หุ้น Visa ดิ่งกว่า 5% หลังก.ยุติธรมสหรัฐฯ ยื่นฟ้องผูกขาดตลาดบัตรเดบิต
หุ้น Visa ดิ่งกว่า 5% หลังก.ยุติธรมสหรัฐฯ ยื่นฟ้องผูกขาดตลาดบัตรเดบิต
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 ก.ย. 67 10:37 น.
เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า หุ้นของ Visa ปิดตลาดร่วงลง 5.49% หลังกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยื่นฟ้องด้วยข้อกล่าวหาผูกขาดตลาดเมื่อวันอังคาร (24 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยระบุว่า Visa ผูกขาดตลาดบัตรเดบิตอย่างผิดกฎหมาย ทำให้บรรดาธนาคารและธุรกิจต่าง ๆ ไม่มีทางเลือก รวมถึงขัดขวางการเข้าสู่ตลาดของผู้เล่นรายใหม่
เมอร์ริค การ์แลนด์ (Merrick Garland)รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ แถลงว่า ธุรกรรมบัตรเดบิตในสหรัฐฯ มีมูลค่ากว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ในแต่ละปี และกว่า 60% เกิดขึ้นภายใต้เครือข่ายการชำระเงินในระบบของ Visa โดยกระทรวงยุติธรรมกล่าวหาว่า Visa ใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบดังกล่าว เพื่อสร้างเครือข่ายการทำข้อตกลงที่สกัดกั้นการแข่งขัน ซึ่งเป็นการกีดกันผู้ค้าและธนาคารไม่ให้ใช้เครือข่ายการชำระเงินของคู่แข่ง
นอกจากนี้ ยังกล่าวอีกว่า Visa ได้คุกคามผู้เข้าสู่ตลาดรายใหม่ด้วยการเก็บค่าธรรมเนียมที่สูง หากไม่ให้ความร่วมมือ โดยมีรายงานอ้างว่า ผู้บริหารระดับสูงของ Visa ได้กล่าวว่า บริษัทมีการควบคุมระบบประมวลผลการชำระเงิน Square ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการดิจิทัลวอลเว็ท Cash App อย่างเข้มงวด
การ์แลนด์กล่าวว่า เราขอตั้งข้อกล่าวหา โทษฐานที่ Visa ใช้อำนาจในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เกินกว่าระดับที่เรียกเก็บได้ในตลาดที่เปิดกว้างทางการแข่งขัน ทำให้บรรดาผู้ค้าและธนาคารต้องส่งต่อต้นทุนเหล่านั้นไปยังผู้บริโภค ไม่ว่าจะด้วยการขึ้นราคา การลดคุณภาพหรือจำกัดการให้บริการลงก็ตาม ซึ่งการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายของ Visa ไม่ได้ส่งผลต่อราคาสินค้าอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการเกือบทุกประเภท
ทางด้านจูลี่ รอตเทนเบิร์ก (Julie Rottenberg) ที่ปรึกษาทั่วไปของ Visa ระบุว่า คดีนี้ว่า ไม่มีมูลความจริง และกล่าวว่าบริษัทจะดำเนินการต่อสู้อย่างเต็มที่
การฟ้องร้องในวันนี้เป็นการละเลยต่อความจริงที่ว่า Visa เองก็เป็นเพียงหนึ่งในผู้แข่งขันในตลาดบัตรเดบิตที่กำลังเติบโต และมีผู้เล่นหน้าใหม่ที่แสวงหาโอกาส เมื่อธุรกิจและผู้บริโภคเลือก Visa นั่นก็เพราะเครือข่ายของเรามีความปลอดภัยและไว้วางใจได้ โดยมีการป้องกันการฉ้อโกงที่มีมาตรฐานระดับโลก และคุณค่าที่เราส่งต่อ เราภูมิใจในเครือข่ายการชำระเงินที่สร้างขึ้น นวัตกรรมที่เราพัฒนา และโอกาสทางเศรษฐกิจที่เราส่งต่อ รอตเทนเบิร์ก ระบุในแถลงการณ์
ทั้งนี้ ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุว่า ชาวอเมริกันใช้บัตรเดบิตมากกว่าการชำระเงินรูปแบบอื่น ๆ และมากกว่าบัตรเครดิตถึงสองเท่า โดยเบน ไมเซอร์ (Ben Mizer) หนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า ชาวอเมริกันที่อายุน้อยและไม่ได้มีฐานะมากมักพึ่งพาบัตรเดบิตในการใช้จ่าย นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังขึ้นราคาเพื่อชดเชยค่าธรรมเนียมที่สูงเกินจริงของ Visa ซึ่งเป็นการผลักภาระให้ตกอยู่กับชาวอเมริกันเหล่านี้
ที่มา Yahoo Finance
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ