โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บุตรชาย “ลี กวน ยู” ระบุวาเขากลายเป็นผู้ลึ้ภัยทางการเมือง

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 22 ต.ค. 2567 เวลา 16.00 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2567 เวลา 09.00 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

สิงคโปร์ 22 ต.ค. – นายลี เซียน หยาง บุตรชายคนเล็กของนายลี กวน ยู ผู้ก่อตั้งประเทศสิงคโปร์ยุคใหม่ กล่าววันนี้ว่า ขณะนี้เขากลายเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองแล้ว

นายลี เซียน หยาง โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กของเขาในวันนี้ว่า ประเทศอังกฤษลงความเห็นว่า เขากำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกข่มเหงรังแกและไม่สามารถเดินทางกลับไปยังสิงคโปร์ได้อย่างปลอดภัย และเชาได้ขอเข้ารับการปกป้องด้วยการขอลี้ภัย ซึ่งเป็นหนทางสุดท้ายที่จะทำได้ นายลี เซียน หยาง กล่าวว่า เขายังคงเป็นพลเมืองของสิงคโปร์และหวังว่า สักวันหนึ่งเขาจะสามารถเดินทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

นายลี เซียน หยางกล่าวว่า เขาของลี้ภัยในปี 2022 โดยอ้างเหตุผลว่ารัฐบาลสิงคโปร์โจมตีและรังแกเชาและครอบครัวและเขาทำให้เขาไม่สามารถเดินทางกลับมาสิงคโปร์เพื่อร่วมพิธีศพพี่สาวของเขาได้ ในขณะเดียวกัน เขายังให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน ของอังกฤษฉบับวันนี้ว่า อังกฤษให้เขาลี้ภัยการเมืองในเดือนสิงหาคม

ทางด้านแชนแนลนิวส์เอเชียรายงานว่า รัฐบาลสิงคโปร์กล่าวในแถลงการณ์ว่า คำกล่าวอ้างเรื่องการถูกข่มเหงรังแกเป็นคำกล่าวอ้างที่ไม่มีมูลความจริงและไม่มีหลักฐาน

นายลี เซียน หยาง และลี เหว่ย หลิง พี่สาวของเขาที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา เกิดความบาดหมางกับนายลี เซียน ลุง พี่ชายคนโต ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมายาวนาน 2 ทศวรรษและเพิ่งวางมือทางการเมืองเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยข้อพิพาทเกิดจากความขัดแย้งเรื่องบ้านของนายลี กวน ยู หลังจากที่เขาถึงแก่อสัญกรรมไปในปี 2015 ความหมางเมินปรากฎสู่สาธารณชนเมื่อนายลี เซียน หยาง วัย 67 ปี ไปร่วมกับพรรคฝ่ายค้านในการเลือกตั้งในปี 2020 และเมื่อปีที่แล้ว เขากล่าวว่า กำลังพิจารณาลงสมัครขิงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งเป็นตำแหน่งในทางพิธีการมากกว่าการบริหารประเทศ.-813.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...