โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เร่งฟื้นฟู 'พลับพลึงธาร’ ใกล้สูญพันธุ์เต็มที เหลืออยู่เปอร์เซ็นต์เดียว ที่อุทยานฯ ศรีพังงา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 28 เม.ย. 2565 เวลา 03.38 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2565 เวลา 03.38 น.

เร่งฟื้นฟู ‘พลับพลึงธาร’ ใกล้สูญพันธุ์เต็มที เหลืออยู่เปอร์เซ็นต์เดียว ที่อุทยานฯ ศรีพังงา

วันที่ 28 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุพจน์ ภู่รัตนโอภา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) มอบหมายให้ นายณรงค์ คงเอียด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีพังงา และเจ้าหน้าที่ ร่วมต้อนรับ นายจีรศักดิ์ ชูความดี ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะ ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามประเมินผลโครงการฟื้นฟูพลับพลึงธาร พืชอาศัยถิ่นเดียวในโลกที่ใกล้สูญพันธุ์ในพื้นที่ จ.พังงา

ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนเงินกองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ประจำปีงบประมาณ 2565 จากนั้น ได้ร่วมกันปลูกต้นพลับพลึงธาร บริเวณคลองโตนจิก ท้องที่บ้านห้วยทรัพย์ หมู่ที่ 6 ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา และตรวจเยี่ยมเรือนเพาะชำพลับพลึงธาร บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติศรีพังงาที่ ศง.1 (น้ำตกสวนใหม่)

พลับพลึงธาร หรือ หอมน้ำ (Onion plant, Thai onion plant,Water onion) พืชน้ำชนิดหนึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ Crinumthaianum อยู่ในวงศ์พลับพลึง (Amaryllidaceae) ถือได้ว่า เป็นพืชน้ำที่สวยงามและหายากมากที่สุดชนิดหนึ่ง เป็นพืชเฉพาะถิ่น ไม่พบที่ใหนในโลก ปัจจุบันพบเหลือแค่ร้อยละ 1 เท่านั้น และพบขึ้นอยู่อย่างกระจัดกระจาย จึงได้ขึ้นเป็นบัญชีพืชที่ใกล้สูญพันธุ์ของโลก (IUCN Redlist) เมื่อปี ค.ศ. 2011 สาเหตุของการลดลงเนื่องจาก การเก็บหัวจำหน่ายเป็นพืชน้ำประดับ และจากสาเหตุการขุดลอกคลองเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ต้นพลับพลึงธารนับเป็นพืชน้ำหายากที่ใกล้สูญพันธุ์หนึ่งเดียวในโลกที่พบในไทย มีอัตราการเจริญเติบโตและการรอดสูงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีพังงา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...