โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 ดอกไม้ที่บานสวยงามในเดือนกันยายนที่ญี่ปุ่น!

conomi

อัพเดต 28 ส.ค. 2567 เวลา 13.28 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2567 เวลา 05.00 น. • conomi.co

เดือนกันยายนเป็นเดือนสำคัญในญี่ปุ่นเพราะเป็นเดือนแห่งการการเฝ้าระวังและรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ เดือนแห่งการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษ และเดือนแห่งการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร ด้วยอากาศที่เย็นลงคนญี่ปุ่นจึงรู้สึกว่าเดือนกันยายนคือประตูสู่ฤดูใบไม้ร่วง นอกจากมีอาหารอร่อยมากมายแล้วก็มีดอกไม้สวยงามมากมายให้ชมด้วย มารู้จักดอกไม้ที่บานสวยงามในช่วงเดือนกันยายนในญี่ปุ่นกันค่ะ

1. คินโมะคุเซอิ

ดอกไม้ ญี่ปุ่น กันยายน

หอมหมื่นลี้ หรือ คินโมะคุเซอิ (Kinmokusei, 金木犀) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Osmanthus fragrans เป็นต้นไม้ที่มีความสูง 5-6 เมตร และมีใบเขียวตลอดทั้งปี จะบานดอกสีเหลืองหรือขาวขนาดเล็ก เป็นช่อที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ ลักษณะเด่นของดอกคินโมะคุเซอิ คือ ดอกมี 4 กลีบ ปลายกลีบงุ้มเข้าหากัน มีกลิ่นหอมแรงคล้ายสบู่ ซึ่งส่งกลิ่นหอมตลอดทั้งวันทั้งคืนและหอมไกลในระยะรัศมีหลายกิโลเมตร กลิ่นหอมของดอกไม้ชนิดนี้ทำให้คนญี่ปุ่นรู้ว่าฤดูใบไม้ร่วงได้เข้ามาเยือนแล้ว

2. ลิลลี่คางคก

ดอกไม้ ญี่ปุ่น กันยายน
นกคัคคูเล็ก

ลิลลี่คางคก หรือ โฮโตโตกิสึ (Hototogisu, ホトトギス) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tricyrtis hirta เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบที่บานดอกตั้งแต่เดือนกันยายนไปจนถึงเดือนตุลาคม ดอกมีขนาดประมาณ 2-3 เซนติเมตร มีหลากหลายสีได้แก่ สีขาว ม่วง ชมพู และสีเหลือง ด้วยว่ามีจุดสีม่วงทั่วทั้งดอก ทำให้มีลักษณะคล้ายกับลวดลายที่บริเวณอกของนกชนิดหนึ่งในญี่ปุ่นที่ชื่อว่าโอโตโตกิสึ หรือ นกคัคคูเล็ก (Lesser cuckoo) ต้นไม้ชนิดนี้มีแหล่งกำเนิดในญี่ปุ่นและเจริญปรับเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ง่ายจึงเป็นไม้ที่ปลูกได้ง่ายและดูแลได้ไม่ยาก ในฤดูหนาวต้นไม้จะผลัดใบและแตกใบอีกครั้งในฤดูใบไม้ผลิ

3. ดอกฮิกันบานะ

ดอกไม้ ญี่ปุ่น กันยายน

ดอกฮิกันบานะ (Hikanbana, 彼岸花) มีชื่อภาษาอังกฤษ Red spider lily เป็นดอกไม้ที่บานในเดือนกันยายนในช่วงวันศารทวิษุวัต (秋分の日, Autumn Equinox) ซึ่งเป็นช่วงเวลา 7 วัน ที่คนญี่ปุ่นไปสุสานเพื่อกราบไหว้บรรพบุรุษ เรียกว่า ฮิกัน (彼岸) การบานของดอกไม้ในช่วงฮิกันนี้ทำให้คนญี่ปุ่นเรียกดอกไม้ชนิดนี้ว่า ฮิกันบานะ ต้นไม้ชนิดนี้มีวงจรชีวิตที่ดอกไม้และใบไม่เคยพบปะกัน ในช่วงประมาณกลางเดือนกันยายนก้านดอกไม้จะโผล่ขึ้นมาจากดินและบานดอก เมื่อดอกร่วงโรยไป ใบไม้จึงแตกออกมาเป็นสีเขียวข้ามฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ ครั้นเมื่อเข้าสู่ช่วงต้นฤดูร้อนใบจะเหี่ยวเฉาเหลือไว้แต่หัวใต้ดิน รอจนถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วจึงบานดอกออกมา ปัจจุบันคนญี่ปุ่นนิยมปลูกดอกไม้ชนิดนี้ไว้เป็นทุ่งตามสวนสาธารณะและทุ่งนา เมื่อถึงเวลาบานดอก ท้องทุ่งจึงเต็มไปด้วยสีแดงสดใสสวยงาม

4. ดอกเบญจมาศ

ดอกไม้ ญี่ปุ่น กันยายน

ดอกเบญจมาศ (Kiku,キク) เป็นหนึ่งในดอกไม้ชั้นสูง 4 ชนิดในญี่ปุ่น ได้แก่ ดอกท้อ ต้นไผ่ ดอกเบญจมาศ และดอกกล้วยไม้ และเป็นดอกไม้ที่ถูกใช้เป็นตราแผ่นดินประจำชาติของประเทศญี่ปุ่นและตราประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิและพระบรมวงศานุวงศ์ในราชวงศ์ญี่ปุ่น ดอกเบญจมาศเป็นไม้ยืนต้นที่มีหลากหลายสายพันธุ์ มีดอกตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ มีกลีบดอกเพียงชั้นเดียวไปจนถึงซ้อนกันหลายชั้น อีกทั้งยังมีหลากหลายสี ได้แก่ สีขาว ชมพู ส้ม เหลือง เขียว ม่วง น้ำตาล และแบบหลายสี เป็นต้น วันที่ 9 เดือนกันยายนของทุกปีเป็นเทศกาลคิคุ โนะ เซกกุ (菊の節句) ซึ่งเป็นเทศกาลการดื่มเหล้าแช่ดอกเบญจมาศที่ได้รับอิทธิพลมาจากจีน โดยคนญี่ปุ่นเชื่อว่าการดื่มเหล้าที่แช่ด้วยดอกเบญมาศจะทำให้พวกเขาฉลาดหลักแหลม มีอายุยืน และคงความอ่อนเยาว์ไว้ได้นาน

5. คิเคียว

ดอกไม้ ญี่ปุ่น กันยายน

ดอกคิเคียว (Kikyo,キキョウ) หรือ ดอกไม้บอลลูน มีชื่อภาษาอังกฤษ Platycodon grandiflorum เป็นไม้ดอกอายุหลายปี มีลำต้นสูงตั้งแต่ 15-150 เซนติเมตร ออกดอกเป็นดอกเดียวหรือออกเป็นช่อที่ปลายยอด ดอกตูมมีลักษณะโป่งกลมคล้ายบอลลูน เมื่อบานดอกจะเป็นรูปดาวมี 5 แฉก มีสีสันหลากหลายได้แก่ สีขาว ชมพู ม่วง และม่วงอมน้ำเงิน เป็นต้น ในญี่ปุ่นดอกไม้ชนิดนี้จะบานดอกตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนกันยายน

ความสุขง่าย ๆ คือความสุขจากการได้อยู่กับธรรมชาติ หากชอบดอกไม้ ผลิตผลทางการเกษตร เช่นข้าวใหม่ เกาลัด และผลไม้มากมาย เดือนกันยายนถือเป็นเดือนแห่งความสุขที่ควรมาเยือนญี่ปุ่นค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก gardenstory

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...