โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้ “หลับฝันดี”: ว่าด้วยการนอนไม่หลับ ความเหนื่อยล้าแห่งยุคสมัย และสถิติคุณภาพการนอนของคนทั่วโลก

นิตยสารคิด

อัพเดต 09 เม.ย. 2567 เวลา 01.57 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2567 เวลา 01.57 น.
low-night’s-sleep-country-cover

ตั้งแต่เล็ก พ่อแม่ส่งเราเข้านอนด้วยคำว่า “ราตรีสวัสดิ์” “หลับฝันดีนะลูก” และผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดในขณะนั้นก็คือการลุกขึ้นตื่นกลางดึกจากฝันร้ายบางประการที่ขาดพร่องในที่มาและที่ไป แต่เมื่อเติบใหญ่เข้าสู่วัยทำงาน วัยที่สิ่งรอบกายพรั่งพรูไหลหลั่งเข้ามาไม่ขาดสาย “หลับฝันดีนะ” กลับกลายมาเป็นสิ่งที่เราอยากได้รับมันมากที่สุด

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อธิบายระยะเวลาการนอนที่เหมาะสมในวัยผู้ใหญ่ไว้ว่า “ควรนอนให้ได้ 7-9 ชั่วโมงทุกคืน ไม่ตื่นระหว่างการนอนหลับรวมกันมากกว่า 20 นาที อีกทั้งมีประสิทธิภาพการนอนโดยรวมที่ดี เพื่อเข้าสู่กระบวนการหลับลึกได้ดียิ่งขึ้น”

แต่ความเป็นจริง ตัวเลข 7 ชั่วโมงอย่างน้อยในแต่ละวันยังเป็นเรื่องห่างไกลความจริงสำหรับคนทำงานส่วนใหญ่ในสังคมสมัยใหม่ โดยเฉพาะคนทำงานในประเทศจาก “ทวีปเอเชีย”

Megan te Boekhorst / Unsplash

คนเอเชียรั้งท้ายประชากรคุณภาพการนอนต่ำที่สุด
ในปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore, NUS) ร่วมมือกับ Oura Health บริษัทสตาร์ตอัปเทคโนโลยีด้านการนอนหลับสัญชาติฟินแลนด์ เก็บบันทึกข้อมูลการนอนหลับเป็นจำนวนกว่า 220,000 คนจาก 35 ประเทศทั่วโลก ในอดีต การเก็บข้อมูลการนอนหลับของคนยังอยู่ในวงแคบ บันทึกได้เพียงแค่ช่วงระยะเวลาอย่างเจาะจงและขนาดกลุ่มตัวอย่างที่น้อย แต่ในครั้งนี้ NUS และ Oura Health ได้เก็บบันทึกข้อมูลเป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม ตั้งแต่เดือนมกราคมปีค.ศ. 2021 - 2022 โดยบันทึกข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันการติดตามการนอนหลับในอุปกรณ์ที่สวมใส่ทางข้อมือของผู้เข้าร่วมการวิจัย เทคโนโลยีจากแอปพลิเคชันช่วยให้ได้ข้อมูลที่ลงลึกมากยิ่งขึ้น อาทิ อัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิของร่างกาย การกะพริบตาตื่นกลางดึก หรือการพลิกตัว ขยับเขยื้อนร่างกายระหว่างหลับใหล

จากผลการวิจัยพบว่า ประเทศที่มีคุณภาพการนอนสูงที่สุดคือ นิวซีแลนด์ ตามมาด้วยประเทศแถบยุโรปเหนืออย่างเช่น ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ ไอร์แลนด์ และเอสโตเนีย ตามลำดับ โดยมีชั่วโมงการนอนเฉลี่ยในวันธรรมดาอยู่ที่ 7 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนประเทศในภูมิภาคเอเชียอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีคุณภาพการนอนต่ำที่สุด โดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้วอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ที่มีสถิติเวลาการนอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งน้อยกว่าประเทศทั่วโลกอยู่ประมาณ 30 นาที ไม่เพียงแค่นั้น ประเทศในเอเชียยังมักเข้านอนช้ากว่าประเทศทั่วโลกประมาณ 40 นาที แต่ตื่นในเวลาเดียวกับประเทศส่วนใหญ่ของโลก

ความเข้าใจของคนทั่วไปอาจคิดว่า เมื่อคนเรามีเวลานอนที่น้อยอยู่แล้ว เขาเหล่านั้นก็จะเก็บเกี่ยวเวลาอันน้อยนิดนั้นให้ได้มากที่สุด แต่ผลสำรวจกลับแสดงผลตรงกันข้าม แม้ประชากรจากเอเชียจะมีเวลานอนที่น้อยกว่าประเทศอื่น ระหว่างการนอนก็ยังมีการขยับเขยื้อนร่างกายไปมามากกว่าคนชาติอื่น ทำให้การนอนหลับไม่ต่อเนื่อง ประสิทธิภาพการนอนของเราจะดีมากน้อยเพียงใด การนอนหลับแบบลึกเป็นปัจจัยสำคัญที่บ่งบอกประสิทธิภาพนั้น เมื่อนอนหลับไม่ต่อเนื่อง ก็จะไม่เกิดการหลับลึก ผลที่ตามมาก็คือประสิทธิภาพการนอนที่ตกต่ำ

แต่การอดนอนไม่เคยเป็นสิ่งที่น่าปรารถนาของใคร มนุษย์ทุกคนต้องการการนอนหลับที่เต็มอิ่ม และตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสดชื่นในการใช้ชีวิต ดังนั้นคำถามที่สำคัญก็คือ ปัจจัยหรือสภาพสิ่งแวดล้อมแบบใดที่ทำให้คนมีเวลานอนที่น้อยและไม่มีประสิทธิภาพเช่นนี้

cottonbro studio / Pexels

เคสตัวอย่างจากเกาหลีใต้: ประเทศพัฒนาแล้วที่แรงงานเหนื่อยล้า
“ฉันลืมไปแล้วว่าการผ่อนคลายนั้นรู้สึกยังไง” จีอึน (Ji-Eun) พนักงานประชาสัมพันธ์วัย 29 ปีกล่าวกับสำนักข่าวบีบีซี

โดยเฉลี่ย ชั่วโมงการทำงานของเธอจะเริ่มตั้งแต่ 7 นาฬิกาจนถึง 22 นาฬิกา แต่หากเป็นวันที่ยุ่งมากเป็นพิเศษ เธอต้องนั่งทำงานจนถึงเวลาตีสาม กับสภาพการณ์ที่ต้องรับมือกับงานจากหัวหน้าที่จะเข้ามาเมื่อไรก็ได้อยู่ตลอดเวลา สภาพการทำงานเป็นไปอย่างกดดันและเร่งรีบ สถานการณ์การทำงานล่วงเวลาเช่นนี้กำลังลุกลามแพร่หลายในเกาหลีใต้ ก่อให้เกิดกระแสการเสพติดยานอนหลับตามมา

ดร. จีฮยอน ลี (Ji-Hyeon Lee) นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับจาก Dream Sleep Clinic ในกังนัม กล่าวว่า เธอพบจนเป็นเรื่องปกติสำหรับคนไข้ที่ต้องกินยานอนหลับถึง 20 เม็ดต่อคืนเพื่อให้ตัวเองได้พักผ่อนให้เร็วที่สุด

แม้จะยังไม่มีการเก็บสถิติอย่างเป็นทางการ ดร. จีฮยอน ลี คาดการณ์ว่า ตัวเลขของชาวเกาหลีที่เสพติดยานอนหลับมีสูงถึงกว่า 100,000 ราย หนำซ้ำเมื่อเขายังไม่สามารถหลับได้ จึงอัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปเพิ่ม ซึ่งตามมาด้วยปัญหาเรื่องสุขภาพอีกมากมาย

cottonbro studio / Pexels

โคลเอ ฮัดจิมาเธโอ (Chloe Hadjimatheou) จากบีบีซี มองปรากฏการณ์นี้ว่า สาเหตุที่ทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ขาดแคลนการนอนหลับอย่างมีคุณภาพมากที่สุดในโลกคือการเปลี่ยนผ่านประเทศอย่างรวดเร็ว จากประเทศยากจนสู่หนึ่งในมหาอำนาจทางด้านวัฒนธรรมมวลชนของโลกภายในไม่กี่ทศวรรษ

แตกต่างจากประเทศมหาอำนาจทางน้ำมันซึ่งมีสภาพภูมิศาสตร์ที่สร้างแหล่งผลิตรายได้ให้กับประเทศโดยตัวเองได้อย่างง่ายดาย แต่เกาหลีใต้ไม่มีอะไรเช่นนั้น ความสำเร็จของเกาหลีใต้จึงเกิดจากน้ำพักน้ำแรงของคนในชาติอย่างเต็มกำลัง สำทับด้วยแรงชาตินิยมรวมหมู่ ผลักให้คนในชาติทำงานอย่างหนักและกดดันด้วยความเร่งรีบจะประสบความสำเร็จ เบียดผลักการพักผ่อนไปอยู่ข้างทาง และหาทางชดเชยเอาด้วยการหันไปพึ่งยานอนหลับแทน

สถิติที่น่าตกใจเกิดขึ้นในประเทศไทยเช่นกัน ในปีที่ผ่านมา ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตระบุว่า คนไทยกว่า 19 ล้านคน กำลังเผชิญกับภาวะนอนไม่หลับ โดยที่ราว ๆ 30% หรือ กว่า 5,700,000 คน นอนหลับยาก และกว่า 70% ในคนนอนหลับยาก ซึ่งคิดเป็นเกือบ 4,000,000 คน อยู่ในวัยทำงาน

เฉพาะที่โรงพยาบาลราชวิถี ในแต่ละปีมีผู้ป่วยกลุ่มนี้มากกว่าปีละ 800 คน และเฉพาะปีนี้ คิวการจองเข้ารับการตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep test ก็เต็มล้นยาวไปถึงเดือนพฤษภาคมปี 2025 แล้ว

วิธีหนึ่งที่วัยรุ่นชาวเกาหลีใต้ใช้พึ่งพิงในการบรรเทาอาการนอนไม่หลับก็คือ การหันหน้าเข้าหาการทำสมาธิและพุทธศาสนา ซึ่งแต่เดิม พุทธศาสนาในเกาหลีใต้มักผูกติดกับภาพจำของคนสูงอายุหรือคนที่เกษียณแล้ว แต่ระยะหลังมานี้ แนวโน้มคนที่เข้ามาสนใจมีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ แต่จะอย่างไรเสีย สำนักข่าวบีบีซีก็ได้หยิบยกความเห็นจากผู้วิจารณ์บางคนที่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้ โดยแย้งว่า การฝึกสมาธินี้เป็นเพียงพลาสเตอร์สมานแผล ไม่ใช่หนทางการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง

cottonbro studio / Pexels

ไม่มีใครไม่ตระหนักถึงผลเสียจากการอดนอน การพักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ว่าจะต่อร่างกาย ต่อความคิดความอ่าน ต่อการมองเห็น ต่อสังคมและเศรษฐกิจในภาพใหญ่อย่างแท้จริง และเฉกเช่นเดียวกับที่ไม่มีใครไม่รู้ว่า การนอนหลับพักผ่อนนั้นมีประโยชน์อย่างไร ทว่าในโลกความเป็นจริง 7 ชั่วโมงขั้นต่ำนั้นยังห่างไกลจากความเป็นไปได้อยู่มาก

ดังนั้น การแก้ปัญหาที่แท้จริงจึงต้องไปรื้อที่โครงสร้างทางสังคม ยกตัวอย่างเช่น สวัสดิการการคุ้มครองสิทธิของแรงงาน การเพิ่มอำนาจการต่อรองของแรงงาน ชั่วโมงการทำงานที่เคร่งครัด การปรับทัศนคติของความสำเร็จในการทำงาน ปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้ต่างหากที่เป็นต้นเหตุให้คนในชาติขาดแคลนการพักผ่อน เราจำต้องเปลี่ยนจากสังคมที่เห็นและปฏิบัติต่อมนุษย์อย่างวัตถุที่ย่อยสลายและหาใหม่ได้ เป็นการรักษาคุณค่าของมนุษย์ โดยการไม่ขูดรีดร่างกายแรงงานจนแม้กระทั่งเวลาพักผ่อนกับตัวเองก็ไม่สามารถมีให้ได้

ที่มา : บทความ “Which countries get the most sleep – and how much do we really need?” โดย Sean Fleming
บทความ “How companies in Japan are fighting sleep deprivation epidemic” โดย Sean Fleming
บทความ “Which countries get the best night’s sleep?” จาก economist.com
บทความ “South Korea: Why so many struggle to sleep” โดย Chloe Hadjimatheou
บทความ “วันนอนหลับโลก คนไทย 19 ล้านคนเผชิญภาวะ "นอนไม่หลับ"” จาก ไทยพีบีเอส
บทความ “นอนไม่หลับ..ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม หนึ่งในปัญหาที่บั่นทอนสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนไทย” โดย autchariya

เรื่อง : คณิศร สันติไชยกุล

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

เผยภาพแสงสลัวในยานโอไรออน นักบินอวกาศภารกิจอาร์ทิมิส 2 เตรียมพร้อมก่อนบินเฉียดดวงจันทร์

SPACEMAN

“แข่งมวยในเรือนจำ” ใช้กีฬาพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง

เดลินิวส์

อาร์ทิมิส 2 ต่างจากอะพอลโลอย่างไร? ทำความรู้จักกับภารกิจที่พามนุษย์เยือนดวงจันทร์อีกครั้ง

SPACEMAN

เปิดตัวเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ประจำภารกิจอาร์ทิมิส 2 ของนาซา ควบคุมการสำรวจดวงจันทร์เต็มรูปแบบ

SPACEMAN

LIVE ถ่ายทอดสด เชลซี พบ พอร์ท เวล ฟุตบอลเอฟเอคัพ วันนี้ 4 เม.ย.69

PostToday

ถ่ายทอดสด เซาธ์แฮมป์ตัน พบ อาร์เซน่อล ฟุตบอลเอฟเอคัพ วันนี้ 4 เม.ย.69

PostToday
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...