงอย่างมาก ซึ่งนอกจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจภายในประเทศจีนแล้ว ยังมีปัจจัยเรื่องการขาคความเชื่อมั่น ในด้านความปลอดภัยของประเทศไทยที่เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวขาวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมีจำนวนลดลงอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์การลักพาตัวนักแสดงขาวจีน หรือเหตุการณ์อาชญากรรมทางไซเบอร์ หรือแก๊งส์ call center ที่มีอยู่หลายกลุ่ม แม้ว่ารัฐบาลไทยจะออกมาตรการต่างๆ เพื่อสกัดปัญหานี้แล้วก็ตาม แต่ความมั่นใจของนักท่องเที่ยวชาวจีนก็ยังไม่กลับมาท่องเที่ยวในประเทศไทยตามปกติที่เคยเป็นในปี 2562 สาเหตุเหล่านี้เป็นเหตุที่ยิ่งสร้างความตระหนักให้ชาวจีนรู้สึกขาดความเชื่อมั่นในประเทศไทย และไม่เลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่จะเดินทาง เป็นผลให้สัตส่วนผู้โดยสารชาวจีนที่มีกำลังซื้อ
สูงสุดลดน้อยอมป็นจำนวนมาก และส่งผลให้ยอดขายเฉลี่ยต่อสู้โดยสารถคน้อยลง ทำให้ต้นทุนทุนคำตอบแทนต่อผู้โดยสารอยู่
ในอัตราที่สูงขึ้น จนบริษัทคิง เพาเวอร์ ฯ ต้องประสบกาวะขาดทุนอย่างหนัก

ข้อเท็จจจริงที่ผู้โดยสารชาวจีนลดน้อยลง (โดยเฉพาะน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมา ถึงแม้ปีที่ผ่านมาผู้โดยสารชาวจีนมีจำนวนวนน้อยกว่าปี 2562 เป็นจำนวนมากก็ตาม) และกระทบค่อผู้ประกอบการทุกรายนั้น ทอท. ทราบดี แต่จนถึงวันนี้ ทอท. ยังมิได้เข้ามาดูแลหรือมีส่วนร่วมในการแบกรับผลกระทบร่วมกับผู้ประกอบการแต่ประการใดเลย ปล่อยให้ผู้ประกอบการแบกรับภาระและดิ้นรนด้วยคนเองอยู่ในปัจจุบัน

5. สถานการณ์ภายในประเทศไทยอันส่งผลทางลบต่อจำนวนนักท้องเที่ยวและจำนวนผู้โดยสาร

ตามที่ประเทศไทยกิดเหตุกรณ์ต่างๆ เช่น การย้ายฐานการผลิตของบริษัทต่างชาติ หรือการปิดตัวของบริษัทในหลายๆอุตสาหกรรม อันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจ, อาชญากรรมทางไซเบอร์ (แก๊งส์ call center) หรือการถล่มของตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน จากการเกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งส่งผลให้ความเชื่อมั่นในประเทศลดลง โดยนักท่องเที่ยวต่างก็ขาดความเชื่อมั่นในความปลอดภัยที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย จนเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นหลักที่ต้องใด้รับการแก้ไข เนื่องจากเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ค่างส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และทำให้จำนวนผู้โดยสารชะลอตัวและปรับลดลลงในบางสัญชาติ

นอกจากนี้ยังมีสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศที่เป็นปัจจัยทำให้ค่าครองชีพในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งตัวและไม่เป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมท่องที่ยวของไทย ซึ่งเหล่านี้ได้เปลี่ยนมุมมองของนักท่องเที่ยวที่มีต่อประเทศไทยไปจากเดิม และส่งผลให้นักท่องเที่ยวย้ายฐานไปท่องเที่ยวประเทศอื่น เช่น ญี่ปุ่น หรือ เวียดนาม ที่มีความปลอดภัยและค่าเงิน คำครองชีพที่จูงใจกว่าจนทำให้ประเทศไทยไม่ใช่จุดหมายปลายทางอันดับดับดันๆของนักท่องเที่ยวอีกต่อไป โดยเฉพาะของนักท่องเที่ยวชาวจีน

6. สถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 เป็นเหตุให้แต่ละประเทศมีมาตรการจำกัดการเดินทางเพื่อป้องกันหรือลดการแพร่ระบาดของ Covid-19 จากมาตรการของประเทศต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ Covid-19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องที่ยวของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เป็นเหตุให้จำนวนผู้ใดยสารลดลง โดยเฉพาะผู้โดยสารชาวจีน ซึ่งเป็นผู้โดยสารที่มีกำลังซื้อสูงสูงสุดลดลงจากปี 2562 เป็นจำนวนมาก และถึงแม้ภายหลังสถานการณ์ Covid-19 19 ได้คลี่คลายลง ก็เกิดการชะลอตัวทางศรษฐกิจ ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจับจ่ายใช้สอย โดยเลือกซื้อสินค้า และใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้น จึงทำให้กระทบต่อกำลังซื้อโดยรวม และทำให้คุณภาพและกำลังซื้อต่อหน่วยไม่เติบโตอย่างที่ควจะเป็น มิได้ลดลงเพียงในเชิงปริมาณของจำนวนผู้โดยสาร ซึ่งข้อเท็จจริงของสถานการณ์เหล่านี้ ทอท. ย่อมทราบดีและควรเข้ามาให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระพบให้แก่ผู้ประกอบการทุกๆ ราย ซึ่งเป็นคู่ค้า,คู่สัญญาของ ทอท. โดยเฉพาะความช่วยเหลือด้านค่าตอบแทน (ที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น) ที่ผู้ประกอบการทุกรายต้องแบกรับการะและชำระชำระให้แก่ ทอท.

อีกทั้งยังเป็นต้นทุนสูงสุดของผู้ประกอบการทุกราย และเป็นต้นทุนที่ทำให้ผู้ประกอบการประสบภาวะขาดทุน อันเนื่องมาจากค่าตอบเทนที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่ ทอท. กลับนิ่งเฉยและคำนึงเพียงมิให้รายใต้ของตนลดน้อยลง ปล่อยให้ผู้ประกอบการต้องดิ้นรนต่อสู้กับสถานการณ์ต่างๆ เหล่านั้นเองตามลำพัง โดยเฉพาะนับแค่ ทอท..เริ่มบังคับใช้คำตอบแทนขั้นต่ำเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา

7. สถานการณ์สงครามและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

ภายหลังการเกิดการแพร่ระบาดของ Covid-19 ส่งผลให้สภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ซึ่งทุกประเทศต่างก็ได้รับผลกระทบดังกล่าว อีกทั้งยังเกิดสงครามทางการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ 2 ขั้ว (สหรัฐอเมริกาและจีน) ที่มีอิทธิพลและความสำคัญต่อเศรษฐกิฐกิจโลก โดยทั้งสองประเทศมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 1 และ 2 ของโลก

ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยที่เชื่อมโยงกับตลาดและฐานการผลิตทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิดโดยตรง ทั้งนี้ ยังมีประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังที่อาจส่งผลกระทบในระยะยาว โดยยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าสงครามทางการค้าดังกล่าวจะสิ้นสุดอย่างไรและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่ทำให้อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศชะลอตัวลง สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จำนวนผู้โดยสารและส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอย เป็นเหตุให้กำลังซื้อของผู้โดยสารถดถอยลง รวมถึงการเดินทางทั้งในประเทศและระหว่างประเทศลดลง ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่อย่างหลีกเลื่องไม่ได้

จากข้อเท็จจริง สถานการณ์และหตุการณ์ต่างๆ รวมถึงปัจจัยต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น บริษัทขอเรียนว่าเหตุการณ์ทั้งหมดข้างดันนั้น ทอท. ทราบดีในทุกๆ กรณีว่าเป็นเหตุสุดวิสัย และโดยเฉพาะมิได้เกิดจากการกระทำหรือความผิดของบริษัทคิง เพาเวอร์ ฯ แต่ประการใด รวมถึง ทอท. ทราบดีว่าเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านั้น ส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายและการประกอบการของบริษัทคิง เพาเวอร์ ฯ และส่งผลทำให้ค่าตอบแทนที่บริษัทคิง เพาเวอร์ ฯ ต้องชำระให้แก่ ทอท. อยู่ในเกณฑ์ที่สูงผิดปกปกดีกว่าที่ควรจะเป็นและที่ได้เสนอไว้ ทำให้การประกอบการต้องประสบปัญหาขาดทุน โดยที่บริษัทคิง เพาเวอร์ ฯ ได้พยายามประคับประคองอย่างเต็มความสามารถเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อคู่ค้ากว่า 1,000 ราย ไม่นับรวมถึงพนักงานกว่า 4,000 อัตรา และการจ้างงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ในฐานะที่ ทอท. เป็นเจ้าของสถานที่, เป็นผู้มอบสัญญาให้ผู้ประกอบการ และเป็นคู่สัญญานั้น หาก ทอท. เพียงมองว่าระหว่าง ทอท. และผู้ประกอบการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันแล้วนั้น ทอท. ควรที่จะให้ความเป็นธรรมแก่บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ เพื่อบรรเทาผลกระทบอันเกิดจากสถานการณ์ต่างๆ อันเป็นเหตุสุดวิสัยเหล่านั้น อีกทั้งที่มิได้เกิดจากการกระทำและความผิดของบริษัทคิง เพาเวอร์ ฯ แต่ประการใด ซึ่งหากพิจารณาตามสัญญาแล้วนั้น เหตุการณ์ต่างๆ ข้างต้น ทั้งคู่สัญญา (บริษัทคิง เพาเวอร์ ฯ และ ทอท.) ควรต้องเจรจาร่วมกัน เพื่อให้เกิดแนวทางแก้ไขอันเป็นธรรมต่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย มิใช่สิ่งที่ ทอท. ควรกำหนดแนวทางแก้ไขโดยลำพังหรือเพียงเพื่อให้เกิดประโยชน์ หรือผลกระทบแก่ทอท. น้อยที่สุด หรือเพียงเพื่อให้ ทอท. มีคำตอบต่อแนวทางแก้ไขดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งหากพิจารณาตามเนื้อหาและข้อความที่ระบุไว้ในสัญญาเล้วจะพบว่าเหตุการณ์ต่างๆ ข้างต้นสอดคล้องและสามารถดำเนินการและร่วมหารือได้ตามเนื้อหาที่ระบุในข้อสัญญาอย่างตรงไปตรงมา อาทิเช่น

  • ข้อความในข้อ 7.9 หน้า 25**

  • ในกรมีที่เกิดหตุขัดข้อง หรือ มีเหตุจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นเหตุให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถดำเนินการตามสัญญาได้ โดยไม่ได้มีสาเหตุมาจากความผิดจากคู่สัญญาฝ่ายใด คู่สัญญาจะเจรจาเพื่อหาทางแก้ไข

  • ข้อความในข้อ 7.7 หน้า 25**

  • ในกรณีที่ข้อกำหนดของสัญญาข้อใดข้อหนึ่งดกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์หรือใช้บังคับไม่ได้ตามกฎหมาย คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงให้ข้อกำหนดอื่นยังมีผลบังคับกันได้ต่อไป อย่างไรก็ตาม คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะต้องดำเนินการเจรจาเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อสัญญาที่มีผลในทางพาณิชย์

  • ข้อความในข้อ 7.5 หน้า 25**

  • ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับ ทอท. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญานี้ไม่อาจทำได้ เว้นแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้ทำความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา

จากรายละเอียดข้อความตามที่ระบุใว้ในสัญญาข้างต้น จะเห็นได้ว่า หากพิจารณาข้อความและเนื้อหาสัญญาซึ่งระบุให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมาร่วมเจรจาหาข้อยุติที่เป็นธรรมร่วมกันแล้วนั้นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ต่างๆ ย่อมกระทำได้โดยทั้งสองฝ่าย ต้องเจรจาหาทางออกร่วมกัน มิใช่อาศัยเพียงการตัดสินใจของ ทอท.เพียงลำพังแต่ฝ่ายเดียว ดังเช่นที่ ทอท. ได้ปฏิบัติตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามบริษัทคิง เพาเวอร์ ฯ ขอเรียนว่าที่ผ่านมาผลกระทบต่างๆ เป็นผลให้บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ประสบกับภาวะขาดทุนจากการแบกรับภาระอัตราคำตอบแทนที่สูงผิดปกติและไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของสถานการณ์ จนส่งผลให้บริษัทคิง เพาเวอร์ ฯ มีความจำเป็นที่ต้องเลื่อนชำระค่าภาระต่างๆ มาเป็นระยะๆ ซึ่งเหตุการณ์อันส่งผลกระทบเหล่านั้นเป็นเหตุสุดวิสัยอันมิได้เกิดจากการกระทำหรือความผิดจากบริษัทคิง เพาเวอร์ ฯ แต่ประการใดทั้งสิ้น แต่ในทางกลับกัน ทอท. กลับพิจารณาและดำเนินการตามที่ ทอท.เห็นสมควรเพียงลำพัง และเป็นประโยชน์แก่ ทอท. เพียงฝ่ายเดียว โดยมิได้หารือบริษัทฯ เพื่อพาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมต่อทั้งสองฝ้าย หรือมิได้คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ที่มีมากกว่าผลกระทบด้านค่าตอบแทน

ดังนั้น ด้วยเหตุแห่งผลกระทบต่างๆ ที่ยังไม่คลี่คลายในขณะนี้ และยังไม่สามารถคาดเคาให้ว่าจะยุติลงเมื่อไหร่ รวมถึงความไม่มั่นใจในการให้ความเป็นธรรมต่อคู่สัญญาของ ทอท. บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะร้องขอให้เกิดการหารือเพื่อหาแนวทางและข้อยุติอื่นๆ รวมถึงแนวทางในการพิจารณายกเลิกสัญญาอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดดอากร ณ ท่าอากาศยานภูเก็ด ท่ากากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาตใหญ่ ตามที่อ้างถึง เพื่อให้ข้อยุติกายใน 45 วัน

อนึ่ง เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ในระหว่างการพิจารณาของ ทอท. บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ขอนำส่งค่าตอบแทนตามสัญญาประมูลในอัตราร้อยละ 20 ของยอดจำหน่ายสินค้าปลอดอากรในแต่ละเตือน ซึ่งภายหลังสิ้นเดือนเมื่อทราบยอดจำหน่าย บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ จะคำนวณค่าตอบแทนในอัตราร้อยละ 20 และชำระค่าตอบแทนดังกล่าวกายในวันสุดท้ายของเดือนถัดไปให้แก่ ทอท. โดยเริ่มจากยอดจำหน่ายเดือนกรกฎาคม 2568 (เนื่องจากบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการขยายระยะเวลาชำระเงินสำหรับค่าตอบแทนขั้นต่ำเดือนกันยายน 2567 ถึงเตือนมิถุนายน 2568) ซึ่งจะทราบยอดจำหน่ายภายหลังสิ้นเดือนกรกฎาคม 2568 และจะชำระค่าตอบแทนในอัตราร้อยละ 20 ให้แก่ ทอท. ภายในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ซึ่งส่งผลให้บริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ไม่ต้องชำระค่าตอบแทนขั้นต่ำของเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งเดิมบริษัท คิง เพาเวอร์ ฯ ต้องชำระให้แก่ ทอท. ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2568 และขอให้ไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระ โดยขอให้แนวทางการนำส่งค่าตอบแทนข้างต้นมีผลต่อเนื่องไปจนกว่าจะได้ข้อยุติจากการเจรจา

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ขอแสดงความนับถือ
นายอภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา กรรมการผู้มีอำนาจ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด

**[

  • มติบอร์ด AOT แก้สัญญาดิวตี้ฟรี รับคืนพื้นที่ ‘คิง เพาเวอร์’? คาดรายได้หาย 9,218 ล้าน/ปี ](https://thaipublica.org/2025/03/aot-board-amends-duty-free-contract-reclaims-space-from-king-power/)**

**[

  • AOT ยันไม่ได้แก้สัญญาฯ ช่วย ‘คิง เพาเวอร์’ ขาดสภาพคล่อง แค่ยืดจ่ายค่าผลประโยชน์ 18 เดือน ](https://thaipublica.org/2025/02/aot-confirms-no-contract-amendment-assist-king-power-with-liquidity-issues/)**

**[

  • AOT ส่งจม.ถึง ‘คิง เพาเวอร์ – สายการบิน’ อ้างโควิด ยืดจ่ายค่าผลประโยชน์ แก้ขาดสภาพคล่อง ](https://thaipublica.org/2025/02/aot-sends-letter-to-king-power-airlines-extend-benefit-payments/)**

**[

  • ป.ป.ช.ตั้งกรรมการไต่สวน ‘AOT’ ปมแก้สัญญาดิวตี้ฟรี – บริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ เอื้อเอกชน? ](https://thaipublica.org/2024/09/nacc-sets-up-committee-investigate-aot-amendment-duty-free-concession-contract/)**

**[

  • ครม.ยกเลิก ‘ดิวตี้ฟรีขาเข้า’ 8 สนามบิน ](https://thaipublica.org/2024/07/cabinet-cancel-duty-free-sales-goods-import-in-country-8-airports/)**

**[

  • ศาลฎีกายกฟ้องคดีที่ 3 “คิง เพาเวอร์” เรียกค่าเสียหาย “ชาญชัย อิสระเสนารักษ์” 720 ล้านบาท ](https://thaipublica.org/2023/05/the-supreme-court-dismissed-case-against-king-power/)**

**[

  • ศาลอาญาคดีทุจริตฯแจงยกฟ้องคดีบอร์ด ทอท. แก้สัญญาดิวตี้ฟรี ](https://thaipublica.org/2023/02/the-criminal-court-for-corruption-cases-dismissed-the-lawsuit-against-the-board-of-directors-of-aot-to-amend-the-duty-free-contract/)**

**[

  • กางเอกสารงบฯ พลิกคำแก้ต่างคดีแก้สัญญาดิวตี้ฟรี – สำนักงบฯ แจงศาล ทอท. ต้องตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณฯ ](https://thaipublica.org/2023/01/court-hearing-judgment-duty-free-contract-amendment-case-1/)**

**[

  • สศค. แจงศาล – ปมแก้สัญญาดิวตี้ฟรี ชี้ AOT วิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสียแล้ว ไม่ต้องชง ครม. อนุมัติ ](https://thaipublica.org/2023/02/court-hearing-judgment-duty-free-contract-amendment-case-2/)**

**[

  • “ชาญชัย อิสระเสนารักษ์” รอศาลชี้ขาด-แก้สัญญาดิวตี้ฟรีอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ หรือไม่? ](https://thaipublica.org/2023/02/chanchai-issarasenarak-sue-criminal-court-corruption/)**

**[

  • “อาคม” สั่ง AOT ชะลอประมูลดิวตี้ฟรี 4 สนามบิน เคลียร์ปม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ – ทบทวนรูปแบบสัมปทานรายเดียว ](https://thaipublica.org/2019/03/thailand-duty-free-market-15/)**

**[

  • “ทัวร์ลง AOT” บอร์ดฯปรับลดรายได้ขั้นต่ำ – เลื่อนนับอายุสัมปทานดิวตี้ฟรี ](https://thaipublica.org/2020/08/aot-amend-dutyfree-concession-agreement/)**

**[

  • AOT ประกาศผลคะแนน – ซองราคา “คิง เพาเวอร์” จ่ายค่าตอบแทนปีแรก 2.35 หมื่นล้าน ](https://thaipublica.org/2019/06/aot-19-6-62/)**

**[

  • “คิง เพาเวอร์” คว้าดิวตี้ฟรีดอนเมือง การันตีรายได้ 1,500 ล้าน/ปี ](https://thaipublica.org/2019/12/king-power-dutyfree-aot/)**

**[

  • AOT เยียวยาผู้ประกอบการในท่าอากาศยาน 6 แห่ง…ปล้นเงียบผู้ถือหุ้น-คลังหรือไม่!! ](https://thaipublica.org/2020/02/phatra-research-revision-downgrade-aot/)**

**[

  • AOT เยียวยาโควิดฯรอบ 2 อุ้มสายการบิน-ผู้รับสัมปทาน ](https://thaipublica.org/2020/04/aot-help-covid-19-2/)**

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...