โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมป่าไม้ พร้อมขยายผล ซื้อขาย คาร์บอนเครดิตเข้าสู่ตลาดไปยังป่าชุมชนทั่วประเทศ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 ม.ค. 2568 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2568 เวลา 09.59 น.

กรมป่าไม้ ชู “คาร์บอนเครดิต” ลดโลกร้อน – สร้างรายได้ – ช่วยภาครัฐเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ พร้อมขยายผลการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตเข้าสู่ตลาดคาร์บอนไปยังป่าชุมชนทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 23 มกราคานายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ คาร์บอนเครดิต คือนโยบายสำคัญของกรมป่าไม้ ในการส่งเสริมการดูแลรักษาป่าและการแก้ไขปัญหาโลกร้อนและที่สำคัญจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2593 หรือ Net Zero ให้ได้ภายในปี 2608 สำหรับคาร์บอนเครดิตคือปริมาณการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจกซึ่งได้จากการดำเนินโครงการประเภทต่างๆ เช่น การปลูกป่าและการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น และจะต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐานจากเจ้าของมาตรฐาน มีหน่วยเป็นตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ที่สำคัญคาร์บอนเครดิต ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ คือ ใช้แลกเปลี่ยน ซื้อ-ขาย เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon offset) จากองค์กร บุคคล งานบริการ หรือจากการผลิต ผลิตภัณฑ์ต่างๆ นอกจากนี้ คาร์บอนเครดิตยังมีประโยชน์ในแง่ของการเป็นเครื่องมือสร้างจูงใจให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูป่า เป็นการช่วยภาครัฐเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวต่อว่า กรมป่าไม้ ได้ใช้คาร์บอนเครดิตเป็นเครื่องมือลดโลกร้อนพร้อมกับการส่งเสริมการดูแลรักษาป่าผ่านกิจกรรมป่าไม้หรือที่เรียกว่าคาร์บอนเครดิตจากกิจกรรมป่าไม้ ซึ่งเป็นปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดหรือดูดซับจากการดำเนินกิจกรรมปลูก บำรุง อนุรักษ์ และฟื้นฟูป่า สามารถคำนวณได้โดยการเปรียบเทียบปริมาณการกักเก็บคาร์บอนระหว่างปีฐานกับปีที่ขอรับรอง โดยสามารถดำเนินการในพื้นที่ป่าตามกฎหมาย ป่าสงวนแห่งชาติ และป่าชุมชน ผ่านกิจกรรมการปลูก บำรุงรักษา อนุรักษ์ และฟื้นฟูป่า คาร์บอนเครดิตจากกิจกรรมป่าไม้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการดูแลรักษาป่าและการแก้ไขปัญหาโลกร้อน ทั้งนี้ คาร์บอนเครดิตจากกิจกรรมป่าไม้ในพื้นที่กรมป่าไม้ ต้องได้รับการรับรองตามโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทยหรือโครการ T-VER เท่านั้น

“ที่ผ่านมากรมป่าไม้ ได้ดำเนินโครงการ T-VER และมีผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ โดยพื้นที่ป่าตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 3 ราย เนื้อที่ 198,834 ไร่ ก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดได้ 261,158 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ขณะที่พื้นที่ป่าชุมชนตามกฎหมายว่าด้วยป่าชุมชน จำนวน 128 ป่าชุมชน เนื้อที่ 152,103 ไร่ ก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดได้ 89,151 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี” นายสุรชัย กล่าว

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ปลายปี 2567 ที่ผ่านมา กรมป่าไม้ ได้เปิดตัวโครงการเปิดตัวการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชน สู่การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนโดยชูความสำเร็จของการจัดการป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง จังหวัดเพชรบุรี สู่ตลาดคาร์บอนเครดิตเป็นป่าชุมชนแห่งแรกของประเทศไทย และจะเป็นพื้นที่นำร่อง โครงการ T-VER ภาคป่าไม้ ที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตเข้าสู่ตลาดคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นต้นแบบและขยายผลไปยังป่าชุมชนทั่วประเทศ และปัจจุบันกรมป่าไม้ได้ขยายผลความสำเร็จ สร้างความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ซึ่งมีป่าชุมชนขอขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER จำนวน 121 ป่าชุมชน และอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ 276 ป่าชุมชน

ดังนั้น ในอนาคตจะมีคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต ให้ภาคเอกชนสามารถนำไปชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล เพื่อผลักดันสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2065

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมป่าไม้ พร้อมขยายผล ซื้อขาย คาร์บอนเครดิตเข้าสู่ตลาดไปยังป่าชุมชนทั่วประเทศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...