โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

แจกสูตรมันเทศญี่ปุ่นเคลือบน้ำตาล แบบไม่ต้องทอดน้ำมันท่วม!

conomi

อัพเดต 15 ต.ค. 2567 เวลา 13.11 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2567 เวลา 05.00 น. • conomi.co

มันเทศญี่ปุ่น (さつまいも) เป็นผลผลิตทางการเกษตรที่เก็บเกี่ยวได้มากในช่วงฤดูใบไม้ร่วง คนญี่ปุ่นคุ้นเคยกับมันเทศมาตั้งแต่เล็ก ทัศนศึกษาแรกของเด็กอนุบาลในเมืองใหญ่คือ การเดินทางไปขุดมันเทศ มาดูบรรยากาศการไปขุดมันเทศของเด็กญี่ปุ่น และวิธีทำมันเทศญี่ปุ่นเคลือบน้ำตาลหรือไดกักคุอิโมะ (大学芋) โดยไม่ต้องผ่านการทอดแบบน้ำมันท่วมเหมือนวิธีเดิม ๆ กันค่ะ

บรรยากาศการไปขุดมันเทศของเด็กญี่ปุ่น

มันเทศญี่ปุ่นเป็นผักประเภทหัวมีคุณค่าสารอาหารสูงที่คนญี่ปุ่นมักนำมารับประทานเป็นทั้งของว่างและของคาว คนญี่ปุ่นจำนวนมากผ่านกิจกรรมการไปทัศนศึกษาขุดมันเทศที่จัดขึ้นตอนเรียนอนุบาล เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ว่ากว่าจะได้ผลผลิตมา เกษตรกรล้วนต้องผ่านความยากลำบาก อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือสนับสนุนเกษตรกรด้วย การไปขุดมันเทศบางโรงเรียนเดินทางโดยรถบัสซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีผู้ปกครองไปด้วย เพื่อช่วยดูแลและช่วยนำมันเทศที่เด็กขุดได้กลับบ้าน ในการเดินทางแต่ละครั้งโรงเรียนจะเลือกรถบัสคุณภาพดีตรวจสอบสภาพมาอย่างดีและขับด้วยความเร็วที่ไม่สูงนัก เด็กทุกคนไม่ได้รับอนุญาตให้ย้ายที่นั่งหรือลุกยืนเดินในระหว่างการเดินทาง และทุกครั้งโรงเรียนจะกำชับให้เด็กนำผ้าเช็ดหน้าติดตัวไปด้วยเสมอ (เช่นเดียวกับทุกวันเด็ก ๆ ต้องพกผ้าเช็ดหน้าไปโรงเรียน) เพราะหากเกิดเพลิงไหม้ผ้าเช็ดหน้าสามารถช่วยป้องกันควันไฟในระดับหนึ่ง

มันเทศญี่ปุ่นเคลือบน้ำตาล

ที่สวนมันเทศเจ้าของสวนเตรียมความพร้อมไว้ตั้งแต่เริ่มปลูก โดยการยกร่องมันเทศให้สูงขึ้นจากพื้นดิน เมื่อถึงเวลาที่เด็ก ๆ จะไปขุดมันเทศพวกเขาตัดเอาต้นและกิ่งก้านของมันเทศออกจนหมด เพื่อให้เด็กน้อยได้ขุดมันเทศได้ง่ายขึ้น หลังจากกิจกรรมขุดมันเทศแล้วบางโรงเรียนก็นำมันเทศญี่ปุ่นที่ซื้อจากเกษตรกรมาเผาให้เด็กรับประทาน สร้างความสุขไปพร้อมกับการเรียนรู้นอกห้องเรียน

มันเทศญี่ปุ่นเคลือบน้ำตาล

มันเทศญี่ปุ่นเป็นอาหารคู่กับฤดูใบไม้ร่วง ทุกฤดูใบไม้ร่วงคนญี่ปุ่นมักต้อนรับบรรยากาศแห่งการเก็บเกี่ยวใหม่ ๆ ด้วยข้าวใหม่หุงกับมันเทศ มันเผาก็เป็นอาหารว่างในดวงใจของคนญี่ปุ่นแทบทุกวัย กลิ่นหอมของมันเผาดึงดูดให้คนที่เดินหนาวอยู่นอกบ้านแวะเขาไปซื้อและรับประทานคลายหนาว มันเผาเนื้อฉ่ำหวานอร่อยเป็นอีกหนึ่งความสุขของคนญี่ปุ่น ไม่เว้นแม้แต่ชิซุกะจังจากอนิเมะโดราเอมอนที่ชอบกินมันเผามาก ๆ แต่ก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่าตัวเองชอบกินมันเทศเผา

วิธีทำมันเทศญี่ปุ่นเคลือบน้ำตาล

วัตถุดิบ

  • มันเทศญี่ปุ่น 1 หัว (ประมาณ 250 กรัม)
  • น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
  • งาดำ ตามชอบ

ส่วนผสมสำหรับเคลือบมัน

  • น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ
  • มิริน 2 ช้อนโต๊ะ
  • โชยุ 1 ช้อนชา
  • น้ำส้มสายชูหมัก 1 ช้อนชา

วิธีทำ

1. ล้างมันเทศให้สะอาด หั่นให้มีขนาดประมาณ 13-15 กรัมตามภาพด้านล่าง และแช่น้ำไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นเทน้ำออก และนำมันเทศใส่ในภาชนะทนร้อน

มันเทศญี่ปุ่นเคลือบน้ำตาล

2. นำมันเทศญี่ปุ่นเข้าไมโครเวฟที่ 600 วัตต์ เป็นเวลา 3 นาที ใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มดูว่าไม้สามารถผ่านมันเทศได้ครึ่งหนึ่งหรือไม่ หากไม้ยังไม่สามารถจิ้มผ่านได้ ก็ให้ไมโครเวฟต่อประมาณ 30-45 วินาที จากนั้นนำมันเทศเทพักให้สะเด็ดน้ำบนตะแกรง เมื่อมันเทศเย็นลงก็ใช้กระดาษชำระสำหรับงานครัวเช็ดเอาน้ำออกให้หมด

มันเทศญี่ปุ่นเคลือบน้ำตาล

3. ตั้งกระทะบนไฟอ่อน ใส่น้ำมันลงไป ทอดมันเทศโดยพลิกกลับแต่ละด้านเป็นเวลาประมาณ 4 นาที จากนั้นเปลี่ยนเป็นไฟกลางและทอดจนมันเทศมีสีน้ำตาลทั้งสองด้าน

มันเทศญี่ปุ่นเคลือบน้ำตาล

4. ตักมันเทศออกจากกระทะวางบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน เมื่อมันเทศเย็นลงก็ใช้กระดาษชำระสำหรับงานครัวเช็ดเอาน้ำมันออกให้หมด พร้อมกันนั้นก็ใช้กระดาษชำระสำหรับงานครัวเช็ดเอาน้ำมันออกจากกระทะด้วย

มันเทศญี่ปุ่นเคลือบน้ำตาล

5. เปิดไฟกลาง เทส่วนผสมสำหรับเคลือบมันเทศลงในกระทะ รอจนส่วนผสมเริ่มเดือด แล้วจึงใส่มันเทศที่ทอดไว้ลงไปในกระทะ คลุกเคล้าให้ทั่วน้ำเชื่อม รอจนน้ำเชื่อมข้นหนืดแล้วจึงตักใส่จานและโรยด้วยงาดำตามชอบ

มันเทศญี่ปุ่นเคลือบน้ำตาล
มันเทศญี่ปุ่นเคลือบน้ำตาล

มันเทศญี่ปุ่นเคลือบน้ำตาลหรือไดกักคุอิโมะที่ได้จะมีเนื้อสัมผัสกรอบนอกด้านในเคี้ยวหนึบ รสหวานเค็มอร่อยกลมกล่อม เนื้อมันเคลือบไม่เหนียวเหนอะติดกันด้วยเคล็ดลับจากน้ำส้มสายชูหมักที่ใส่ลงไป

หากชอบมันเทศเคลือบน้ำตาลหรือไดกักคุอิโมะแต่กังวลกลัวน้ำมันที่ใช้ทอด ลองทำมันเทศเคลือบน้ำตาลสูตรนี้ดูค่ะ แม้จะไม่ผ่านขั้นตอนการทอดแบบน้ำมันท่วมเหมือนสูตรเดิม ๆ แต่รสชาติอร่อยมาก ๆ ค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: kagome.co.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...