TikTok Shop มาแรง ไล่ตาม Shopee แซงหน้า Lazada
Reporter Journey
อัพเดต 31 ก.ค. 2567 เวลา 21.36 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2567 เวลา 14.29 น. • Reporter JourneyTikTok โซเชียลมีเดียขวัญใจคนไทย กำลังกลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (e-commerce) ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไล่ตาม Shopee และแซง Lazada ที่ครองตลาดมาอย่างยาวนานในภูมิภาคนี้
จากสถิติปีล่าสุดพบว่า TikTok Shop มีมูลค่า ‘ยอดขายสินค้าโดยรวม’ (Gross merchandise volume: GMV) เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า จาก 4,400 ล้านดอลลาร์ (ราว 158,000 ล้านบาท) ในปี 2565 เป็นสูงถึง 16,300 ล้านดอลลาร์ (ราว 586,441 ล้านบาท) ในปี 2566 ซึ่งถือเป็นมูลค่าการโตแบบก้าวกระโดด และเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งอีคอมเมิร์ซเจ้าอื่น ๆ
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อปีที่แล้ว TikTok ได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท Tokopedia บริษัทอีคอมเมิร์ซจากอินโดนีเซีย ซึ่งนั่นทำให้มูลค่ายอดขายสินค้าของอีคอมเมิร์ซ TikTok ใหญ่แซงหน้า Lazada ไปเป็นที่เรียบร้อย และกลายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยครองส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 28.4% ในภูมิภาค
ในปี พ.ศ.2566 ตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมูลค่าสูงถึง 111.6 พันล้านดอลลาร์ โดย Shopee ครองส่วนแบ่งทางการตลาด 48% ตามมาด้วย Lazada ที่ 16.4% และ TikTok กับ Tokopedia เจ้าละประมาณ 14.2% (ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะครองส่วนแบ่งมากเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)
ตอนนี้ TikTok กลายเป็นทั้งโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์ม
และอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มที่มีบทบาทสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปแล้ว
ตั้งแต่ TikTok ก้าวเท้าเข้าสู่การเป็นอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มในปี พ.ศ.2564 ได้เกิดการจ้างงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า 8,000 คน ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการจ้างงานท่ามกลางสถานการณ์ที่อีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มเจ้าอื่น ๆ ลดการจ้างงาน - เลิกจ้างงาน เพื่อลดต้นทุน หันมาหาวิธีทำกำไรมากขึ้น
และในสมรภูมินี้ TikTok ที่เป็นโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มอยู่แล้วได้ใช้ประโยชน์จากการ Live ผสมผสานเข้ากับการทำอีคอมเมิร์ซ มีตะกร้าสินค้าให้กดได้ทันที มีส่วนลดให้เก็บ มี content จากบรรดาผู้ใช้งาน
ซึ่งต้องบอกว่าการ Live ขายของใน TikTok ในประเทศไทยได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ขายทุกอย่าง (ที่แปลว่าทุกอย่างจริง ๆ จนไม่อาจยกตัวอย่างให้ครบได้) จะมีเช่น ผลิตภัณฑ์ความงาม เสื้อผ้า เครื่องใช้ในบ้าน สินค้าอุปโภคบริโภค ฯลฯ
โดย 6 ประเทศหลัก ๆ ที่ดันให้ ‘ยอดขายสินค้าโดยรวม’ (GMV) ของ TikTok Shop โตเพิ่มขึ้นอย่างมากได้แก่ อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์
ในด้านคู่แข่งอย่าง Shopee เองก็ไม่นิ่งเฉย บริษัทแม่อย่าง Sea Group ได้ออกมากล่าวว่าจะเพิ่มเงินลงทุนด้านการ Live เพื่อสู้ในสมรภูมินี้โดยเฉพาะ ควบคู่ไปกับการลงทุนด้านโลจิสติกส์
ถึงแม้ว่ามีช่วงเวลาหนึ่งที่ TikTok จะถูกรัฐบาลอินโดนีเซียสั่งให้ยุติการให้บริการฟังก์ชัน TikTok Shop แต่ไม่นานหลังจากนั้น TikTok ก็ได้ทุ่มเงินกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 54,000 ล้านบาท) เพื่อเข้าไปถือหุ้นใหญ่ในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของอินโดนีเซียอย่าง Tokopedia ถึง 75% และกลับมาดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซอีกครั้ง เรียกได้ว่าไม่มีอะไรหยุด TikTok ได้จริง ๆ ณ นาทีนี้
(ยกเว้นแต่สถานการณ์ในสหรัฐอเมริกา ที่บริษัทถูกบังคับให้ขาย ให้หลุดพ้นความเป็นเจ้าของจาก ‘จีน’ หากต้องการเปิดบริการต่อในอเมริกาฯ เรื่องนี้ซาลงเนื่องจากจากสถานการณ์การเลือกตั้งในอเมริกาฯ TikTok กำลังดึงเวลาเพื่อดูท่าทีของว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไปของอเมริกา)
อ้างอิง: NIKKEI Asia