สารวัตรแจ๊ะซ่อนในห้องน้ำรวบ “สาวเดียร์” สายยักยอก ผู้เสียหายยกโขยงชี้ตัวเพียบ
พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. หรือ “สารวัตรแจ๊ะ” นำชุดสืบนครบาล ซ่อนตัวในห้องน้ำในห้องภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ถ.รามคำแหง 2 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ก่อนรวบตัว น.ส.นภัสกมล หรือ เดียร์ อายุ 26 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด
ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ดที่ จ.1030/2567 ลงวันที่ 26 พ.ย.2567 ข้อหา “ฉ้อโกง” โดยตรวจยึดของกลางโทรศัพท์ไอโฟน 1 เครื่อง , แฟลชไดฟ์ ที่เช่าไปจากร้านพร้อมโทรศัพท์ จำนวน 3 ชิ้น (ผู้เสียหายมาชี้ยืนยันแล้ว คดีที่ สน.พญาไท และ สน.พหลโยธิน) จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมให้ทราบว่า “ยักยอกทรัพย์หรือรับของโจร” ตรวจสอบพบข้อมูลการก่อเหตุในลักษณะนี้ จำนวน 13 คดี
พฤติการณ์สืบเนื่องจาก “สาวเดียร์สายยัก” ก่อเหตุต่อเนื่องจำนวนมาก ยังไล่แจ้งความกลับผู้เสียหายเกือบทุกราย จนผู้เสียหายตั้งกลุ่มตามเรื่องราวของสาวเดียร์
สาวเดียร์ ลักษณะเหมือนสาวทอม หลอกลวงเช่าโทรศัพท์ก่อนเชิดหลบหนีหายไป เหมือนจะเป็นการยักยอกทรัพย์ทั่ว ๆ ไป โดยแผนประทุษกรรมที่ตรวจสอบพบ คือ หลอกลวงขอเช่าโทรศัพท์ หรือกล้อง โดยอ้างว่าจะนำไปดูคอนเสิร์ตเกาหลี โดยเมื่อได้ของแล้วก็นำไปขาย , หลอกลวงการเช่าโรงแรม หรือหลอกขายบัตรดูคอนเสิร์ตเกาหลี , ลักทรัพย์ ขโมยโทรศัพท์มือถือด้วยการล้วงกระเป๋าเหยื่อ โดยอาศัยความชุลมุนในพื้นที่การจัดคอนเสิร์ตเกาหลี ,
อีกทั้งมีพฤติการณ์ฉ้อโกงทางโลกออนไลน์ เปิดเพจเฟซบุ๊กขายของทางออนไลน์ ได้เงินแล้วหนีหายไม่มีการส่งของ และตระเวนขอยืมเงินกับเพื่อนในโลกออนไลน์แล้วไม่คืน โดยลงมือก่อเหตุมาอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าโกงชาวบ้านเป็นอาชีพ จนเหล่าผู้เสียหายได้รวมตัวสร้างกลุ่มล่าสาวทอมรายนี้เป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ซึ่งแต่สถานีตำรวจ ได้ออกหมายเรียกไปครบ 2 ครั้งแล้ว สาวเดียร์ ยังไม่มารับทราบข้อกล่าวหาอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติออกหมายจับ แต่ความแสบของสาวเดียร์ยังไม่จบสิ้น เพราะตระเวนแจ้งความกลับ ผู้เสียหายเกือบทุกราย โดยอ้างว่าตนเองถูกข่มขู่ ถูกกลั่นแกล้ง.